โควิด-19 ระบาดหนักในรอบนี้ นอกจากพฤติกรรมทางกายในการดูแลตัวเอง ด้วยการสวมหน้ากาก อยู่ห่าง ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนแล้ว ที่สำคัญอีกประการคือ การจัดการกับจิต ให้มีสติ
ทั้งนี้ เพราะ จิตเท่านั้นที่รวบรวมบุญกุศลไว้ เหมือนเทปบันทึกเสียง และเปรียบเทียบเหมือนกระแสไฟฟ้า คือ จิตไวมาก เหมือนเรากำลังคิดถึงเรื่องอะไร จะไปไหน จิต ไวถึงก่อนเสมอ ขณะจิตจะดับไป ถ้าคิดถึงทุกข์เดือดร้อนใจเป็นห่วงใยแล้ว จิตก็ไปรู้อุบายได้ ถ้าคิดถึงบุญกุศลที่ได้สร้างสมเข้าไว้ สวรรค์ เป็นที่ได้แน่นอน
หลวงพ่อจรัญฯ วัดอัมพวัน ท่านได้ปรารภว่า…ญาติโยมเอ๋ย โปรดทราบไว้เถอะ บุญกรรมมีจริง บาปกรรมมีจริง ซึ่งยมบาลจดไม่ดี จิตนี้เป็นผู้จด จดทุกวัน คือ อารมณ์ เรื่องจริงแน่ จดทุกกระเบียดนิ้ว บาปบุญคุณโทษบันทึกเข้าไว้ พอวิญญาณออกจากร่างไปมันก็ขยายออกมาใช้กรรม ถ้าเราทำดีก็ไปบังเกิดในสวรรค์ ทำชั่วก็ถึงนรกไปแบบนี้
อย่าลืมดวงหทัยที่หายใจเข้าออกอยู่ที่ลิ้นปี่จำไว้อยู่ที่ลิ้นปี่ คนเราถ้าจะมีปัญญานะ เอาเส้นกระแสมาวัดดูจมูกกับสะดือ เป็นการดูลมหายใจยาวๆ จากจมูกแล้วไปสะดือ สะดือไปจมูก แล้วเอา สติ ปักที่ดวงหทัย เรียกว่า เจตสิก อาศัยหทัยเดียวกับจิต อยู่กับเจตสิก คือ หทัย คือ ลิ้นปี่กำหนด โกรธหนอๆ รับรองเลย โยมหายโกรธแน่หายโกรธจริงๆ
ที่อาตมาบอกให้กำหนดที่ลิ้นปี่ อาตมาได้ประสบการณ์จากตอนที่คอหัก ตอนจะมีความรู้สึกที่ตรงลิ้นปี่ ส่วนอื่นของร่างกายไม่มีความรู้สึกเลย และลมหายใจที่จมูกไม่มีเหมือนถูกฟันคอขาดไปแล้ว เพราะกระดูกข้อที่เชื่อมกันหลุด คอก็ถูกฟันไปมีแต่หนังมันดึงไว้ เส้นประสาทไม่ติดต่อ หัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงสมองไม่ได้ อาตมารู้สึกถึงความทรมานที่สุด อาตมาจึงหายใจทางสะดือ สะดือจะมีความสำคัญมากกับการพองหนอยุบหนอมาก สติ จะรู้ที่ลิ้นปี่ จะรู้ทุกระยะ ตาลืมขึ้นมามองเห็นเป็นหมอกเต็มไปหมด หูก็ได้ยินเสียงแว่วๆ คนพูดอยู่ใกล้ๆ เหมือนพูดอยู่ไกลๆ แสดงว่าสังขารตายแล้ว เหตุใดอาตมาจึงหายใจทางสะดือได้ บอกไปอย่างนี้ใครเขาจะเชื่อ ถ้าไม่มีประสบการณ์เอง เหมือนนายแพทย์สั่งทั้งๆ ที่ รู้ว่าอาตมาหายใจทางสะดือ เพราะเลือดเต็มจมูกเต็มคอ หายใจคล่อง คือ พองหนอ ยุบหนอตลอด อาตมาเองก็ไม่รู้ว่าหายใจทางสะดือ รู้สึกตัวตรงลิ้นปี่
เพราะฉะนั้น คนจะตายนั้น พองหนอยุบหนอยังอยู่ สติ จะควบคุม จิต อยู่ที่ลิ้นปี่นี้แน่ บางคนบอกว่าตายตั้งแต่หัว หรือตายลงตายขึ้นนั้นไม่จริง และลมหายใจที่จมูกไม่มี กลับไปมีที่สะดือ แต่หัวใจยังไม่หยุดเต้น ยังสูบโลหิตไปหล่อเลี้ยงร่ายกายได้ แต่ไม่เลี้ยงสมอง เพราะคอหักพับไปแล้ว โลหิตจึงลงไปข้างล่างแล้วดันไปที่สะดือ สะดือจึงหายใจได้ เพราะฉะนั้น พองหนอยุบหนอ แน่นอนที่สุด อาตมาก็สำนึกสติปัญญาได้ว่า ลิ้นปี่สำคัญมาก ตาก็มองไม่เห็นและก็ไม่รู้สึกว่าปวด ส่วนหัวนั้นเมื่อตอนที่คอหักเลือดไม่ไปเลี้ยงจะมีสีดำทั้งหัว พอเลือดไปเลี้ยงแล้วกลับขาว จึงขอให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติ พองหนอยุบหนอ เลย
