รายงาน : สัญญาณ การเมือง สัญญาณ วิษณุ เครืองาม เตือนตรง ‘อนุทิน’

13.08.21 | 13:00 น.

ไม่ว่า “ร่าง” พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคคลสาธารณสุขในการรักษาพยาบาล
ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา จะมาจาก ณ ที่ใด

เป็นข้าราชการ “ประจำ”

หรือว่าเป็นข้าราชการ “การเมือง” ผลักดันให้บรรดาปลัดกระทรวง อธิบดีและผู้อำนวยการในกระทรวงสาธารณสุขออกหน้า

แต่พลันที่มีเสียง “เตือน” จากนายวิษณุ เครืองาม

“ขอย้ำว่าไม่มีใครรู้เรื่อง ไม่มีใครเคยเห็น ‘ร่าง’ ดังกล่าวด้วยซ้ำไป และผมได้แจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขกลับไปคิดให้ดี

Advertisement

เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำขนาดนั้น”

เท่ากับเป็นการเตือนโดยตรงไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูลเจ้ากระทรวง เท่ากับเป็นการเตือนโดยตรงไปยัง นายสาธิต ปิตุเตชะ ผู้ช่วยเจ้ากระทรวง

ภาวะยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก ย่อมตามมา

ความน่าสนใจของเสียง “เตือน” อันดังก้องจากปาก นายวิษณุ เครืองาม อยู่ที่บางถ้อยคำ บางประโยค
ซึ่งไม่ควรมองข้าม

เริ่มจาก “ไม่มีใครรู้เรื่อง”

นี่จึงมิได้หมายเพียง นายวิษณุ เครืองาม เท่านั้น หากครอบคลุม “ความหมาย” กว้างไกลและสำคัญยิ่งกว่านั้น

นั่นก็คือ ไม่มีใครใน “กลุ่ม 3 ป.”

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.อนุพงษ์
เผ่าจินดา

นี่เป็นการเตือนในเรื่องเส้นสาย เครือข่าย

ขณะเดียวกัน ที่สำคัญและแหลมคมยิ่งกว่านั้นก็คือ ข้อยืนยันที่ว่า “อาจไม่เข้าข่ายที่จะออกเป็นพระราชกำหนดได้”

ประเด็นนี้แหละทุบเข้ากลางกระหม่อม

ความหมายที่ตรงเป้าอย่างที่สุดก็คือ ไม่ต้องการให้กระทรวงสาธารณสุขโยน “เผือกร้อน” เข้ามาอยู่ในมือของ “รัฐบาล”

นั่นคือ ปัดให้ออกห่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เพราะในสภาพความเป็นจริงของสภาพการณ์ทางการเมืองในทุกวันนี้ไม่ว่าเรื่องใดล้วนโยนเข้าไปสุม
อยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสิ้น

สภาพไม่ต่างไปจาก “ตำบลกระสุนตก”

ความหมายเฉพาะหน้าก็คือ ควรออกเป็น “พระราชบัญญัติ” ไม่ควรออกเป็น “พระราชกำหนด”

สัญญาณเตือนนี้ “ใคร” คือ “เป้าหมาย”

ตอบได้เลยว่า เป็นเรื่องของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ นายสาธิต ปิตุเตชะ ในฐานะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยจะต้องปรึกษาหารือกัน

เตือนถึง “อำนาจ” เตือนถึง “ความรับผิดชอบ”

ยังไม่มีใครรู้ว่า ภายหลังเสียงสำทับจาก นายวิษณุ เครืองาม ภายในกระทรวงสาธารณสุขจะรับมือเรื่องนี้อย่างไร

รับมือแบบเดียวกับกรณี “วัคซีน” หรือไม่

คำถามจึงพุ่งตรงไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล คำถามจึงพุ่งตรงไปยัง นายสาธิต ปิตุเตชะ อย่างพร้อมเพรียงกัน

เป็นคำถามจาก “หมอไม่ทน” เป็นคำถามจาก “พยาบาลไม่ทน”