หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : คลองผดุงกรุงเกษม มีตลาดโบ๊เบ๊ ย่านการค้าขายส่งทางเรือออกไปบ้านนอก

17.09.16 | 12:13 น.
คลองผดุงกรุงเกษมช่วงสะพานวิศุกรรมนฤมาน (ใกล้เทเวศร์) เห็นสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อยู่ด้านบนขวา (ภาพเมื่อ พ.ศ. 2489)

คลองผดุงกรุงเกษม ก่อน พ.ศ. 2500 ราว 59-60 ปีมาแล้ว หรือมากกว่านั้น มีเรือแพนาวาค้าขายขึ้นล่องไปมาและจอดขนถ่ายสินค้าทั้งวันทั้งคืน

แต่ตลอดสายจำนวนหนาแน่นมากหรือน้อยไม่เท่ากัน จะมีต่างกันเป็นหย่อมๆ ย่านๆ เช่น มีหนาแน่นเฉพาะต้นคลอง, กลางคลอง, ท้ายคลอง นอกนั้นไม่มี

ผมเรียนชั้นมัธยม 1-6 โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ (ใกล้สะพานมัฆวาน) เห็นแต่เรือขนาดเล็กบรรทุกของขายสินค้าผ่านไปมา ไม่มีจอด เข้าใจว่าเรือใหญ่เข้าไม่ได้ เพราะติดสะพานเตี้ย

ครูพละโรงเรียนวัดมกุฏฯ ใช้คลองผดุงฯ หน้าโรงเรียนให้นักเรียนหัดว่ายน้ำเป็นครั้งคราว (ไม่ประจำ) ผมว่ายน้ำเป็นจากบ้านนอกมาแล้ว จึงไม่ต้องเรียนอีก แต่ต้องสอบว่ายน้ำในคลองผดุงฯ

เนื่องจากเป็นเด็กวัดยากจน มีกางเกงหูรูดเป็นกางเกงใน ไม่นุ่งกางเกงลิง ผมนุ่งกางเกงหูรูดใส่ว่ายน้ำสอบ ตอนนั้นเพื่อนนักเรียนเห็นเข้าก็หัวร่อกันเกรียวกราว มองผมเป็นตัวตลก

Advertisement

ส่วนผมได้แต่งงๆ แล้วนึกประหลาดใจว่าไอ้พวกเด็กกรุงเทพฯ แม่งโง่จริงๆ ไม่รู้จักกางเกงหูรูดนุ่งเล่นน้ำ

คลองผดุงกรุงเกษม ตรงวัดโสมนัสวิหาร เห็นสะพานเทวกรรมรังรักษ์ที่นางเลิ้ง (ภาพเมื่อ พ.ศ. 2489)
คลองผดุงกรุงเกษม ตรงวัดโสมนัสวิหาร เห็นสะพานเทวกรรมรังรักษ์ที่นางเลิ้ง (ภาพเมื่อ พ.ศ. 2489)

โบ๊เบ๊

ตลาดโบ๊เบ๊ อยู่ริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้คลองมหานาคบริเวณที่ตัดกันเป็นสี่แยก เป็นย่านชุมนุมจอดเรือบรรทุกสินค้ามาจากหัวเมืองในภาคกลาง จอดติดกันสองฝั่งเป็นพืดยืดยาว ตั้งแต่สี่แยกคลองมหานาคไปถึงหัวลำโพง เว้นที่ตรงกลางไว้ให้เรือไปมาแล่นสวนกัน

ผมเป็นนักเรียนมัธยม เคยไปรับจ้างนั่งขายของข้างถนนย่านโบ๊เบ๊ แลกข้าวกิน 2 มื้อ กลางวันกับเย็น เพราะมีญาติและคนรู้จักจากบ้านนอกไปซื้อของที่โบ๊ะเบ๊ใส่เรือไปขายบ้านนอก  แล้วมีคนพลุกพล่าน ขายของได้ดีเหมือนย่านจตุจักรน้อยๆ

วัดเทวราชกุญชร ปากคลองผดุงกรุงเกษม ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2489
วัดเทวราชกุญชร ปากคลองผดุงกรุงเกษม ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2489

เรือฟืนหลา ขนไปเข้าโรงไฟฟ้าวัดเลียบ

บ้านเกิดผมอยู่ป่าดงศรีมหาโพธิ์ ปัจจุบันเป็นเขต อ. ศรีมโหสถ ต่อเนื่อง อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี อยู่ห่างแม่น้ำบางปะกง ราว 20 กิโลเมตร

