สถานีคิดเลขที่ 12 : วัคซีนการเมือง

7.07.21 | 11:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : วัคซีนการเมือง เรื่องวัคซีน ยังเป็นหัวข้อถกเถียงไม่จบสิ้น

เรื่องวัคซีน ยังเป็นหัวข้อถกเถียงไม่จบสิ้น

เท่าที่สดับตรับฟัง แยกได้ 2 ประเด็น 1.การจัดหาให้เพียงพอต่อการฉีดแก่ประชาชนให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และ 2.เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน ควรเปลี่ยนยี่ห้อ หรือเพิ่มทางเลือกให้หลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ประเด็นหลัง เสียงเรียกร้องดังขึ้นทุกวัน เนื่องจากเชื้อโควิดกลายพันธุ์

ผู้คนหวาดผวา ตัวหลักที่ใช้อยู่ปัจจุบัน อาจเอาไม่อยู่

แค่มีฉีด มีใช้อย่างเดียว อาจไม่พอ ต้องพิจารณาควบคู่ การจัดหาวัคซีนสเปกคุณภาพด้วย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงเรื่องประสิทธิภาพวัคซีน น่าจะคลี่คลายระดับหนึ่ง ไปจนถึง อาจไม่จำเป็นต้องถกเถียงกันอีกต่อไป

หลังจาก ศ.เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. ตั้งโต๊ะแถลง วันอังคารที่ผ่านมา

คุณหมอระบุตอนหนึ่งว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลวัคซีนปัจจุบัน เมื่อเจอสายพันธุ์เดลต้า ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง

งานวิจัยอังกฤษ ไฟเซอร์ เมื่อพบเบต้า ภูมิคุ้มกันลด 7.5 เท่า เมื่อพบเดลต้า ลด 2.5 เท่า

แอสตร้าเซนเนก้า เมื่อพบเบต้า ภูมิคุ้มกันลด 9 เท่า เมื่อพบเดลต้า ลด 4.3 เท่า ขณะที่ซิโนแวค งานวิจัยของ สวทช.-ศูนย์วิจัยจุฬาฯ พบว่า ถ้าเจอเดลต้า ภูมิลดลง 4.9 เท่า

หากแปลงเป็นตัวเลขทางคลินิก ความสามารถกระตุ้นภูมิต้านทาน mRNA หรือไฟเซอร์ ดีที่สุด รองมาเป็นแอสตร้าฯและซิโนแวค

นอกจากความสามารถกระตุ้นภูมิต้านทาน

ยังแถลงเปรียบเทียบการป้องกันโรค กลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดเมืองไทยอยู่ในขณะนี้

ไฟเซอร์ป้องกันสายพันธุ์เดลต้าลดลงจาก 93% เหลือ 88% แอสตร้าฯ จาก 66% เหลือ 60% ป้องกันการอยู่ รพ. เจ็บป่วยรุนแรง ไฟเซอร์ 96% แอสตร้าฯ 92% การป้องกันลดลง แต่การป้องกันเจ็บป่วยรุนแรงและตาย สูงมาก

ส่วนซิโนแวค ข้อมูลน้อย ไม่มีข้อมูลป้องกันได้เท่าไร ถ้าเทียบจากภูมิต้านทาน คงป้องกันเดลต้าไม่ดีแน่ แต่ซิโนแวค 2 เข็ม ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงเข้า รพ. หรือป้องกันตายมากกว่า 90%

ท้ายที่สุดหมอย้ำว่า วัตถุประสงค์ของการฉีดวัคซีนไม่มีทางป้องกัน 100% แต่ละตัวมีประสิทธิภาพแตกต่างกัน แต่สำคัญคือแม้ไม่สามารถป้องกันได้ ประสิทธิภาพป้องกันลดลง แต่ประสิทธิภาพป้องกันเจ็บป่วยรุนแรงเข้า รพ. และตายยังสูงมาก เกิน 90% แม้เป็นซิโนแวคก็ตาม

แอสตร้าฯและซิโนแวค เป็นวัคซีนหลักของประเทศไทย รวม 2 ยี่ห้อประมาณ 75 ล้านโดส จากเป้าหมายฉีดทั้งหมด 100 ล้านโดส 50 ล้านคน ในสิ้นปี 2564

ความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล ว่าได้จัดของดีให้ประชาชนหรือไม่

เกิดเป็นคำถามแต่แรกที่เปิดตัว 2 ตัวนี้

ประชาชนข้องใจเหตุใดผูกขาด พร้อมกับเรียกร้องปลดล็อก เปิดกว้างนำเข้ายี่ห้อมาตรฐาน

รัฐได้โอนอ่อนผ่อนตามบ้าง

อาจด้วยความจำเป็น จำนวนที่ดีลซื้อไว้น้อย ไฟเซอร์ 20 ล้านโดส และจอห์นสันฯ 5 ล้านโดส จึงได้รับไฟเขียว ให้มาเติมครบ 100 ล้านโดส

แต่เสียงเรียกร้องวัคซีนคุณภาพ ก็ยังกระหึ่มดัง

รูปธรรม พร้อมจ่าย แห่แย่งจองวัคซีนทางเลือก ฉีดเสียเงิน หมดในพริบตา เป็นเครื่องการันตีประชาชนมั่นใจในเทคโนโลยี ตีตรา mRNA

เป็นไปได้ว่า วัคซีนหลักช้าก็มีผล

แต่ส่วนหนึ่งน่าจะศึกษาข้อมูลมาอย่างดี

ยุคดิจิทัล ที่ทุกคนสามารถทะลุเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร โดยไม่มีพรมแดนกางกั้น

ไม่จำเป็นต้องรอฟังข้อมูลรัฐเสมอไป แต่สามารถศึกษา หาอ่าน งานวิจัยตรงปกได้อย่างเป็นการทั่วไป แต่ละตัว คุณภาพสูง-ต่ำ เพียงใด

ไม่สามารถปกปิด หรือใช้เหตุผลการเมืองมาบิด โฆษณาชวนเชื่อได้

มีแต่การให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาอย่างการแถลงครั้งนี้เท่านั้น ก่อให้เกิดเป็นความเชื่อมั่น

การแถลงที่ระบุชัดระดับหนึ่ง ถึงความสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันและ % ประสิทธิภาพการป้องกันของแต่ละยี่ห้อ

ที่ว่าทุกยี่ห้อป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ฉีดครบเข็มก็ป่วยได้

แต่ข้อสำคัญที่เป็นหัวใจคือ ฉีดแล้วป้องกันเจ็บป่วยรุนแรง และตายได้เกิน 90% แม้แต่ซิโนแวคก็ตาม

แต่อีกข้อสำคัญที่หมอไม่ได้ระบุไว้ก็คือ รัฐต้องจัดหามาให้ไว ให้ครบ ได้ตัวคุณภาพสูงยิ่งดี

แค่อวดประสิทธิภาพ แต่ไม่มีฉีด ก็ย่อมไร้ความหมาย ไม่ได้ป้องกันการตายแต่อย่างใดเลย

จำลอง ดอกปิก