ร้านอาหารเวียดนามชื่อดังในเมืองไทยส่วนใหญ่เจ้าของมักจะเป็นคนเวียดนามที่มาตั้งรกรากอยู่ในไทยนานแล้ว หรือไม่ก็เป็นคนรุ่นที่สอง (เจนสอง) ซึ่งเกิดในเมืองไทย จึงมีการประยุกต์รสชาติให้ถูกปากคนไทย เช่นปรุงรสให้หวานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่คราวนี้ขอแนะนำร้านเวียดนามซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นคนเวียดนามเจนใหม่ อายุไม่มาก เกิดและเติบโตที่เวียดนาม เพิ่งมาเปิดร้านเพียงไม่กี่ปีที่กรุงเทพฯ จึงมีเมนูเวียดนามแท้ๆ หลายอย่างไม่ซ้ำใคร พอชิมดูก็จะรู้ว่ารสชาติอร่อยแตกต่างจากร้านเวียดนามทั่วไป ร้านนี้มีชื่อว่าเมซงไซ่ง่อน (Maison Saigon)
คำว่าเมซงเป็นภาษาฝรั่งเศสหมายถึงบ้าน ชื่อร้านจึงแปลได้ว่าบ้านของคนไซ่ง่อน เพราะน้องเพียร์ (Pir) หรือมีชื่อจริงว่าคุณเตรืองฟุ้บ (Truong Phuc) หุ้นส่วนของร้าน อีกทั้งน้องสาวของน้องเพียร์ เป็นคนไซ่ง่อน (หรือนครโฮจิมินห์ในปัจจุบัน) มาเปิดร้านร่วมกับหุ้นส่วนชาวไทยอีก 3 คนคือ คุณณุ คุณป๋องและคุณสิ่ง
เดิมเมซงไซ่ง่อนร้านแรกอยู่ที่เมืองนนท์ ตอนหลังได้ย้ายมาเปิดอยู่ที่ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ชั้น G ตกแต่งในสไตล์กึ่งคาเฟ่กึ่งผับ อีกทั้งยังมีสาขาที่โครงการเวลา สินธร วิลเลจ (Velaa Sindhorn Village) ซึ่งที่นี่มีโซนด้านนอกริมสวนสวยให้นั่งชมวิวอีกด้วย และเมื่อต้นปีได้ไปเปิดสาขาเชียงใหม่ในรีสอร์ทวิลลา มหาภิรมย์

เมนูร้านนี้มีรูปประกอบพร้อมคำบรรยายทุกรายการจึงเลือกเองได้ง่าย นอกจากอาหารไซ่ง่อนแล้วยังมีเมนูเด่นจากเมืองเว้ บ้านเกิดของคุณแม่น้องเพียร์อีกด้วย เมนูประจำร้านที่ปิ่นโตเถาเล็กชื่นชอบคืออาหารจานเส้น ขนมปัง และของกินเล่นที่มีส่วนผสมของแป้ง
มาแล้วห้ามพลาด ก๋วยเตี๋ยวนามวาง (Nam Vang)(240 บาท++) คือเส้นเล็กแห้งของเวียดนามตอนใต้ มีที่มาจากก๋วยเตี๋ยวของกรุงพนมเปญในกัมพูชา ชื่อนามวางคือชื่อเรียกกรุงพนมเปญของคนเวียดนาม รับรองว่าเมนูนี้ถูกใจคนไทย เพราะเส้นเล็กของเวียดนามนุ่มเหนียวหนึบอร่อยอย่าบอกใคร น้องเพียร์ปรุงซอสทำจากซีอิ๊วดำคลุกเคล้ากับเส้นก๋วยเตี๋ยว รสชาติจึงถูกปากยิ่งนัก เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวแห้งตอนปิ่นโตเถาเล็กยังเด็ก ใส่เครื่องสารพัดทั้งกุ้งทะเล ซี่โครงหมูตุ๋นและไข่ต้ม โรยด้วยพริกสด ใส่หอมเจียว กระเทียมดอง (รสอ่อนๆ ไม่เปรี้ยวหวานเหมือนของไทย) และน้ำพริกเผา มีน้ำซุปสูตรคุณยายถ้วยเล็กๆ รสเข้มข้นใส่หัวไชเท้าหอมกลิ่นกุ้งแห้งมาคู่กัน

