รายงาน : จังหวะ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากกรณี ‘วัคซีน’

28.07.21 | 13:00 น.

การตัดสินใจเชิงนโยบายในเรื่องของการจัดหาและตระเตรียมกรณีของ “วัคซีน” เป็นการตัดสินใจที่มีลักษณะ “ทางยุทธศาสตร์”

ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ว่าจะมองผ่านเครือข่ายทางการปฏิบัติในความรับผิดชอบของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งกระทรวงสาธารณสุข

ลักษณะในทาง “ยุทธศาสตร์” ประเมินอย่างไร

นักการทหารระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระดับ พล.อ.อนุพงษ์
เผ่าจินดา ย่อมรู้ดีที่สุด

Advertisement

การตัดสินใจเชิง “ยุทธศาสตร์” มีผลสะเทือน “มหึมา”

อย่างที่ เหมา เจ๋อตุง สรุปอยู่เสมอในบทนิพนธ์ทางการทหารของตนจากอุปมาที่ว่า เดินหมากผิดตาเดียว ส่งผลให้แพ้ทั้งกระดาน

นั่นแหละคือผลสะเทือนใน “ทางยุทธศาสตร์”

เมื่อนโยบายอันเกี่ยวกับ“วัคซีน” เป็นการตัดสินใจในเชิง “ยุทธศาสตร์” ย่อมมีบทบาทและความหมายเป็นอย่างสูง

ไม่ว่าในทาง “การทหาร” ไม่ว่าในทาง “การเมือง”

คนที่มองกรณี “วัคซีน” อย่างแทงทะลุปรุโปร่งและแสดงออกต่อสาธารณะเป็นคนแรก คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากคณะก้าวหน้า

นั่นก็โดยสรุปว่าเป็นมาตรการ “แทงม้าตัวเดียว”

หากจับปฏิกิริยาโต้กลับด้วยความร้อนแรง ไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ย่อมตระหนักว่า “บทสรุป” ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มากด้วยพลัง

ไม่เพียงเป็นพลังในการอ่าน “ยุทธศาสตร์” หากยังเป็นสายตาอันยาวไกลในการมองและอ่านว่าน่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาด

คำตอบเห็นได้จากสภาพในเดือนกรกฎาคม 2564

คําตอบมิได้อยู่ที่การออกมา “ขออภัย” ของผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ด้วยการตระเตรียมจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน“โคแวกซ์”

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เคย “ปฏิเสธ”

คำปฏิเสธต่อ “โคแวกซ์” ไม่ว่าจะมาจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมาจากปาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ล้วนเป็น “ใบเสร็จ” ในทางการเมือง

สะท้อนให้เห็นถึงการประเมินที่ผิดพลาด ยืนยันให้เห็นถึงความรับรู้ที่ผิดพลาด อย่างเด่นชัดและเป็นรูปธรรม

ผลก็คือ ประชาชนล้วนตกเป็น “เหยื่อ”

เป็นเหยื่อจากความไม่สามารถจัดหา “วัคซีน” มาได้อย่างพอเพียง เป็นเหยื่อต้องล้มตายราวกับใบไม้ร่วง คนแล้วคนเล่า

กลายเป็น “โศกนาฏกรรม” ของสังคมไทยในปัจจุบัน

หากกล่าวในเชิงนโยบาย ความผิดพลาดในทาง “ยุทธศาสตร์” ต่อกรณีการจัดหาและตระเตรียมในเรื่องของ “วัคซีน”

มีภาพให้เห็นจาก “ความตาย”ของประชาชน

เป็นความตายที่ไม่เพียงแต่เมื่อลำเลียงสู่ฌาปนกิจสถาน ก็ส่งผลสะเทือนในระดับที่เมรุพังลงครืน ณ เบื้องหน้าพระเณร

นี่คือผลสะเทือนจากความผิดพลาดและความโง่เขลาของ “นักการเมือง”