จากปรากฏการณ์ “ปราสาททราย” อันเนื่องแต่ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” มายังปรากฏการณ์ “ฝนเหลือง” เพื่อ
ดับมหาอัคคีภัยจาก “สารเคมี”
กำลังกลายเป็นเรื่อง “เหลือเชื่อ” เป็นไปได้อย่างไร
ความสงสัยใน “ความเป็นไปได้” มีพื้นฐานมาจากคำถามเนื่องจากรู้สึกว่าเร็วเกินไป ราวกับว่าแรงกระแทกของ “ปราสาททราย” กระเทือนไปยัง “ฝนหลวง”
นี่ย่อมมิได้เป็นเรื่องของ “ดวงดาว”
มิได้ดำเนินไปในกระสวนอย่าง “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” อันเป็นเงาสะท้อนความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์
ตรงกันข้าม กลับเป็นเรื่องของ “คน” เป็นเรื่องของ “กรรม”
นั่นก็คือ เมื่อมีการสะสม “กรรม” มาอย่างไร ในเวลาอันเหมาะสมกรรมนั้นย่อมสำแดงออกเป็นรูปธรรมอย่างเป็นจริง
เป็นเรื่องในทาง “วิทยาศาสตร์” มิได้คิดนึกเอาเอง
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า คนที่อธิบาย “แซนด์บ็อกซ์” ในลักษณาการประหนึ่งว่ามาจาก “ปราสาททราย”
ครั้งหนึ่งเคยยกตัวอย่างหนังเรื่อง“สตาร์ตอัพ” ขึ้นมา
เพื่อแสดงว่าติดตาม “กระแส” คนรุ่นใหม่อย่างใกล้ชิด
แม้ว่ารายละเอียดของ “สตาร์ตอัพ” จะเป็นกรณีตัวอย่างของสังคมเกาหลี กระนั้น ก็สอดรับและใกล้เคียงกับสังคมไทยแนบแน่น
แต่พลันที่โพล่งคำว่า “ปราสาททราย” ขึ้น คนก็ “รู้”
รู้ว่าที่อ้างอิงถึงหนังเรื่อง “สตาร์ตอัพ” นั้นมิได้ติดตามอย่างจริงจัง เพราะหากติดตามอย่างจริงจังจะไม่ถอด “แซนด์
บ็อกซ์” ออกมาเป็น “ปราสาททราย”
เมื่อโยงเข้ากับคำสั่งการในเรื่อง “ฝนหลวง” ยิ่งเด่นชัด
เด่นชัดว่าเพียงแต่เมื่อเห็นมหาอัคคีภัยจากโรงงานที่ซอยกิ่งแก้วก็นึกถึงการใช้น้ำผ่าน “ฝนหลวง” มาเป็นเครื่องมือในการดับ
หารู้ไม่ว่าที่ “กิ่งแก้ว” เป็นไฟอันมาจาก “สารเคมี”
มิได้เป็นเรื่องแปลกที่คนคนหนึ่งจะบังเกิดความเข้าใจผิด ไม่ว่าในเรื่องของ “แซนด์บ็อกซ์” ไม่ว่าในเรื่องของ “สารเคมี”
เพราะคนคนหนึ่งย่อมมิได้อยู่ในสถานะแห่ง “หลวงรอบ”
กระนั้น เมื่อพยายามที่จะกำหนด “ฐานที่ตั้ง” ในสังคมของตนว่าเป็น “หลวงรอบ” ในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ ในอีกด้านจึงอยู่ในแสงแห่งสปอตไลต์
เด่นชัดว่าเป็นคนชมชอบในการ “สอน” คนอื่น
ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะดำรงอยู่ในสถานะแห่งการเป็น “พลทหาร” ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “ไพร่บ้าน” ประชาชน
ความเรียกร้องต้องการในการ “ตรวจสอบ” จึงแหลมคม
ผลสะเทือนจาก “ปราสาททราย แซนด์บ็อกซ์” จึงกระทบและกระแทกไปยัง “ฝนหลวง สารเคมี” อย่างฉับพลัน
ทันใด
เป็นกรรม “เฉพาะตน” มิได้เป็นผลจาก “ดวงดาว”
หากติดตามการเคลื่อนไหวในทางสังคมมาอย่างต่อเนื่องจะสัมผัสได้ในความละเอียดอ่อนของแต่ละปรากฏการณ์
ดำเนินไปอย่าง “สัมพันธ์” และ “ต่อเนื่อง”
ไม่ว่าจะเป็น “ชาวบ้าน” ธรรมดาอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่ว่าจะเป็น “รัฐมนตรี” หรือ “นายกรัฐมนตรี” ล้วนดำเนินไปอย่างสัมพันธ์กับ “กรรม” ของตน
ทุกอย่างดำเนินไปในแบบ “กรรมกำหนด” ทั้งสิ้น

