หน้าแรก คอลัมนิสต์ เมื่อไม่มี..น...

เมื่อไม่มี..นักการเมือง โดย นฤตย์ เสกธีระ

13.09.16 | 13:30 น.

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสถาบันพระปกเกล้าล่าสุดออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ระบุว่า กลุ่มที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นเกินกว่าร้อยละ 80 คือทหาร ร้อยละ 85.8

นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 84.6 คสช. ร้อยละ 82.6 และข้าราชการพลเรือน ร้อยละ 81.3

เชื่อมั่น ร้อยละ 50-77 ได้แก่ ครม. ร้อยละ 76.2 โทรทัศน์ ร้อยละ 72.4

ผู้ว่าราชการจังหวัด ร้อยละ 67.8 อบจ./เทศบาล/อบต./สำนักเขต ร้อยละ 65.2

ตำรวจ ร้อยละ 64.4 ส.อบจ./ส.ท./ส.อบต./ส.ก./ส.ข. ร้อยละ 63.8

Advertisement

หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 62.1 วิทยุกระจายเสียงทั่วไป ร้อยละ 58.4

สนช. ร้อยละ 55.3 วิทยุชุมชน ร้อยละ 54.2

และ สปท. ร้อยละ 52.4

ส่วนกลุ่มที่รั้งบ๊วยคือ เชื่อมั่นน้อยกว่าร้อยละ 50 มีดังนี้

สภาองค์กรชุมชน ร้อยละ 45.4 สถาบันพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง (ไม่เจาะจงพรรคใดพรรคหนึ่ง) ร้อยละ 39.7

องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ ร้อยละ 37.2

แต่ที่น้อยปิดท้าย คือพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 35.5

และที่น้อยกว่าพรรคเพื่อไทย คือพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 34.2…

ผลสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในครั้งนี้ตอกย้ำว่า พรรคการเมืองต้องปฏิรูป

นักการเมืองต้องเรียกความศรัทธาคืน

เรียกศรัทธาคืน ไม่ใช่เรียกอำนาจคืน

เพราะอำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของนักการเมือง

ดูได้จากผลสำรวจครั้งนี้ที่ให้นัยยะว่า เมื่อประชาชนเบื่อการเมือง เขาก็หันไปสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง

หากใครติดตามการเมืองย้อนกลับไป 10 ปี คงเข้าใจว่าทำไมประชาชนเบื่อการเมือง

ย้อนเวลากลับไป คงได้สัมผัสกับกฎหมายนิรโทษกรรม ที่บอกอย่าง แต่ทำอีกอย่าง

สัมผัสกับบรรยากาศการประชุมสภาที่ไร้วุฒิภาวะ

สัมผัสกับความเห็นแก่ได้ สัมผัสกับความเห็นแก่ตัว

สัมผัสจนรู้สึกเบื่อ

เบื่อจนลืมไปว่าแท้จริงแล้วนักการเมืองก็มีประโยชน์

ลืมไปว่า ตอนมีนักการเมือง จะมีคนกระวีกระวาดบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้าน

เมื่อมีน้ำท่วมขังนาน ก็จะรีบหาวิธีบรรเทา เมื่อมียุงชุม จะมีคนเข้าไปดูแล

เมื่อมีนักการเมืองปัญหาแพร่ระบาดของโรคภัย อาทิ สุนัขบ้า แทบไม่เกิด

เพราะนักการเมืองเป็นกลุ่มคนที่ต้องลงไปดูแลชาวบ้านในรายละเอียด

เป็นคนติดต่อเอายาฆ่ายุงไปฉีด เอานักโทษไปล้างท่อ เอาวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไปให้บริการ

งานลักษณะอย่างนี้ เจ้าหน้าที่รัฐมีกำลังไม่พอ ต้องพึ่งเครือข่ายในการช่วยเหลือ

แม้รัฐจะมีงบ มีสิ่งของ แต่ถ้าไม่มีคน งานบริการก็ไม่เกิด

นักการเมืองในท้องถิ่นต่างๆ จะรับหน้าที่ตรงนี้เพื่อเอาใจประชาชน

แต่หลังจากมีคำสั่งไม่ให้นักการเมืองจุ้นจ้าน

นักการเมืองไม่ยุ่ง แล้วจะเอากำลังคนที่ไหนไปทำทั่วประเทศ

งานลอกท่อทำไม่ทัน น้ำก็ท่วมขังนาน งานฉีดยากันยุงมีคนทำไม่พอ ยุงก็เพิ่มปริมาณขึ้น

งานบริการสังคมในระดับตรอกซอกซอยหลายพื้นที่ไร้คนจัดการ

และกำลังเป็นปัญหาที่รอวันปะทุ

วันใดที่น้ำท่วมขังเน่าเหม็น วันใดที่คนทยอยเป็นโรคระบาด

วันนั้นแหละทุกฝ่ายจะเห็นความสำคัญของนักการเมือง

แต่เราจะรอให้ถึงวันนั้นทำไม

ทำไมเราไม่จัดการให้ท้องถิ่นและรากหญ้าปลอดภัยอย่างเดิม

ด้วยการให้นักการเมืองดูแลประชาชน

หรือถ้าจะกีดกันนักการเมืองออกไป ก็ควรจัดกำลังคนมาดูแลประชาชนในรายละเอียดแทน

ลองมองไปรอบๆ ดูสิว่ามีใคร?