เปลี่ยนรัฐบาล!

ฝ่ายค้านแย้มแผนล้มรัฐบาล ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล

ล็อกเป้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เน้นซักฟอก ประเด็นผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ศักยภาพ บริหารบ้านเมือง จัดการแก้ไขปัญหาโควิดระบาด

ประชาชนขาดหลักประกันในชีวิต กระทบหนักถึงเศรษฐกิจ ปากท้อง

เสี่ยงล่มสลาย

นอกจาก บิ๊กตู่Ž ยังมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอยู่ในบัญชีเป้าเชือดด้วย

ประธานวิปฝ่ายค้าน ประกาศ การอภิปรายครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจน จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรี และหากเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาทำหน้าที่ ก็พร้อมเพราะเชื่อว่าทำได้ดีกว่าแน่นอน

รัฐบาลเผชิญปัญหาวิกฤตศรัทธา จากการแก้ไขปัญหาโควิดระบาด

แต่แม้ ในขาบริหารย่ำแย่

รัฐบาลกลับมีภูมิคุ้มกัน ในสภาสูงยิ่ง จากการครองความเป็นเสียงข้างมาก

ยากเป็นอย่างยิ่ง ฝ่ายค้านจะล้มได้ด้วยกติกาที่ท้าวัดตัดสินด้วยจำนวนเสียง

ที่อาจพอเป็นไปได้ คือบ่อนเซาะทำลาย

ยืมหอกดาบ เสียงรัฐบาลทิ่มแทง ดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

การยื่นอภิปรายรายบุคคล เป็นยุทธวิธีหนึ่ง

หากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ เท่ากับต้อนพรรคร่วมรัฐบาล จับมือแน่นร่วมกันรับผิดชอบ ผนึกเสียง ฝ่าด่านไม่ไว้วางใจ

ตรงกันข้ามกับการยื่นรายบุคคล ล็อกเป้าที่นายกฯ

โดยมีรัฐมนตรีบางพรรค อีกคนสองคน เป็นตัวประกอบ

มันคาดหวังผลได้มากกว่า

รัฐมนตรี-รัฐบาลแพ้เสียงโหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจคาสภา ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่จำนวนเสียงโหวต ไม่ไว้วางใจ-ไว้วางใจ ที่แต่ละคนแต่ละรัฐมนตรีได้รับ ไม่เท่ากันปรากฏให้เห็นทุกครั้ง ในการอภิปรายรัฐมนตรีรายบุคคล

ฉะนั้น เมื่อนำตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปวางเรียงเคียงกับรัฐมนตรีอีกคน 2 คน

ในสถานการณ์วิกฤต ที่นายกฯตกเป็นจำเลย เรียกร้องให้ต้องรับผิดชอบขณะนี้

ไม่แน่นักว่า นายกฯจะได้รับเสียงไม่ไว้วางใจต่ำสุด เสียงไว้วางใจสูงสุด

และเสียงนั้นอาจมีความหมาย

สมมุติว่า ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 คน 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 2.อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ 3.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ

ก็ไม่แน่นักหรอกว่า ในจำนวน 3 คนนี้ ส.ส.จะโหวตไม่ไว้วางใจ บิ๊กตู่Ž ต่ำสุด เสียงไว้วางใจสูงสุด

ทั้ง 3 ล้วนมีตำแหน่งเป็นเดิมพัน

แต่การบริหารจัดการเสียงโหวต ในแต่ละคน จะมีความยากง่ายต่างกัน

อาการหนักอาจตกอยู่ที่เป้าหลัก คือ พล.อ.ประยุทธ์

แม้ว่า เป็นไปได้ที่คะแนนไม่ไว้วางใจที่นายกฯได้ อาจเป็นไปตามที่ฝ่ายค้านอยากเห็น

นั่นคือสูงกว่าทุกคน

แต่ที่แน่นอน คือคงไม่เกินกึ่งหนึ่ง เกณฑ์ตัดสิน พ้นจากตำแหน่ง

และเสียงไว้วางใจก็อาจต่ำสุด

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ไม่มีผลใดๆ ตามกติกา

ได้แค่หักหน้า ได้แค่ดิสเครดิตเท่านั้น

ฝ่ายค้านยอมรับ เสียงน้อยกว่า ทำอะไรไม่ได้

แต่ยังเชื่อลึกๆ ว่า แม้การนับมือล้มรัฐบาลไม่ได้ก็ตาม แต่การเปิดเผย ตีแผ่ข้อมูล ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ความสามารถ รวมถึงข้อกล่าวหาทุจริต คอร์รัปชั่น

อาจทำให้ชนะในเกมนอกสภา

ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาล

สุดท้ายรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ล่มซ้ำรอย กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าด้วยเรื่อง ส.ป.ก.4-01 กรณีหนี้เน่า ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการฯ

แต่คงไม่ง่ายอย่างที่ฝ่ายค้านคิดนักหรอก

ไม่ง่ายทั้งจุดหมายปลายทาง เหมือนหนังตัวอย่าง ส.ป.ก. หนี้เน่าแบงก์บีบีซี

ไม่ง่ายดายที่จะประสบความสำเร็จ ในการใช้เสียง ยืมมือ ส.ส.รัฐบาลบนความบาดหมางของพรรคร่วม ทิ่มแทงนายกฯ

แต่ยากเป็นที่ยิ่ง ที่จะรักษาเอกภาพ ความเป็นปึกแผ่นของเสียงฝ่ายค้านเอาไว้ได้ อีกฝ่ายย่อม ต้องยื่นมือเข้ามาบริหารจัดการ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

แม้ในสายบริหาร จะกะปลกกะเปลี้ยเพียงใด

แต่เกมในสภา ล้ม บิ๊กตู่ž ยาก ล้มไม่ได้ด้วยญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จำลอง ดอกปิก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แจงบริหารวัคซีนต้านโควิด ฉีดแล้ว-เคลียร์ปมค้างสต๊อก
บทความถัดไปมาดเข้ม