กวาดล้างบ้านช่อง โดย วีรพงษ์ รามางกูร

ข่าวเรื่องการกวาดล้างการฉ้อราษฎร์บังหลวงมีให้ได้ยินเกือบทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. การกล่าวโทษข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ พนักงานรัฐวิสาหกิจ การฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกนักการเมือง การจัดตั้งศาลทุจริตที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ ข่าวศาลฎีกาพิพากษาลงโทษบุคคลที่มีชื่อเสียงเคยเป็นรัฐมนตรี หรือแม้แต่คนที่เคยเป็นผู้นำต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นก็ไม่เว้น เหมือนจะเก็บกวาดทุกคนทุกฝ่าย ทั้งคนไม่ดีและคนเคยดี ไม่มียกเว้น

ปฏิบัติการของหน่วยงานอิสระ ซึ่งขณะนี้คงจะอิสระจริงๆ เพราะรัฐบาลทหารที่ครองอำนาจอยู่ในขณะนี้ คงจะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานขององค์กรอิสระต่างๆ คงไม่ต้องเกรงใจผู้ใด ทำงานได้อย่างตรงไปตรงมา

เมื่อใครขันอาสาเข้ามาทำงานสาธารณะก็ต้องถือว่าตนเป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมจะถูกตรวจสอบได้ ย่อมจะต้องถูกตั้งคำถามจากประชาชน ซึ่งมีสื่อมวลชนสาขาต่างๆ ทำหน้าที่แทนผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกที่ประชาชนเลือกขึ้นมา เป็นสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตน ไม่ “ขายตัว” ให้กับทหารและรัฐบาลกองทัพ เพื่อหวังว่าเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร ตนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา หวังแก่อามิสสินจ้างเล็กๆ น้อยๆ

สมัยที่เราเคยมีรัฐบาลเผด็จการทหารเป็นเวลายาวนานหลังปี พ.ศ.2500 นักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนที่ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตนถูกจับ ถูกยัดข้อหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์เป็นจำนวนมาก แต่บรรดาสื่อมวลชนรุ่นนั้นก็ยังคงดำรงตนเป็นสื่อที่เคารพตนเอง ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตนเสมอมา

สมัยนี้สื่อมวลชน นักหนังสือพิมพ์ก็ดี วิทยุก็ดี โทรทัศน์ก็ดี จะมีวิญญาณเป็นสื่อมวลชนของประชาชนเหมือนสมัย 50-60 ปีก่อนหรือไม่ ก็ต้องคอยดู เห็นยอมให้ผู้มีอำนาจพูดจาหยาบคายด่าทออย่างกับเป็นมนุษย์คนละชนชั้นไปเสียแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่ายังคงมีศักดิ์ศรีเป็นปากเสียงของประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักข่าวสายทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้ไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว นอกจากประจบผู้นำไปวันๆ เพื่อให้ได้ข่าวส่งโรงพิมพ์ สื่อเมาหมัดกันไปแล้ว

เมื่อเอาสื่อหรือนักข่าว หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ได้อยู่แล้ว ต่อไปก็คือการกวาดล้างนักการเมืองรุ่นเก่าและรุ่นปัจจุบัน ที่มีประวัติเคยฉ้อราษฎร์บังหลวง บิดเบือนอำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์ให้กับตนเองหรือพรรคพวก ใช้เงินซื้อเสียงประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียง ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าประชาชนไม่ได้ “โง่” รู้ทันทุกอย่าง

พฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรได้เปลี่ยนไปแล้ว กล่าวคือ ประชาชนเลือกพรรคมากกว่าเลือกบุคคล และสามารถบังคับพรรคให้เลือกบุคคลที่ตนชอบลงสมัครรับเลือกตั้ง คล้ายๆ กับระบบ “primary” ของสหรัฐอเมริกา ต้องชอบตัวบุคคลและอยู่กับพรรคที่ตนสนับสนุนจึงจะได้รับเลือกเป็น ส.ส. ไม่มีใครจะมาซื้อเสียงได้ง่ายๆ ถ้าใจไม่ให้

ความจริงการที่องค์กรอิสระดำเนินการกวาดล้างนักการเมืองที่ไม่สะอาด รวมทั้งพ่อค้านายทุนข้าราชการที่อยู่เบื้องหลังโดยการยึดทรัพย์สิน โดยการฟ้องร้องเป็นคดีอาญา ถูกศาลพิพากษาจำคุก ให้ได้ยินอยู่เกือบทุกสัปดาห์ทุกวัน ก็น่าจะถือเป็นคุณูปการที่สำคัญของคณะรัฐประหาร ถ้าสามารถทำได้สำเร็จ ทำการเมืองเป็นการเมืองที่สะอาด มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่น้อยมาก มีก็ถูกจับมาลงโทษได้ทุกราย ก็จะเป็นการทำรัฐประหารที่ “ไม่เสียของ” ประชาชนคงจะเอาใจช่วย

ข้อสำคัญก็คืออย่าได้มีข่าวว่ารัฐบาล คสช.เป็นเสียเอง เพื่อเก็บเสบียงกรังไว้ตั้งพรรคการเมือง เพื่อลงเลือกตั้ง ถ้าเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นว่านั้น ก็ไม่ใช่แค่น่าเสียดายที่การทำรัฐประหารจะ “เสียของ” เท่านั้น แต่จะถูกประชาชนก่นด่าและสาปแช่งเหมือนที่เคยเป็นมา

