หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : น้ำเน่า ของสังคมไม่ประชาธิปไตย ไม่เสรีภาพ

14.09.16 | 22:30 น.
เครือข่ายชุมชนและกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ จัดงาน "มหากาฬไม่โดดเดี่ยว" เพื่อสนับสนุนแนวคิดการอยู่ร่วมกันของชุมชนกับป้อมมหากาฬ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559

งานสร้างสรรค์งอกเงยและงอกงามเสมอ ในสังคมมีเสรีภาพ มีประชาธิปไตย

ถ้าสังคมไม่ประชาธิปไตย ไม่เสรีภาพ งานสร้างสรรค์ก็ไม่งอกเงยและไม่งอกงาม มีแต่เหี่ยวเฉาเน่าไป

กวี นักคิด นักเขียน นักประพันธ์ รวมทั้งนักวิชาการจำนวนมาก ในสังคมไม่ประชาธิปไตย ไม่เสรีภาพ ย่อมสร้างสรรค์งานก้าวหน้าไม่ได้ ทำได้แค่งานน้ำเน่าเพื่อหลีกเลี่ยงอำนาจนิยมกุมไปปรับทัศนคติ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เรือน พ.ศ. 2500 (แต่มีจำนวนน้อยสุ่มเสี่ยงทำ)

หนังและละครของไทย ได้รับคำตำหนิมานานมากว่าน้ำเน่า ก็ด้วยเหตุเดียวกันจากสังคมไม่ประชาธิปไตย ไม่เสรีภาพ หาบทประพันธ์ดีๆ ได้ยาก ถึงมีก็ผลิตเป็นหนังและละครไม่ได้ เป็นที่รู้กัน ถูกห้ามเผยแพร่ ห้ามออนแอร์

งานร่วมสมัย แต่เหมือนละครกรมศิลป์

Advertisement

หนังละครย้อนยุคของไทยทั้งๆ เป็นงานร่วมสมัยในวัฒนธรรมป๊อป แต่ผลงานเหมือนละครปลุกใจยุคชาตินิยมคลั่งชาติประกาศอานุภาพต่างๆ

หรือมิฉะนั้นเสื้อผ้าหน้าผมก็อย่างเดียวกับละครจักรๆ วงศ์ๆ ของกรมศิลปากร

เพราะสังคมถูกครอบงำและกล่อมเกลาด้วยประวัติศาสตร์สงครามของวีรบุรุษ (ที่เพิ่งสร้าง) โดยไม่มีประวัติศาสตร์สังคม ที่ประกอบด้วยการเมืองและการค้ากับนานาชาติพันธุ์  ทั้งทางบกทางทะเล

และไม่มีวิถีชีวิตของสามัญชนชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์แรงงานโดยไม่มีค่าตอบแทน

ฉากสุดท้ายของละครปลุกใจรักชาติเรื่อง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง ที่เน้นเรื่องชาติ (ไทย) ศาสนาและพระมหากษัตริย์ บทประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา หรือ วิจิตร วิจิตรวาทการ) แสดงครั้งแรกเมื่อปี 2497 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ฉากสุดท้ายของละครปลุกใจรักชาติเรื่อง อานุภาพพ่อขุนรามคำแหง ที่เน้นเรื่องชาติ (ไทย) ศาสนาและพระมหากษัตริย์ บทประพันธ์ของหลวงวิจิตรวาทการ (กิมเหลียง วัฒนปฤดา หรือ วิจิตร วิจิตรวาทการ) แสดงครั้งแรกเมื่อปี 2497 สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม

รักษาตึกบ้านทรายทอง ทำลายเรือนไม้ชายคลองโอ่งอ่าง

คนชั้นกลางเสพหนังและละครโหยหาอดีตมานานปีพอๆ กับการปฏิวัติรัฐประหารที่มีสืบเนื่องมา จึงพากันยกโขยงฟูมฟายบริจาคร่วมทุนอย่างรวดเร็วเพื่อสงวนรักษาบ้านทรายทองของตระกูลผู้ดีมีทรัพย์ศฤงคาร

ขณะเดียวกันก็เฮโลสนับสนุนการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬชายคลองโอ่งอ่าง ที่ถูกตำหนิจากคนชั้นกลางเหล่านั้นว่าสกปรกรกรุงรัง

เหตุเพราะคนในชุมชนยากจน จึงไม่มีทุนทำให้งามเหมือนบ้านทรายทอง และอยู่ในภาวะสงครามนับสิบๆ ปีต่อสู้กับรัฐราชการของคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ

แม้จะไม่โดดเดี่ยว แต่ชุมชนป้อมมหากาฬก็ไม่มีหลักประกันว่าสิทธิของคนจนเมือง ยังมีเหลือ