ประเทศมืดมนมองไม่เห็นอนาคต คำถามเราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร ดังขึ้นทุกวัน
เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ เปิดประเทศ คืนกลับสู่ความปกติ หรือใกล้เคียงเป็นปกติมากที่สุด ภายใน 120 วัน
ดูห่างไกลมากนัก
แม้ยังพอมีเวลาก็ตาม แต่ก็ต้องกระตือรือร้น ทำงานแข่งกับเวลา ซึ่งในความเป็นจริง ไม่สามารถทำได้แน่นอน
การนับถอยหลังเปิดประเทศ
อาจไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลัง ประกาศความล้มเหลวที่มีหมุดหมาย วัน เดือน เส้นตายกำหนดไว้ชัดเจน
สุดท้ายอาจมีแต่คำขอโทษ ขออภัย แทนการแสดงความรับผิดชอบ
ที่มองไม่เห็น และไม่กล้าแม้แต่วาดหวังอนาคต เนื่องจากสถานการณ์ โควิดระบาดยังรุนแรง ตัวเลขติดเชื้อรายวัน ไม่มีทีท่าลดลงไม่พอ แต่กลับมีแนวโน้ม ขยับพุ่งสูง
การตัดวงจรระบาด บันไดขั้นแรก แก้ปัญหาสกัดแพร่ลามระลอกสาม ดีดตัวออกจากสถานการณ์เลวร้ายปัจจุบัน ไม่เป็นผล
ตัวเลขจำนวนคนติดเชื้อ โผล่หลอกหลอนทุกวัน
อีกเรื่องสำคัญ วัคซีนคำตอบสุดท้าย ฉีดไม่ได้ตามเป้าหมาย เพราะวางแผนผิดพลาดแต่แรก ดีลซื้อจำนวนไม่มากพอเป็นหลักประกัน ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และล่าช้า ที่หามาเพิ่มภายหลัง ยังไม่มีการส่งมอบ-รับมอบ เข้าใจว่าคงเป็นไปตามคิวจองซื้อ
ผลจากปัญหาวัคซีน ทำให้แผนการฉีดพลาดเป้า
ยกตัวอย่างเดือนนี้ ข้อมูล ณ 28 มิถุนายน ฉีดแล้ว 5.3 ล้านคน ขณะที่เป้าหมายอยู่ที่ 6 ล้าน
เดือนกรกฎาคม เป้าหมายตามแผนการฉีดอยู่ที่ 10 ล้านคน
ทุกๆ เข็มที่ล่าช้าของเดือนมิถุนายน กระทบเป้าหมายเดือนถัดไป อย่างมิต้องสงสัย การสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยในแต่ละเดือน ย่อมทำให้ตัวเลขโป่งในเดือนท้ายๆ แม้ตอนนั้นมีวัคซีนพร้อม แต่อาจเร่งฉีดให้ครบไม่ทัน และในที่สุดก็ไม่เป็นไปตามแผน
ทั้งแผนการ ที่ต้องทำให้ได้ตามจำนวนเป้าหมาย เพื่อเปิดประเทศภายใน 120 วัน
แผนการตามธงรัฐบาล ฉีด 50 ล้านคนภายในปี 2564
นี่ยัง ไม่นับรวม เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน ฉีดแล้วเอาอยู่เชื้อกลายพันธุ์ สายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ต้องซ่อมเพิ่มจำนวนเข็ม จัดหาวัคซีนตัวใหม่อีกหรือไม่ ไหนจะเรื่อง ผู้ที่ฉีด 2 เข็ม วัคซีนอยู่ได้ 6 เดือน 8 เดือน ถึงเวลาต้องสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายใหม่ ต้องเริ่มฉีดเข็ม 3 อีก
ในขณะที่วัคซีน มีจำนวนจำกัด เข็ม 1 เข็ม 2 ยังไม่ทันครบก็มี
เหล่านี้ คือปัญหาทั้งสิ้น
เกิดจากการบริหารจัดการวัคซีนผิดพลาดแต่ต้นทั้งสิ้น กระทบเป้าหมายเปิดประเทศในระยะสั้น ภายใน 120 วัน กระเทือนต่อแผนฉีดวัคซีนคนไทยทั่วประเทศในลำดับถัดไป
เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดพ้นจากโรคภัย และเป็นเครื่องหมายการันตี การเปิดไปมาหาสู่ระหว่างประเทศ
ฉีดได้เร็ว เศรษฐกิจก็ฟื้นเร็ว เริ่มแผนกอบกู้ประเทศได้
แต่วันนี้ยังช้า ติดขัด-ขาดวัคซีน
และถ้ารัฐบาลยังติดยึดอยู่กับแผนจัดหาเดิม ไม่ปรับเปลี่ยนแก้ไข มีแผน มีแหล่งใหม่สำรอง ก็หนีไม่พ้นวังวนจมหลุบหล่มวิกฤต
ประเทศตกอยู่ในภาวะมืดมน สิ้นหวัง
โควิดระบาดรุนแรง ประชาชนไร้หลักประกันการมีชีวิต สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจใหญ่หลวง บ้านเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
ผู้คนเป็นอยู่แร้นแค้น
ยิ่งนานวันยิ่งเลวร้าย ทำมาหากินไม่ได้ รัฐปิดกั้น ออกมาตรการภายใต้กฎข้อห้ามสกัดโควิด เงินเยียวยา ไม่พอประทังปากท้อง
เครื่องยนต์ลงทุนภาครัฐ ที่พอเป็นความหวัง สร้าง-กระจายรายได้ โครงการขนาดใหญ่น้อย เมกะโปรเจ็กต์ ต้องชะลออกไป จากการปิดแคมป์คนงาน
อาจไม่ใช่แค่ 1 เดือนเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ระบาด ขึ้นอยู่กับการฉีดวัคซีน
ปัญหาที่แก้ไม่ตก
เส้นเลือดที่เคยสูบฉีดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจอุดตัน ประชาชนไม่มีความมั่นคงสักอย่าง
วันนี้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง มองไม่เห็นหนทาง
รัฐบาลที่เอาแต่ตั้งรับ และมีขีดความสามารถในการตัดสินใจจำกัด จะแก้ปัญหา นำพาคนไทยออกจากสถานการณ์วิกฤตนี้ไปได้อย่างไร
จำลอง ดอกปิก