แต่มีลำน้ำเล็กๆ เชื่อมที่ดอนป่าดงกับแม่น้ำบางปะกง ลำน้ำนี้มีน้ำเรือแล่นได้ในฤดูน้ำหลาก แต่ในฤดูแล้งแห้งผากเป็นทุ่งโล่ง ไม่มีน้ำ ไม่มีเรือ

เรือค้าขายเป็นของใคร? ผมไม่รู้ แต่พอหน้าน้ำมีน้ำในลำลาด ก็เห็นเรือขนสินค้าไปจอดซื้อขาย บางทีเป็นเรือรับซื้อข้าวเปลือกกับฟืนหลาจากชาวบ้านที่เตรียมไว้ขาย แม่กับพ่อของผมต้องเตรียมข้าวเปลือกกับฟืนหลาไว้ขายพ่อค้าเรือทุกปีเป็นรายได้เสริม

รับซื้อของเต็มลำแล้ว เรือถอยจากลำน้ำสาขาไปออกแม่น้ำบางปะกง ล่องไปบางน้ำเปรี้ยว แล้วเลี้ยวเข้าคลองแสนแสบ ล่องจนถึงสี่แยกคลองมหานาค เลี้ยวเข้าคลองผดุงกรุงเกษม ตรงไปออกแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าคลองโอ่งอ่าง จอดขนฟืนหลาขายให้โรงไฟฟ้าวัดเลียบ เมื่อขนหมดแล้วถอยไปจอดซื้อของสินค้าในชีวิตประจำวันที่โบ๊เบ๊ แล้วขึ้นไปขายให้คนป่าดงอีกเป็นกิจวัตรประจำ

ฟืนหลาที่พ่อค้าเรือรับซื้อไปรวมๆ แล้วปีละหลายสิบลำ ถ้ารวมทั้งอำเภอซึ่งมีหลายท่าเรือจอดน่าจะเป็นร้อยๆ ลำ ขนไปขายต่อให้โรงไฟฟ้าวัดเลียบ (วัดราชบุรณะ เชิงสะพานพุทธ ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบ) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแห่งเดียวของกรุงเทพฯ ยุคนั้น ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำเดือดเพื่อเอาพลังไอน้ำปั่นทำกระแสไฟฟ้าส่งให้คนกรุงเทพฯ

ไม่ต้องข้องใจสงสัยว่าทำไมป่าจึงเหี้ยนหายหมดแถวแควระบม-สียัด จนถึงเขาหินซ้อน ตลอดสองฟากถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี-สระแก้ว

ฟืนหลา หมายถึง ไม้เนื้อแข็งตัดผ่าซีกโตๆ เป็นท่อนๆ ละราว 1 ศอก วางเรียงซ้อนกัน วัดด้านสูง 1 หลา กว้าง 1 หลา เรียก ฟืนหลา [สมัยผมยังเด็กวัดบ้านนอกเรียนชั้นประถม ไม่คุ้นวัดขนาดเป็นเมตร เพราะคุ้นเป็นนิ้ว เป็นหลา เข้าใจว่าตามมาตราอังกฤษ เมื่อเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ราว พ.ศ. 2497 จึงรู้จักมาตราวัดขนาดเป็นเมตร]

ปากคลองผดุงกรุงเกษมด้านทิศเหนือ เห็นวัดเทวราชกุญชรอยู่ด้านซ้ายวัดนรนาถสุนทริการามอยู่ด้านขวา ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2489
ปากคลองผดุงกรุงเกษมด้านทิศเหนือ เห็นวัดเทวราชกุญชรอยู่ด้านซ้ายวัดนรนาถสุนทริการามอยู่ด้านขวา ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2489
คลองผดุงกรุงเกษม ขณะขุดเมื่อเมื่อ พ.ศ. 2396
คลองผดุงกรุงเกษม ขณะขุดเมื่อเมื่อ พ.ศ. 2396

เขม่าจากโรงไฟฟ้าวัดเลียบ

ควันและเขม่าจากโรงไฟฟ้าวัดเลียบ ลอยไปตามกระแสลม ตกตามบ้านเรือนและวัดวาอาราม

เมื่อลมพัดผ่านวัดเทพธิดาราม ซึ่งผมเป็นเด็กวัด ถ้าซักเสื้อนักเรียนสีขาวตากราวผ้าไว้คราวไร เขม่าโรงไฟฟ้าจะตกใส่เสื้อขาวเป็นจุดดำๆ เต็มหมด ต้องซักใหม่ ซักไปด่าไปในใจเพราะเหนื่อยชิบหายไอ้ห่า

หลังขุดลอกคลองเสร็จ ถ่าเยมื่อ พ.ศ. 2396
หลังขุดลอกคลองเสร็จ ถ่าเยมื่อ พ.ศ. 2396