หลวงพ่อบอกว่า ลิ้นปี่เป็นขั้วแบตเตอรี่ ชาร์จไฟฟ้าเข้าหม้อทุกคนไปแปรธาตุ การปฏิบัตินี้ไม่ใช่การวิจัย ไม่ใช่การประเมิน แต่เป็นการพูดขึ้นมาเองโดยปกติธรรมดานี้แหละให้มันใสสะอาด รู้จริงรู้จัง รู้ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิให้รู้ขึ้นมาเอง
คำว่า รู้เอง นี้ทำยาก รู้วิชาการทำง่าย อ่านหนังสือท่องได้ก็ได้ แต่รู้เองให้สะอาดมากขึ้นมารู้ยาก ทำไมจะรู้ได้ง่ายต้องปฏิบัติขึ้นมา ดีใจ เสียใจ มีความสุขกายสุขใจ อย่าประมาทเลินเล่อนัก เราต้องตั้งสติทุกอิริยาบถตามกำหนด
การกำหนดจิตขึ้นมาหมายความว่า ให้ตั้งสติ เป็นวิถีปฏิบัติสัมปชัญญะมีความรู้ตัวอยู่ตลอดปัจจุบัน อย่างนี้เป็นต้น อดีตไม่เอา อนาคตไม่เอา ให้เอาปัจจุบัน ที่มันเกิดขึ้นให้ปฏิบัติอย่างนี้ โดยข้อปฏิบัติง่ายๆ ถ้าเสียใจมีความทุกข์ใจ มันอยู่ในข้อนี้ จึงต้องกำหนดที่
ลิ้นปี่ เสียใจหนอๆ หายใจลึกๆ ยาวๆ เสียใจเรื่องอะไรเป็นการป้อนข้อมูลให้ถูกต้อง
สติ นี้ระลึกได้ หมายถึง ตัว แจงงาน หาเหตุที่มาของทุกข์ ตัวสัมปชัญญะเป็นตัวบอกให้รู้ ให้เข้าใจ ว่าเรียกว่า ปัญญา รู้เท่าทัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนั้นเอง คนเรานี้ต้องกำหนดที่เวทนานี้
หลวงพ่อจรัญ บอกว่า สติ คือ ตัวกำหนดนี้ไม่ใช่ตัวบังคับจิต เป็นตัวตั้งต้นสติก่อนทำอะไรก็ตั้งหลักก่อนตั้งฐานก่อน อย่าหละหลวม เหลาะแหละ เหลวไหลแต่ประการใด จิตก็ต้องผ่องใสเพราะมี สติ ควบคุมได้ สติ ตัวนี้ควบคุมจิตให้เกิดแสงสว่าง คือ ปัญญา ด้วย สัมปชัญญะ ควบคุมให้เรารู้ตัว รู้กาลเทศะ กิจลักษณะ ให้รู้ว่ากาลเวลาว่าเป็นอย่างไร ให้เขารู้ว่าอะไรเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่ ให้เรารู้ฐานะหน้าที่ของตน ต้องการให้ตัวเองรับผิดชอบตัวเอง ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นต้น
หลวงพ่อสั่งสอนว่า คำว่าปัจจุบัน หมายความว่า สติตามจิตทิพย์ จิตก็กำหนดได้ คือ ไม่มีอดีต จิต กับ สติ ที่กำหนดได้ ความรู้ตัว ผู้รู้พร้อมขึ้นมา เรียกว่า ปัจจุบัน
นอกจากนี้หลวงพ่อสั่งสอนว่า ที่จะเน้น คือเน้นให้ได้ปัจจุบันสำหรับ พองหนอ ยุบหนอ เหมาะสมเป็นจุดสำคัญมาก ถ้าทำได้คล่องแคล่วในจุดมุ่งหมายอันนี้รับรองส่วนอื่นๆ ทั้งหมดได้หมด พอได้ยินเสียง สติมากพอได้เห็นสติก็บอกเห็นอะไรไม่ต้องไปเคร่งมันตอบว่ากำหนดอะไร แต่วิธีปฏิบัติต้องฝึกมันให้ได้ และทำให้ได้ด้วย
ส่วนมากคนที่กลับไปแล้วมาบอกหลวงพ่อ จับกลุ่มก็มีแต่เรื่องราว ก็แสดงว่าทำกรรมฐานไม่ได้ ไม่ได้กำหนด พอถามโยมว่ากลุ้มเรื่องอะไร กลัวอะไร กำหนดบ้างหรือเปล่า ปรากฏว่าเปล่าเลย ทั้งไปเรียนนานแล้ว ตรงนี้ท่านจะแก้ไม่ได้
ท่านจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ท่านจะปรับปรุงไม่ได้ ท่านจะไปหาใครมาช่วยเราเล่า หมดโอกาสที่จะช่วยชีวิตตัวเอง การที่จะช่วยชีวิตตัวเองได้ต้องมี ตัวกำหนด มีระบบเกิดขึ้นใน จิต ของตน จึงต้องปฏิบัติให้ได้ปัจจุบัน ข้อนี้ต้องเน้นส่วนใหญ่โยมทำไม่ได้ ที่ทำไม่ได้ ไม่หมายความว่าโยมไม่ได้อะไร แต่โยมไม่ได้ กำหนด เอาตัวกำหนดทิ้งเสีย อย่างนี้เป็นต้น