อีกเมนูเส้นเพิ่งออกมาใหม่คือเกาเลา (Cao Lau)(250 บาท++) จากเมืองฮอยอัน ภาคกลาง ทีเด็ดคือใส่หมูสามชั้นเคี่ยวกับน้ำปลาและน้ำตาลนาน 4 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อ มีน้ำซอสให้คลุกเพิ่มด้วย เวลากินให้คลุกเคล้ากับผักสดต่างๆ นี่ก็ถูกใจมากๆ เช่นกัน
คนชอบกินเนื้อให้สั่งเฝอบ่อ (Pho Bo)(320 บาท++) ก๋วยเตี๋ยวเวียดนามใส่เนื้อริบอายออสเตรเลีย น้ำก๋วยเตี๋ยวสูตรโฮมเมดใส่เห็ดพอร์ชินีและสาหร่ายวากาเมะ ใส่ซอสที่ทำจากซอสฮอยซินและซอสพริกศรีราชา
ส่วนของกินเล่นที่โดดเด่นต้องสั่งคือบั๋นหล่อบ (Banh Loc)(180 บาท++) น้องเพียร์บอกว่ามีที่มาจากราชสำนักเมืองเว้ในอดีต แป้งบั๋นหล่อบใสๆ ห่อไส้กุ้งกับหมูแดงนั้นทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งมัน ห่อใบตองแล้วน้ำไปนึ่ง แป้งนุ่มหนึบหอมอย่าบอกใคร ราดด้วยน้ำจิ้มที่ทำจากน้ำปลาเคี่ยวกับน้ำตาลและมะนาว
ของอร่อยทำจากแป้งยังไม่หมดแค่นี้ มีเมนูขนมปังแบบฝรั่งเศส บั๋นหมี่ (Banh Mi)(195 บาท++) ขนมปังบาแก็ตกรอบนอกนุ่มในก้อนยาวๆ ผ่าครึ่งแล้วสอดไส้หมูยอ ทาด้วยตับบดหรือปาเต้ ทำจากตับหมูและตับไก่ผสมกับเนยสูตรโฮมเมดของคุณแม่ ใส่หมูหยองกับผักดอง ให้บีบซอสพริกเวียดนามเพิ่มด้วย เมนูนี้ควรแบ่งกันกิน 2-3 คนเพราะเดี๋ยวจะอิ่มเกินไปนะจ๊ะ

ต่อด้วยพอลลี่โทฟู (Polly Tofu) หรือเต้าหู้ทอดแม่พอลลี่ (160 บาท++) เมนูจากความทรงจำอันแสนสุขในวัยเด็กของน้องเพียร์ ซึ่งแต่เดิมไม่ชอบกินเต้าหู้ แต่คุณแม่ช่างสร้างสรรค์นำเต้าหู้ไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน แล้วเอาน้ำมันร้อนๆ ราดบนต้นหอมที่ปรุงรสด้วยเกลือกับน้ำปลา โปะหน้าเต้าหู้อีกที จึงมีรสเค็มๆ หอมๆ ในตัว ไม่ต้องจิ้มอะไรเลย
ของกินเล่นอีกอย่างก๋อยแซง หรือยำไหลบัวกุ้งสด (195 บาท++) เมนูโปรดของคนเวียดนาม ใส่ไหลบัวดองน้ำส้มกับเกลือ ยำใส่กุ้งทะเลและหมู (แต่ไม่เผ็ดแบบยำไทยนะจ๊ะ) โรยหน้าด้วยหอมเจียว มีถั่วลิสงคั่วแยกมาให้ต่างหาก

เพิ่งรู้ว่าแหนมเนืองที่คนไทยคุ้นเคยนั้น น้องเพียร์บอกที่ถูก ต้องเรียกชื่อว่าเนม เนื้อง (290 บาท++) เสิร์ฟมาในกระจาดใบโต ใช้แผ่นแป้งเวียดนามแท้ กินแบบคนเวียดนามให้จุ่มน้ำแล้วหมุนรอบเดียวพอเปียก ไม่ต้องแช่น้ำนานๆ จนแป้งเละ ใส่หมูย่างน้ำผึ้งชิ้นยาวๆ ทำจากหมูบดผสมน้ำผึ้งแล้วเคลือบน้ำผึ้งอีกที และมีพริกขี้หนูดองน้ำส้ม (ไม่เปรี้ยวเพราะดองนิดเดียว) กล้วยดิบ กระเทียมดองรสอ่อนๆ มะม่วงดิบ แกล้มด้วยเส้นขนมจีนและผักนานาชนิด เมนูนี้ให้เขาห่อแป้งใส่เครื่องมาเป็นชิ้นๆ เลยก็ได้ สะดวกดี