ประเด็นเรื่องจะเซตซีโร่ หรือตั้งต้นกันใหม่ ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องสลักสำคัญที่จะต้องทำ ถ้าจะทำก็ควรจะทำการล้างไพ่หรือเซตซีโร่กันใหม่ทุกพรรค รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย มิฉะนั้นก็จะเป็นการทำแบบสองมาตรฐาน เหมือนกับที่แล้วๆ มาซึ่งไม่เป็นผลดีกับใคร รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย บ้านเมืองแตกแยกร้าวฉานก็เพราะการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เสมอหน้ากันในความรู้สึกของประชาชน ถ้าความรู้สึกเช่นว่านี้ยังคงอยู่จากการกระทำก็ดี หรือจากการพูดจาการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ก็ดี ความแตกแยกก็ไม่มีวันมลายหายสูญไป

การกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่นในหมู่นักการเมืองเก่า ในหมู่ข้าราชการที่ร่วมมือกับนักการเมือง รวมทั้งเอกชนพ่อค้าที่เข้ามาแนะนำและดำเนินการหาเงินหาทองโดยอ้างว่าหาเงินเข้าพรรค ในโลกสมัยใหม่ย่อมสามารถตรวจสอบทางเดินของเงิน แม้แต่การเปิดบัญชีในต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ก็อาศัยสิทธิสัญญาในการให้ความร่วมมือป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อยู่แล้ว คงไม่ต้องถึงกับใช้วิธี “ยิงเป้า” แบบเดียวกับที่สาธารณรัฐประชาชนจีนหรือสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามทำ ซึ่งทั้งสองประเทศเดี๋ยวนี้ข่าวคราวเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นก็หายไป ไม่ปรากฏเป็นข่าวมานานพอสมควรแล้ว

นโยบายที่ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น สร้างความเสียหายให้กับการเงินการคลังของประเทศก็คือ โครงการพยุงราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ทั้งๆ ที่ผลผลิตของภาคเกษตรกรรมถ้าหักการประมงออกแล้วมีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างว่ามีแรงงานในภาคเกษตรกรรมจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามีจำนวนเท่าใด เพราะเมื่อประเทศชาติเจริญขึ้น ลูกชาวไร่ชาวนาจบการศึกษาสูงขึ้น ก็ไม่มีใครอยากจะเป็นชาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคกลาง ในเขตชลประทานที่เป็นเขตเกษตรก้าวหน้า ทำนาปรังปีละ 2-3 รอบ ผลิตข้าวคุณภาพต่ำ ทำเป็นข้าวนึ่งส่งขายประเทศยากจน

แต่ชาวนาภาคกลางได้กำไรดีเพราะนโยบายพยุงราคาข้าวของรัฐบาล ที่แบ่งกันระหว่างโรงสีหัวคะแนนของพรรครัฐบาล และ “ผู้ที่มีนา” แต่ไม่ได้ทำนา หรือไม่ก็ใช้เครื่องจักรทั้งหมด

ประเทศไทยควรจะเลิกการปลูกข้าวนาปรังคุณภาพต่ำได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเกษตรก้าวหน้าที่มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ที่ดินมีศักยภาพที่จะไปทำการผลิตอย่างอื่น เช่น ประมงน้ำจืด พืชผลไม้ราคาแพง เหลือตลาดข้าวไว้ให้เกษตรกรในเขตเกษตรน้ำฝน ที่ทำนาได้ปีละครั้ง ผลผลิตเฉลี่ยไร่หนึ่งประมาณ 40-50 ถัง แต่ผลิตข้าวคุณภาพสูง เช่น ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ

เอางบประมาณที่จะใช้อุ้มชูชาวนาผู้ร่ำรวยในภาคกลาง ไปสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในจังหวัดที่ผลิตข้าวนาปีที่มีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของตลาด ชาวนาในเขตเกษตรก้าวหน้าได้ประโยชน์จากโครงการรัฐบาลมานานและมากพอแล้ว ควรไปดูแลชาวนาภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนจะดีกว่า

ขณะนี้ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่มีแรงงานเหลือเฟืออีกต่อไปแล้ว แต่เป็นประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน ต้องนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ เพราะรายได้ต่อหัวของคนไทยสูงขึ้น การศึกษาโดยเฉลี่ยของคนไทยก็สูงกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาค สมควรที่จะปกครองตนเองได้แล้ว ไม่ควรปล่อยให้ถูกดูถูกว่าคนไทยยังโง่อยู่ ปกครองตนเองไม่ได้ ต้องเอาทหารมาปกครอง

เมื่อคณะรัฐประหารเข้ามาแล้วให้คำมั่นสัญญาไว้กับคนไทยและคนทั่วโลกว่า จะเดินตามกรอบเวลาตามแผน หรือ road map ที่วางเอาไว้ การกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายในวงการเมืองให้สิ้นไปก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ต่อไปจะได้เห็นประชาธิปไตยที่ใสสะอาด โปร่งใส การมีข่าวว่านักการเมืองก็ดี ข้าราชการก็ดี พ่อค้าที่เข้ามาพัวพันสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชั่น ถูกศาลพิพากษาตัดสินให้จำคุกก็ดี ต้องถือว่าเป็นข่าวดี การอภัยโทษหรือลดโทษคดีทุจริตคอร์รัปชั่นในโอกาสต่างๆ ไม่ควรจะมี มิฉะนั้นก็จะไม่เป็นความยุติธรรม

กวาดล้างบ้านช่องไม่สำเร็จสักที

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon