
แม่น้ำยม ถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อเข้าฤดูน้ำหลากกับน้ำแล้ง เหมือนวลีที่ว่า “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า”
และเป็นที่รู้กันในหมู่นักประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่าแม่น้ำยมเป็นที่ตั้งของศูนย์อำนาจรัฐสุโขทัย
แต่จนถึงขณะนี้ยังหาคำอธิบายถูกใจไม่ได้ว่า ยม ในชื่อแม่น้ำยม มาจากไหน? แปลว่าอะไร?
ที่ผ่านมา ยังไม่ศรัทธาเลื่อมใสคำอธิบายของผู้รู้ลากเข้าอินเดีย ที่ว่าชื่อแม่น้ำยมกร่อนจากชื่อ ยมุนา หรือ ยมนา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญจมหานทีของชมพูทวีป
ปัจจุบันพบว่าแม่น้ำยมในไทย พ้องกับชื่อน้ำยมในเวียดนาม
น้ำยม เมืองแถง
แม่น้ำยม เป็นสายหลัก (หรือเป็นแกน) ที่ไหลผ่านรัฐสุโขทัย มีเมืองคู่ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำยม ห่างกันราว 60 กิโลเมตร คือ เมืองศรีสัชนาลัย (ทางทิศเหนือ) กับเมืองสุโขทัย (ทางทิศใต้)
คำว่า ยม พ้องกับน้ำยมเมืองแถงในเวียดนาม ซึ่งเป็นดินแดนบรรพชนในตำนานที่เล่าตกทอดสืบต่อกันมานานมาก
ร่องรอยความสัมพันธ์มีในจารึกที่ระบุกษัตริย์รัฐสุโขทัยกับน่าน ทำสัตย์สาบานกัน และกษัตริย์รัฐน่านเป็นเครือญาติกับกษัตริย์รัฐล้านช้างที่หลวงพระบาง ซึ่งบรรพชนอยู่เมืองแถงมีบอกไว้ในตำนานขุนบรม
น้ำยม เมืองแถง ในเวียดนาม คนดั้งเดิมเชื่อว่าเป็นน้ำให้กำเนิดมนุษย์
อ. ยุกติ มุกดาวิจิตร บอกว่าคนผู้ไทดำ เมืองแถง ออกเสียงเรียกน้ำยม ว่า น้ำโซม แต่ในขณะนี้ยังหาคำแปลและความหมายไม่ได้ เท่าที่พบจากคำบอกเล่าชาวผู้ไทดำเชื่อว่าแก่งหินกั้นกลางลำน้ำโซม หรือน้ำยม เสมือนแถนแม่เบ้า ซึ่งเป็นแถนผู้หญิง ทำหน้าที่ให้กำเนิดมนุษย์อยู่บ้านนาน้อยอ้อยหนู จังหวัดเดียนเบียนฟู คือ เมืองแถง ในเวียดนาม
ความรู้ตรงนี้ผมได้มาเมื่อติดต่อขอรูปและคำอธิบายจาก อ. ยุกติ เกี่ยวกับกำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าปุง ที่นาน้อยอ้อยหนู เมืองแถง เพื่อประกอบหนังสือชื่อ ความไม่ไทยของคนไทย โดย อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ (กำลังพิมพ์เป็นเล่ม จะเสร็จไม่กี่วันนี้)
นิราศหลวงพระบาง
น้ำยม เมืองแถง มีในนิราศเมืองหลวงพระบาง ผมเคยเขียนเล่าไว้ในหนังสือ ไทยน้อย ไทยใหญ่ ไทยสยาม (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2534 หน้า 172-175) ดังนี้
นิราศเมืองหลวงพระบาง แต่งโดยนายร้อยเอกหลวงทวยหาญรักษา (เพิ่ม) ที่ได้ไปราชการในกองทัพคราวที่จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) เป็นแม่ทัพใหญ่ยกไปปราบฮ่อเมื่อ พ.ศ. 2428 ต่อมาให้จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 (โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร) เนื่องในงานฉลองอายุ จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ครบ 75 ปี วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2469
ที่เมืองแถงมีลำน้ำไหลผ่านเมืองชื่อน้ำยม (หรือน้ำลม) เชื่อมต่อลำน้ำนัว ไหลไปลงลำน้ำอู แล้วออกแม่น้ำโขงที่หลวงพระบาง
