
พราหมณ์ในอินเดียไม่มีโล้ชิงช้า แต่พราหมณ์สยามมีโล้ชิงช้า เพราะรับจากประเพณีของคนพื้นเมืองสุวรรณภูมิ ไปปรับเข้าพิธีพราหมณ์
โล้ชิงช้า เป็นวัฒนธรรมพื้นเมืองดั้งเดิมของคนดึกดำบรรพ์ในหลายภูมิภาค ด้วยเหตุผลต่างๆ กัน
เฉพาะอุษาคเนย์ กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมโล้ชิงช้าเพื่อขอลมพัดบ่มพืชพันธุ์ธัญญาหารให้สุกเร็วๆ จะได้เก็บเกี่ยวไว้กินตลอดปี
ชิงช้า ในภาษากะเหรี่ยงราชบุรี หมายถึงลำดับที่หนึ่ง และ ลา แปลว่า เดือน
เดือนที่หนึ่ง หรือเดือนอ้าย ในภาษากะเหรี่ยงเรียกลาชิงช้า เพราะต้องมีพิธีโล้ชิงช้าขอลมพัดบ่มพืชพันธุ์ที่กำลังแก่แดดแก่ลม

พราหมณ์ในอินเดีย ไม่มีประเพณีโล้ชิงช้าขนาดใหญ่อย่างที่มีในพื้นเมืองอุษาคเนย์ แต่เมื่อพราหมณ์เข้าไปอยู่ในสยามสุวรรณภูมิ แล้วปรับพิธีพราหมณ์เข้ากับประเพณีพื้นเมืองสุวรรณภูมิ ก็ยอมรับผนวกโล้ชิงช้าเข้ามา แล้วผูกตำนานขึ้นใหม่ให้ขลังและศักดิ์สิทธิ์เชื่อมโยงเข้ากับพระอีศวรมหาเทพ
จึงมีตั้งเสาแล้วโล้ชิงช้าบริเวณโบสถ์พราหมณ์ตั้งแต่ยุคอยุธยา สืบจนถึงปัจจุบัน
“อาข่า” เริ่มโล้ชิงช้า-สืบสานวัฒนธรรม
เชียงราย – ที่โรงเรียนดอยแสนใจ (ตชด.อนุสรณ์) ต. แม่สลองใน อ. แม่ฟ้าหลวง จ. เชียงราย นายศักดิ์ชาย วงศ์กนิษฐ์ ปลัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดประเพณีโล้ชิงช้า ประจำปี 2559 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นประจำทุกปีช่วงก่อนเก็บเกี่ยวของชาวกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ประเพณีการละเล่นชิงช้าที่ทำด้วยโครงไม้ 4 เสา โค้งเป็นทรงแหลม โดยผูกเชือกเอาไว้ตรงกลางให้ชาวบ้านได้ละเล่น ขณะเดียวกันมีอุปกรณ์การละเล่นไม้หมุนที่เรียกว่ากะลาล่าเชอควบคู่กันไปด้วย
สำหรับประเพณีโล้ชิงช้าปีนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมประเพณีโล้ชิงช้าอย่างเนืองแน่น เนื่องจากเป็นประเพณีที่มีการแต่งกายด้วยชุดอาข่า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และสวยงาม ภายในงานยังมีการแสดงเต้นกระทุ้งไม้ไผ่ รวมทั้งการละเล่นพื้นบ้านอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์การประกวดอาหารชนเผ่า การตำข้าว โดยเฉพาะมีการแสดงของเด็กชาวอาข่า ซึ่งเป็นที่น่าประทับใจ
นายอนวัช อุ่นกอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยแสนใจ กล่าวว่าประเพณีโล้ชิงช้าของชาวอาข่านั้น ชาวอาข่าเรียกว่า “แย้ขู่อ่าเผ่ว” ถือเป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่มีคุณค่ามากด้วยภูมิปัญญา ซึ่งเกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตประจำวันของชาวอาข่ามากมาย
โดยทางโรงเรียนบ้านดอยแสนใจได้ปลูกฝังเด็กและเยาวชนชาวอาข่าให้มีความรักและผูกพันชาติพันธุ์ของตนด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น วิถีชีวิตชาติพันธุ์ และอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวอาข่าของตนเองด้วย
(ข่าวสด ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2559 หน้า 5)
