เอสเซนซ่าเอสซีวี 12 ไฮเปอร์คาร์830แรงม้า

เอสเซนซ่า เอสซีวี 12 (Essenza SCV12) รถแข่งไฮเปอร์คาร์ผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 40 คัน พัฒนาโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ต ลัมโบร์กีนี สควาดรา คอร์ส (Lamborghini Squadra Corse) ออกแบบโดย ลัมโบร์กีนี เซนโทร สติล (Lamborghini Centro Stile) Essenza SCV12 สืบทอด ดีเอ็นเอโดยตรงมาจากรถในตำนานอย่าง มิยูระ โจตา (Miura Jota) และ เดียโบล จีทีอาร์ (Diablo GTR) ด้วยเครื่องยนต์ V12 NA ที่ทรงพลัง ร่วมกับหลักอากาศพลศาสตร์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งโปรโตไทป์ และการออกแบบทางด้านเทคนิคใหม่

มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนิ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท ออโตโมบิลี ลัมโบร์กีนี กล่าวว่า Essenza SCV12 คือความตั้งใจของลัมโบร์กีนีจะสร้างประสบการณ์การขับขี่สูงสุดให้กับผู้ขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ V12 ตำนานของแบรนด์ลัมโบร์กีนี ให้กับผู้หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ตทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและให้บริการหลังการขายซุปเปอร์คาร์ ลัมโบร์กีนี อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า สิ่งที่ลัมโบร์กีนีนำเสนอล่าสุดนี่ คือที่สุดแห่งการพัฒนารถเครื่องยนต์ V12 สำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ เป็นรถลิมิเต็ด อิดิชั่น มีเพียง 40 คันทั่วโลก ตอกย้ำเอกลักษณ์ความแรงของสมรรถนะซุปเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กีนีได้อย่างแท้จริง เรนาสโซ มอเตอร์ รู้สึกเป็นเกียรติที่ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กีนี ได้ส่ง Essenza SCV12 มาโชว์ที่ประเทศไทย

ไฮเปอร์คาร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในสนามแข่งโดยเฉพาะ เครื่องยนต์ V12 สามารถสร้างแรงม้าได้สูงสุด 830 แรงม้า ทำงานคู่กับระบบเกียร์ส่งกำลังแบบใหม่ เอ็กซ์-แทรค ซีเควนเชียล
(X-trac Sequential) 6 สปีด ติดตั้งให้เป็นส่วนหนึ่งของตัวแชสซีส์รถใกล้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ ระบบท่อไอเสียได้รับการออกแบบพิเศษโดย แคปริสโต (Capristo) เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถ และยังช่วยให้เสียงเครื่องยนต์เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

Essenza SCV12 มีแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ที่เพียง 1.66 แรงม้าต่อกิโลกรัม ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ ถูกออกแบบมาในรูปแบบของโมโนคอก เพื่อความปลอดภัย ทำให้ Essenza SCV12 เป็นรถ จีที รุ่นแรกที่สร้างขึ้นมาภายใต้กฎเกณฑ์ของเอฟไอเอ โปรโตไทป์ (FIA prototype)

ระบบกันสะเทือนแบบ พุช-รอด (Push-rod) ถูกติดตั้งอยู่เหนือชุดเกียร์ของรถ เพื่อเพิ่มความคล่องแคล่วในการบังคับเลี้ยว มาพร้อมยางแบบสลิกบนล้อแม็กซ์ขอบ 19 นิ้ว ในด้านหน้า และขอบ 20 นิ้ว ในด้านหลัง

ระบบเบรกร่วมพัฒนากับเบรมโบ มอเตอร์สปอร์ต (Brembo Motorsport)

จากประสบการณ์อันยาวนานของทีมแข่งรถในรุ่น GT ของ Lamborghini Squadra Corse ทำให้หลักอากาศพลศาสตร์ของ Essenza SCV12 มีแรงกด 1,200 กิโลกรัม ที่ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มากกว่ารถแข่ง GT3 อย่างมาก

ฝากระโปรงด้านหน้ามีช่องดักอากาศแบบ 2 ช่อง แบ่งลมร้อนและเย็นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องยนต์ ลิ้นด้านหน้าตัวรถช่วยในเรื่องของการลำเลียงอากาศหรือลมเย็นไปยังห้องเครื่องและระบบเกียร์

นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับการออกแบบให้สปอยเลอร์ด้านท้ายสามารถปรับได้ 2 ระดับ

ดีไซน์ตัวรถมีโครงสร้างหลักเพียง 3 ชิ้น ช่วยให้ง่ายต่อการเปลี่ยนในขณะแข่งขัน ตัวรถได้รวบรวมความเป็นรถแข่งโปรโตไทป์และลักษณะเอกลักษณ์ของลัมโบร์กีนี โดยนำรูปทรง 6 เหลี่ยมเข้ามาอยู่ในการดีไซน์ไฟหน้า ช่องรับลม และช่องแอร์ รวมถึงการนำสัญลักษณ์รูปตัว “Y” มาใช้ทั้งบริเวณภายนอกและภายในของรถ

รูปทรงพวงมาลัยได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง ฟอร์มูล่า วัน เพื่อการใช้งานง่ายและให้การควบคุมที่ดี

เบาะนั่งร่วมพัฒนากับ OMP ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อความปลอดภัยและได้รับการรองรับจาก FIA

มิทจา บอร์คเกิร์ต หัวหน้า Lamborghini Centro Stile กล่าวว่า มันคือรถที่แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยทำมาทุกอย่างในมุมมองของรถแข่ง ได้นำเทคโนลียีของ ฮูราแคน ซุปเปอร์ โทรฟี่
อีโว และ จีที3 อีโว มาใช้ เช่น สปอยเลอร์หลัง ลิ้นหน้า และลิ้นด้านข้างของตัวรถ

ผู้ครอบครองรถ Essenza SCV12 จะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วมโปรแกรมการขับขี่รถจากทางทีม ลัมโบร์กีนี สควาดรา คอร์ส ไดรฟ์เวอร์ แล็บ (Lamborghini Squadra Corse Drivers Lab) จะนำเสนอโปรแกรมการขับขี่รถไฮเปอร์คาร์ Essenza SCV12 ในสนามแข่งขันที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

รถแต่ละคันจะได้รับการดูแลพิเศษและมีโรงจอดรถส่วนตัวโดยเฉพาะ เจ้าของรถสามารถ
ดูตัวรถผ่านแอพพลิเคชั่นได้ 24 ชั่วโมง

ส่วนราคา 2.2 ล้านยูโร หรือประมาณ 85.3 ล้านบาท ไม่รวมภาษี ซึ่งสูงปรี๊ดแน่นอน
แว่วมาว่ามีเสี่ยคนไทยกระเป๋าหนักจองไปแล้ว 1 คัน

นายพล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พาณิภัค’ หนทางแชมป์สดใส ‘หวู จิง หยู’ พ่ายสเปนยับ 2-33 ร่วงรอบ 8 คน เทควันโด โอลิมปิก
บทความถัดไปทูตรัศม์ แนะดีอีเอสเอาเทคโนโลยีไปช่วยคนดีกว่า ชี้ หน่วยงานกดขี่ปชช.มีอยู่เยอะแล้ว