ปรากฏการณ์แห่ง “เบนาร์นิวส์” ซึ่งเรียกตนเองว่า “โครงการข่าวของเรดิโอ ฟรีเอเชีย” มากด้วยความละเอียดอ่อนยิ่ง
เพราะเป็นครั้งแรกที่ BRN แสดงตัว
แม้จะเป็นการแสดงตัวในลักษณะ “รายงานข่าว” แบบ “แกนนำคนหนึ่ง” มิได้มีชื่อ มิได้มีหน้าตาอย่างแจ้งชัด
แต่ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
ความสนใจ 1 มาจากคำยืนยันว่า ปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อต้นเดือนสิงหาคม กระทั่งล่าสุดระเบิดรางรถไฟ และระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียน
ล้วนเป็นของ BRN และ RKK
ความสนใจ 1 อยู่ที่เหตุผล “เป็นการตอบโต้การเจรจาที่ไม่มีความคืบหน้า” และ “ไม่ได้เกี่ยวกับประชามติ หรือเรื่อง อื่นๆ”
จึงไม่แปลกที่จะได้รับการปฏิเสธจาก พล.อ.อักษรา เกิดผล
“ผมไม่เชื่อและไม่คิดว่าจะเป็นความจริงเพราะจะทำไปเพื่ออะไร ผมเคยถามกลุ่มมาราปาตานีไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กันยายน ก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
เป็นการถามระหว่างการพูดคุยที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
คําถามมิได้อยู่ที่ว่า “เบนาร์นิวส์” มีความเป็นมาอย่างไร นอกเหนือจากวลีขยายที่ว่า “โครงการข่าวของเรดิโอฟรีเอเชีย” เท่านั้น
แต่ที่แน่ๆ หากฟังจาก พล.อ.อักษรา เกิดผล
“ข่าวนี้ออกมาจากฝั่งมาเลเซีย ทางคณะพูดคุยสันติสุข 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะขอตรวจสอบไปยังประเทศมาเลเซียอีกครั้งว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”
เป็นข้อเท็จจริงของ “เบนาร์นิวส์”
ขณะเดียวกัน ยังเป็นข้อเท็จจริงเชิงเปรียบเทียบระหว่างคำยืนยันของตัวแทน “มาราปาตานี” กับรายละเอียดอันปรากฏผ่าน “เบนาร์นิวส์” ว่าฝ่ายไหนจะได้รับความเชื่อถือมากกว่ากัน
ยิ่งกว่านั้น ยังน่าจะเป็น “เป้าประสงค์” ของ “เบนาร์นิวส์” เอง
การผลักดันข่าวอันมาจากปากของ “แกนนำ” BRN และ RKK ในกระสวนแบบนี้เท่ากับเป็นการทะลวงเข้าไปยังกระบวนการและความคืบหน้าของการพูดคุย “สันติสุข” เพราะแม้จะมีคำยืนยันจากฝ่ายไทยอยู่ตลอดเวลา
แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะ “รู้” ว่า ที่ว่า “คืบหน้า” นั้นเป็นอย่างไร
ยิ่งหากเปรียบเทียบกับกระบวนการพูดคุยอันเคยมีขึ้นในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยิ่งมากด้วยความแตกต่าง ยิ่งมากด้วยบรรยากาศที่แผกไปเป็นอย่างมาก
ตรงนี้เองที่ก่อให้เกิดความคลางแคลงและสงสัยในเรื่อง “ความคืบหน้า”
ต้องยอมรับว่า “ปฏิบัติการ” การก่อความไม่สงบซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมาเป็นปฏิบัติการอันมากด้วย “คำถาม”
ไม่ว่าจะเรียกว่า “วินาศกรรม”
ไม่ว่าจะเสนอประเด็นที่ว่า เป็นความพยายามในการขยายพื้นที่ปฏิบัติการจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาหรือไม่
ท่าทีในการจัดการกับ “ปัญหา” นั่นแหละที่ชวนให้ “สงสัย”
ยิ่งมีความพยายามจะเน้นประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองอันคุกรุ่นมาตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549
ยิ่งทำให้นำไปสู่ “คำถาม” มากมาย
เพราะรูปแบบของปฏิบัติการเมื่อเดือนสิงหาคมมี “กระสวน” อันสัมพันธ์กับปฏิบัติการวางเพลิง วางระเบิด บนเกาสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนเมษายน 2558
แท้จริงแล้ว สถานการณ์ “เกาะสมุย” เป็นอะไรกันแน่
แท้จริงแล้ว สถานการณ์วางเพลิง วางระเบิด 17 จุดใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนมีเป้าประสงค์อะไรกันแน่
เป็นเรื่องของ “ประชามติ” หรือว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับ “ประชามติ” เลย
“ความสงสัย” เช่นนี้แหละที่ทำให้การปรากฏของ “เบนาร์นิวส์” ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์และความเป็นจริงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากด้วยความละเอียดอ่อน
ละเอียดอ่อนเพราะมีความต่อเนื่องจากความขัดแย้งทางความคิด ทางการเมือง อันดำรงอยู่อย่างยาวนานในพื้นที่ และสร้างความเสียหายให้อย่างมหาศาล
โดยที่เป็นความเสียหายซึ่งยังมองไม่เห็นจุดยุติได้