หลวงพ่อระบุว่า ธรรมชาติของจิต หรือจิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ รู้นึกคิดจดจำ จิต นั้นเป็นธรรมชาติที่มีความเกิดดับสืบต่อเนื่องกันเป็นนิจ มิได้หยุดนิ่งและจิตนั้นเป็นนามธรรม ที่ไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ แต่ก็มีอำนาจในการสั่งสมสันดาน หรือสามารถเก็บเอาอารมณ์ต่างๆ ไว้ในชีวิต แล้วก็แสดงออกซึ่งอารมณ์นั้นได้
จิต คือ ธรรมชาติที่มันต้องคิดอะไร อ่านอะไร เขียนอะไร จิตมันเป็นอารมณ์ มันมองไม่เห็น การมองไม่เห็นรูปเอามือคลำก็ไม่ได้ จับก็ไม่ได้ เป็นกระแสคลื่นของอารมณ์ เรียกว่า ธรรมชาติชัดเจนเหมือนกระแสไฟฟ้ามีจิตมีการปิดและเปิดได้ กระแสจิตให้มันเดินก็ได้คนไม่มีความเข้าใจ
ตัวกำหนด คือ ตัวฝืนใจ เป็นตัวธรรมะ หลวงพ่อเตือนว่าคนเราถ้าปล่อยไปตามอารมณ์ของตนแล้ว เผลอไผลไป เสมือนว่าประมาทหรือไม่ประมาทก็ตาม มันจะเห็นแก่ความถูกใจ แต่ไม่ถูกต้อง อยู่ตรงนี้แหละ กรรมฐานสอนง่าย แต่มันยากตรงที่ท่านไม่กำหนดไม่ไร้สติ มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ในการปฏิบัติ เลยว่างเปล่าไม่ได้ผล คนเรามีสติอยู่ตรงนั้น ต้องอาศัยสติทุกอิริยาบถตัวกำหนดทั้งสิ้นตอนท้ายสุดหลวงพ่อบอกว่า การเจริญสติต้องกำหนดตลอดเวลา เอาสติแนบจิต เป็นการสอนตัวเอง เป็นการฝึกอบรมตัวเอง หรือจะมาอบรมตัวเราคงไม่ได้ เราเท่านั้นเป็นที่พึ่งของตัวเองสอนตัวเอง
บารมีหลวงพ่อจรัญ ขออำนวยให้ท่านทั้งหลาย แฟนๆ มติชนและคนไทยทั้งประเทศที่ตกอยู่ในสภาวะจิตตกโรควายร้ายโควิด-19 ระบาดรอบที่ 4 จากไวรัสเดลต้า (จากอินเดีย) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเจ็บป่วย ตาย ในทุกขณะจิตจะเกิดได้ตลอดเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก
ขอให้ทุกคนทุกท่าน กำหนดจิตทุกลมหายใจเข้า-ออก อย่าหายใจทิ้งปล่อยอารมณ์ไปเปล่าๆ เสียไปเปล่าๆ เหมือนเปิดน้ำประปาทิ้งไปไม่มีประโยชน์ เราจะเดินทางไปทางไหนก็ดำเนินชีวิตอย่างมี สติ จะพูดก็พูดอย่างมีสติ จะทำงานใดๆ ก็มีสติกำหนดไว้ด้วยหลัก 5 ประการ
1.ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เดี๋ยวนี้ให้ครบ
2.เราต้องใส่หน้ากากอนามัย 100% ทุกที่ทุกเวลา
3.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือ Alcohol gel
4.กินร้อน ช้อนกลาง-ล้างมือ
5.Social Distancing เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-1.5 เมตร
ที่สำคัญ ขอให้ทุกท่านไปรับการฉีดวัคซีนป้อง Covid-19 และเมื่อมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ สงสัย ให้ไปพบแพทย์ด่วน เพื่อค้นหาว่าเราติดเชื้อ Covid-19 หรือไม่ จะได้รักษาให้ปลอดภัย ไม่ป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต ขอให้คนไทยทั้งประเทศโชคดี ดำเนินชีวิตด้วย จิตดี
สติดี คือ อีกหนึ่งวัคซีนชีวิต ที่จะช่วยให้รอดพ้นจากโควิด-19 ไงเล่าครับ
นพ.วิชัย เทียนถาวร
อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข

