หนุมาน : เทพแห่งสรรพวิทยา (52)

นางสีดา ภาพจากเว็บไซต์ หุ่นกระบอกจิ๋ว

นางสีดาไปอยู่กับฤษีที่เกาะดอนใหญ่ได้ไม่นาน มีพรานป่าที่ไปล่าสัตว์ตามเกาะต่างๆ ได้ไปพบนางสีดา แล้วบอกเล่าถึงความงามของนางสีดาต่อๆ กันไป จนเรื่องถึงหูพญาราพณาสวร พญาก็เกิดความประดิพัทธ์ปรารถนาจะได้มาไว้เป็นคู่ครอง จึงลงเรือสำเภาไปกับขุนชิวหา ได้ท่องเที่ยวค้นหาไปตามเกาะต่างๆ จนพบ และได้กล่าวขอนางสีดากับพระฤษี พระฤษีก็ไม่ขัดข้อง

แต่มีข้อแม้ว่าพญาราพณาสวรจะต้องยกธนูชื่อ “มะซีมะสี” ให้ได้เสียก่อน พญารพณาสวรยกธนูไม่ขึ้น แสดงว่าไม่คู่ควรกับนางสีดา แต่เมื่อมาขอทั้งทีก็ไม่อยากให้เสียเที่ยวกลับไปมือเปล่าพระฤษีจึงเนรมิตนางให้ใหม่มีรูปโฉมคล้ายนางสีดา ตั้งชื่อให้ว่า “นางสุดโท”

นางสุดโทนี้มิใช่นางเนรมิตธรรมดา แต่มีคุณวิเศษอยู่ในตัว เนื้อหนังเป็นรากไม้ว่านยามีสรรพคุณทุกอย่าง ลูกที่เกิดจากนางจะมีฤทธิ์เดชมาก หากถูกศัสตราวุธใดๆ ก็ตาม เมื่อได้ลิ้มน้ำยาที่แม่แล้วก็จะหาย พญาราพนาสวรแม้จะได้นางสุดโทไปแล้วก็ตาม แต่ใจยังคะนึงถึงนางสีดาอยู่จึงลอยกลับมาอีกเพื่อจะลักพาเอาตัวไป

ฤษีทราบเรื่องดีดสายธนูขึ้น เสียงดังปานฟ้าร้องพญาราพนาสวรตกใจ ไม่กล้าลักพานางสีดาแล้วพานางสุดโทลงสำเภาหนีไป แต่ด้วยเสน่หาอาลัยคิดแต่เรื่องทำชั่ว พญาราพนาสวรก็หวนกลับมาลักนางสีดาไปจนได้ ขอเล่าเพียงเท่านี้ก่อนเพื่อให้เห็นความต่างกันของกำเนิดนางสีดา

เล่าเรื่องหนุมานและนางสีดาทางฝั่งประเทศลาวมาแล้ว ขอเล่าเรื่องทางล้านนาไทยไว้ด้วย รามเกียรติฉบับล้านนาไทยเรียกหนุมานว่า “วอกหรมาน” หรือหุรมาน เสียงใกล้กับท้าวหุลมานหรือหุนละมานทางฝั่งลาว และทางอีสานของไทยเรียก “ท้าวหัวละมาล” เสียงเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย เรื่องทางล้านนาไทยหาอ่านได้ยาก

ที่จะเล่าต่อไปนี้เก็บความจากหนังสือ “พรหมจักร” ที่อาจารย์สิงฆะวมณสัยปริวรรตจากภาษาล้านนาไทย พอให้ทราบความสำคัญเท่านั้น เพราะฉบับเดิมหาอ่านได้ยากและไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เรื่อง “พรหมจักร” มีดังต่อไปนี้

ในอดีตกาล มีราชานามว่า “วิโรหาราชะ” ครองเมืองลังกา มเหสีมีนามว่า “นางกัญจนเทวี” มีโอรสชื่อวิโรหารฬกุมาร (ทำไมชื่อซ้ำกับพ่อก็ไม่ทราบ) เมื่อเกิดนั้นมีอาวุธติดมือออกมาด้วยคือดาบสรีกญไชย (พระขรรค์) ธนูและรองเท้าวิเศษ ครั้นเติบใหญ่ขึ้น ได้เรียนวิชาศิลปะต่างๆ จนจบไตรเพท

เมื่อบิดาแก่ชราแล้วท้าววิโรหาราชกุมารได้อภิเษกกับนางเทสีกุมารีและได้ครองกรุงลังกาต่อมา ส่วนน้องคนหนึ่งชื่อนันทกุมารได้เป็นอุปราช

เรื่องพรหมจักร ขึ้นต้นก็ถ่ายไปจากรามายณะ หรือรามเกียรติ์ของเมืองต่างๆ ที่ได้เล่ามาแล้ว ชื่อเสียงเรียงนามไม่ใกล้เคียงกับฉบับอื่นๆ ฉะนั้นเรื่องราวก็คงจะแปลกออกไปอีก คงจะต้องเล่ายาวสักนิด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประเมินผลการประชุมปางโหลงในศตวรรษที่ 21: จาก ‘โยนหินถามทาง’ สู่ ‘การปรับดุลอำนาจในพื้นที่’ โดย ฐิติวุฒิ บุญยวงศ์วิวัชร
บทความถัดไป‘โอซิริส-เร็กซ์’ การผจญภัยใหม่ของนาซา