นิราศเมืองหลวงพระบางบรรยายว่าเมื่อปราบปรามฮ่อและจัดการบ้านเมืองแถบสิบสองจุไทยเรียบร้อยแล้ว กองทัพสยามก็ออกจากเมืองแถง ไปเมืองหลวงพระบางเพื่อกลับกรุงเทพฯ โดยลงเรือล่องตามลำน้ำยมที่ไม่มีเกาะแก่งกีดขวางทางเรือ
ล่องน้ำยมอารมณ์รื่นค่อยชื่นชุ่ม นั่งสุขุมคิดหวังเห็นฝั่งเฝือ
ล้วนเซิงซุ้มพุ่มผกาลัดดาเครือ คะนึงเนื้อนวลใจพลางไคลคลา
ดูน้ำยมสมถวิลกระสินธุ์ใส ช่างหลั่งไหลเรื่อยรี่ดีนักหนา
ไม่มีแก่งเกาะขวางทางนาวา ล่องลอยมาในนทีได้สี่โมง
ต่อจากนั้นก็ออกลำน้ำนัวที่เต็มไปด้วยเกาะแก่งมากมายและอันตรายยิ่ง
จากเมืองแถงล่องน้ำยมผ่านน้ำนัว 4 วันก็ออกน้ำอู แล้วออกแม่น้ำโขง ล่องลงไปที่เมืองหลวงพระบาง
เส้นทางล่องลำน้ำจากเมืองแถงออกแม่น้ำโขงที่ปากอู แล้วเข้าเมืองหลวงพระบาง คือ เส้นทางขุนลอ (ลูกขุนบรม) จากเมืองแถงลงไปครองเมืองหลวงพระบาง
ดังมีในพงศาวดารล้านช้างว่าขุนบรมมีลูกชาย 7 คน เมื่อลูกชายเติบโตขึ้นก็มอบหมายให้แต่ละคน “แยกครัว” ไปก่อบ้านสร้างเมืองต่างๆ ขุนลอซึ่งเป็นลูกชายคนโตให้ไปสร้างเมืองชวาหรือหลวงพระบาง
แถน กับ แถง
แถน (น สะกด) หมายถึง ผีฟ้า ผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ
แถง (ง สะกด) เป็นชื่อเมืองของแถน เรียกเมืองแถง แต่บางทีก็ปนกันได้ทั้งเรียกเมืองแถนและเมืองแถง
นานหลายสิบปีแล้วผมยังโง่ จึงเคยตำหนิผู้เรียกชื่อ เมืองแถง ว่าคลาดเคลื่อน บัดนี้ผมเข้าใจแล้วว่า “รู้น้อยว่ารู้มาก เริงใจ” มีหน้าตาเป็นยังไง?
ลุ่มน้ำยม
ลุ่มน้ำยม มีลักษณะลุ่มน้ำที่แคบเรียวยาว วางตัวในแนวเหนือ-ใต้
มีขอบเขตทิศตะวันออกติดกับลุ่มน้ำน่าน ทิศตะวันตกติดกับลุ่มน้ำวัง ทิศเหนือติดกับลุ่มน้ำโขง และทิศใต้ติดกับลุ่มน้ำปิงตอนล่าง
ตอนเหนือเริ่มต้นจากเขตภูเขาสูง ในทิวเขาผีปันน้ำและทิวเขาหลวงพระบาง ในเขต จ. พะเยา บริเวณตอนบนและตอนกลางมีลักษณะเป็นภูเขาสูงสลับกับที่ราบเชิงเขาส่วนตอนล่างของลุ่มน้ำค่อนข้างเป็นที่ราบ มีภูเขาสลับอยู่บ้างเป็นบางส่วน
แม่น้ำยม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นน้ำเกิดจากลำน้ำเล็กๆ หลายสายจากดอยสันปันน้ำ และดอยยอดภูรังกา ใน อ. ปง จ. พะเยา
ไหลลงทางทิศใต้ ผ่าน อ. ปง อ. เชียงม่วน เข้าเขต จ. แพร่ ผ่าน อ. สอง อ. ร้องกวาง อ. เมืองฯ อ. สูงเม่น อ. เด่นชัย อ. ลอง อ. วังชิ้น แล้วไหลเข้าเขต จ. สุโขทัย ผ่าน อ. ศรีสัชนาลัย อ. สวรรคโลก อ. ศรีสำโรง อ. เมืองฯ อ. กงไกรลาศ เข้าเขต จ. พิษณุโลก ผ่าน อ. บางระกำ เข้าเขต จ. พิจิตร ผ่าน อ. สามง่าม เป็นเส้นแบ่งเขต อ. เมืองฯ กับ อ. โพธิ์ประทับช้าง ผ่าน อ. โพทะเล แล้วไหลเข้าเขต จ. นครสวรรค์ ผ่าน อ. ชุมแสง ไปรวมกับแม่น้ำน่านที่บ้านเกยไชย ต. เกยไชย อ. ชุมแสง ยาว 700 กม.
พื้นที่ลุ่มน้ำมีประมาณ 23,616 ตร.กม. แบ่งออกเป็น 11 ลุ่มน้ำสาขา ลำน้ำสาขาที่สำคัญ ได้แก่ แม่รำพัน แม่มอก แม่น้ำงาว และน้ำปี้
[คัดจากหนังสือ อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2545 หน้า 112-113]
