Benigno Aquino III ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

7.07.21 | 10:17 น.
Benigno Aquino III ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

Benigno Aquino III
ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

อดีตประธานาธิบดี Benigno Aquino III ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์เป็นระยะเวลา 6 ปี ตามรัฐธรรมนูญ ปี 1987 และได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2021 ซึ่งนับเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของผู้นำประเทศที่เคยทำประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมากมาย จากประเทศที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Sick Man of Asia กลับมาเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียในระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง และเป็นผลให้มีการเจริญอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แม้จะมีผลกระทบกับ COVID-19 ก็ตาม รัฐบาลฟิลิปปินส์ ได้ประกาศให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ลดธงลงครึ่งเสา เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน-วันที่ 3 กรกฎาคม ประธานาธิบดี Duterte ก็ได้แสดงความไว้อาลัย รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ อีกด้วย อีกทั้งประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศในเอเชียตะวันออกที่ได้เห็นผลงานของเขาในสมัยนั้นต่างก็แสดงความไว้อาลัย ซึ่งประเทศเหล่านี้ต่างก็มีบทบาทอันสำคัญในการลงทุนในช่วงที่เขาเป็นประธานาธิบดี

ผลงานที่สำคัญของ Aquino มีดังนี้

1.ปฏิรูประบบราชการให้มีความคล่องตัวต่อการบริการรวมทั้งมีการจัดการที่ดีของหน่วยงานต่างๆ ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักนิติธรรม และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด เพราะเขาเชื่อว่าถ้าหากตัวชี้วัดเหล่านี้ดีแล้วจะเป็นการดึงดูดนักลงทุนมาสู่ประเทศและนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เขาใช้เวลาประมาณ 2 ปี ในการปฏิรูปดังกล่าว

2.เจรจาเปิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับประเทศต่างๆ เป็นลักษณะ Development Diplomacy ซึ่งนำไปสู่ Economic Diplomacy เป็นการเจรจาทางการทูตเพื่อการพัฒนาประเทศ ทำให้ต่างประเทศเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุนในประเทศ เขาดำเนินการทันทีที่ดำรงตำแหน่งได้ไม่กี่เดือน ผู้เป็นที่ปรึกษาที่สำคัญคือรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ Albert del Rosario ซึ่งเคยเป็นเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐอเมริกา

Advertisement

3.วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคของประเทศโดยภาพรวม เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) การบริโภคมวลรวม การใช้จ่ายของรัฐ การจ้างงานและงบประมาณภายในประเทศ เป็นต้น เพราะเขาเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้ เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และถ้าจัดการได้ก็เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนระหว่างประเทศด้วย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนี้ มีรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา คือ Cayetano Paderanga Jr. เป็นนักเศรษฐศาสตร์ และเลขาธิการของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ

Benigno Aquino III  ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

4.ปฏิรูปการศึกษา เขาได้ยกระดับการศึกษาให้ทันสมัยจากการที่อเมริกาได้เคยสร้างไว้ให้กับฟิลิปปินส์ คือ แทนที่เป็น 10 ปี ให้เป็น K-12 คือ ประถมศึกษา (อนุบาล 1 ปี-เกรด 6) มัธยมศึกษาตอนต้น (เกรด 7-10) มัธยมศึกษาตอนปลาย (เกรด 11-12) และภายใน 12 ปีนี้ยังแบ่งเป็นการศึกษาวิชาชีพในมัธยมปลายด้วย นี้ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการศึกษาของฟิลิปปินส์

5.พัฒนาต่อเนื่องจากประธานาธิบดี รามอส และ อาร์โรโย คือ การพัฒนา การรับจ้างบริการจากต่างประเทศ (Business Processing Outsourcing-BPO) คือให้บริษัทจากต่างประเทศมาตั้งฐานบริการที่ฟิลิปปินส์ และจ้างชาวฟิลิปปินส์เป็นผู้ให้บริการ โดยมี Call Center ที่มีประสบการณ์และผ่านการอบรมมาให้บริการ จุดสำคัญคือ การใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และการมีทักษะด้านวิชาชีพของผู้คนชาวฟิลิปปินส์นั่นเอง Aquino ได้ชักจูงนักลงทุนด้านนี้เข้ามาตั้งบริษัทในประเทศได้มากจากนโยบาย Economic Diplomacy นี่เอง ทำให้ชาวฟิลิปปินส์มีงานทำเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน BPO ในฟิลิปปินส์ ได้ให้บริการเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย รองลงมาคือ อินเดีย

6.ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้กู้ในดอกเบี้ยในอัตราต่ำ และหาตลาดให้ในการจำหน่ายสินค้า