ใครอยากชิมหลายๆ อย่างในคราวเดียว ให้สั่งเมนูทรีอินวัน สั่งหนึ่งได้ถึง 3 อย่างชื่อว่าต๋าบี๊หลู่ (Ta Bi Lu)(295 บาท++) เป็นขนมจีนเส้นสดหน้ากุ้งพันอ้อย หมูย่างไซ่ง่อนและเปาะเปี๊ยะทอด (ซึ่งรสชาติเปาะเปี๊ยะร้านนี้จะออกไปทางเวียดนามคือเค็มหน่อย ไม่หวาน) ใส่ผักสดสารพัด ราดด้วยน้ำจิ้มเปรี้ยวเค็มหวานใส่หัวไชเท้าและแครอทที่เราคุ้นเคย
น้องเพียร์นำเสนอเมนูใหม่ข้าวยำกะปิเวียดนาม (280 บาท++) ใส่หมูผัดกะปิเวียดนาม ปรุงรสก่อนแล้วนำมาคลุกกับข้าว แกล้มด้วยกิมจิเกาหลีที่ฮิตมากในเวียดนาม อีกอย่างคือบ่อหมัง (Bo man)(200 กรัม 220 บาท++) เนื้อเค็มสูตรโฮมเมดของเวียดนาม ทอดในน้ำมันร้อนๆ ให้ด้านในยังนุ่มๆ จิ้มกินกับซอสพริก
ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม กาแฟเย็นเวียดนาม หรือคาเฟ่เสือด๊า (Cafe Sua Da)(89 บาท++) คอกาแฟที่ชอบกาแฟโรบัสต้าเข้มๆ คงจะถูกใจมาก เป็นกาแฟเย็นทำจากกาแฟดริปแบบเวียดนามใส่นมและนมข้นหวาน
เมซงไซ่ง่อนเปิดบริการทุกวัน สาขา เวลา สินธร วิลเลจ ซ.หลังสวน ถ.วิทยุ โทร 0-2656-4966 ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน โทร 0-2334-0084 และที่วิลลา มหาภิรมย์ เชียงใหม่ โทร 0-5327-1200 ลองไปชิมดูแล้วจะรู้ว่าอาหารเวียดนามแท้ๆ เป็นอย่างไรนะจ๊ะ






เมซงไซ่ง่อน (Maison Saigon)
โดย คุณเพียร์ หรือคุณเตรืองฟุ้บ (Truong Phuc)
ที่ตั้ง สาขา เวลา สินธร วิลเลจ (Velaa Sindhorn Village)
ห้อง B 111 เลขที่ 87 ถ.หลังสวน ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 08-0965-6396
สาขา เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น G
30/39-50 หมู่ 2 ถ.งามวงศ์วาน บางเขน นนทบุรี 11000
โทร 0-2334-0084, 0-63549-9399
สาขา วิลลา มหาภิรมย์ เชียงใหม่ (หยุดทุกวันอังคาร)
โทร 0-5327-1200
เปิดบริการ 11.00-21.00 น. ทุกวัน
แนะนำ ก๋วยเตี๋ยวนามวาง (Nam Vang) เกาเลา (Cao Lau) เฝอบ่อ (Pho Bo) บั๋นหล่อบ (Banh Loc) บั๋นหมี่ (Banh Mi) พอลลี่โทฟู (Polly Tofu) ก๋อยแซง (ยำไหลบัวกุ้งสด) เนม เนื้อง ต๋าบี๊หลู่ (Ta Bi Lu) ข้าวยำกะปิเวียดนาม บ่อหมัง (Bo man) กาแฟเย็นเวียดนาม
Line : @maison.saigon
Facebook : Maison Saigon
Instagram : maison.saigon