7.จัดเก็บภาษี Sin Tax ได้แก่ เหล้า บุหรี่ ให้สูงขึ้น เพื่อให้มีการลดการบริโภคสินค้าเหล่านี้ ทำให้รัฐบาลได้รายได้ด้านนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปช่วยเหลือคนจนในเมือง

Benigno Aquino III  ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

8.พัฒนา PPP Center (Public-Private Partnership Center) เป็นศูนย์ที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตประธานาธิบดี Corazon Aquino ในปี 1987 ที่ได้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 2 ตอนที่ 20 ให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ต่อมาในปี 1990 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น Build-Operate and Transfer (BOT) และได้ออกมาเป็นกฎหมายในสมัยประธานาธิบดี รามอส เพื่อส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศ มาในสมัย Aquino ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PPP Center (Public and Private Partnership Center) เพื่อให้ผู้มาลงทุนได้รับความสะดวกยิ่งขึ้นในการให้บริการที่ศูนย์นี้จุดเดียว แต่การดำเนินการทั้งหมดที่กล่าวมานั้นปฏิบัติงานลักษณะเดียวกัน นี่คือการพัฒนาและสานต่อการทำงานในแต่ละประธานาธิบดี

9.ได้ออกกฎหมาย Reproductive Health เพื่อส่งเสริมการคุมกำเนิดให้ลดจำนวนประชากรลง การลดจำนวนประชากรช่วยให้รัฐบาลลดค่าใช้จ่ายเพื่อคนจนที่มีลูกมากให้น้อยลง และนำไปพัฒนาประเทศมากขึ้น แต่กฎหมายนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก เพราะขัดต่อหลักศาสนาคริสต์โรมันคาทอลิก

10.การต่อสู้คดีในทะเลจีนใต้ เนื่องจากจีนได้รุกล้ำน่านน้ำที่เป็นเขตเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้นำเรื่องไปสู่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และศาลได้ตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะคดี ผู้ไปเจรจา คือ Albert del Rosario รัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยนั้น

11.สร้างโครงสร้างพื้นฐานไว้มากมาย ซึ่ง Duterte ได้สานต่อมา 10 โครงการ

12.อำนวยความสะดวกให้จัดตั้งธนาคารต่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนต่างชาติ

Benigno Aquino III  ผู้สร้างความเจริญให้กับฟิลิปปินส์ (2010-2016)

13.การแก้ปัญหาความขัดแย้งในมินดาเนา ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงในรัฐบาลนี้ มินดาเนามี ปัญหามา 48 ปี แต่มาสำเร็จในรัฐบาล Aquino เป็นเพราะกลุ่มแบ่งแยกดินแดน Trust (เชื่อมั่นในผู้นำ) พวกเขาเชื่อว่าผู้นำที่ซื่อสัตย์และมีความสามารถ จะนำความเจริญมาให้พวกเขาได้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามความตั้งใจ Aquino ได้ตั้งคณะกรรมการร่างกฎหมายบังซาโมโรประกอบรัฐธรรมนูญ ปี 1987 กฎหมายร่างเสร็จในปี 2016 ตามกรอบข้อตกลงที่ฝ่ายรัฐบาลได้ทำกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน แต่ Aquino หมดวาระก่อนที่จะนำเรื่องเข้าสู่สภาเพื่ออนุมัติการหยั่งเสียง ประชามติ มาในสมัยประธานาธิบดี Duterte เขาได้นำเรื่องเข้าสู่สภา และได้ลงนามให้มีการหยั่งเสียงประชามติ ซึ่งได้รับการยอมรับถึงกว่า 80% จากนั้น Duterte ก็ได้ออกกฎหมายให้ใช้กฎหมาย Bangsamoro Organic Law (BOL) ให้จังหวัดส่วนหนึ่งในมินดาเนาเป็นเขตการปกครองตนเองได้ ซึ่งเป็น Sub-state ภายใต้รัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่สำคัญการปกครองตนเองจะไม่ สำเร็จถ้าไม่ใช่ความพยายามที่มีความโปร่งใสของ Aquino ที่ได้ทำข้อตกลง (Framework of Agreement) กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและมีตัวกลางการเจรจา (มาเลเซีย) พร้อมด้วยฝ่ายเจรจาทั้งสองฝ่าย และมีสักขีพยานจากหลายประเทศ

กล่าวโดยสรุป โครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งที่ Aquino ได้สร้างผลงานต่างๆ ให้กับประเทศ ด้วยการวิเคราะห์ปัญหาภายในประเทศ และมองหาโอกาสจากต่างประเทศเพื่อการพัฒนาประเทศ ด้วยการใช้นโยบาย Development Diplomacy และ Economic Diplomacy ที่สำคัญ Aquino มีรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาให้คำปรึกษา

และแนวคิดทางการเมืองของแต่ละประธานาธิบดีไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสานต่อนโยบาย

สีดา สอนศรี