ผลงาน 2 ปี โดย จำลอง ดอกปิก

รัฐบาล คสช.แถลงผลงาน

บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุ 2 ปีแรก ผลงานการทำงานเป็นที่ประจักษ์ มีผลสัมฤทธิ์ ทำให้มุมมองและการประเมินที่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ที่มีต่อประเทศไทยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น น่าพอใจ

สรุปได้ อาทิ ด้านเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศซึ่งส่งผลกระทบในทางที่ดีกับทุกด้าน

มีผลการประเมินความเสี่ยงด้านความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น จากอันดับ 58 ในปี 2557 เป็นอันดับที่ 51 ในปี 2559 ความโปร่งใสในการบริหารงานภาครัฐ จากอันดับที่ 57 ในปี 2557 เป็นอันดับที่ 25 ในปี 2559

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นดีขึ้นทุกปี ในสายตานานาชาติดีที่สุดในรอบ 6 ปี

และมีความโปร่งใสที่สุดในรอบ 10 ปี

จีดีพีก็เจ๋ง มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากร้อยละ 0.8 ในปี 2557 เป็นร้อยละ 3.2 ในปี 2559 ฯลฯ

ฟังจากถ้อยแถลง การสื่อสารถึงประชาชนครั้งนี้ รัฐบาล คสช.มั่นใจว่าการบริหารประเทศประสบความสำเร็จ โชว์ได้ น่าปลื้มปริ่มทุกด้าน

แต่ก็เป็นการพูดเอง เออเอง

และไม่เปิดให้มีการซักถาม ตลอดการแถลงที่กินเวลายาวนาน 5 ชั่วโมง

รัฐบาลบิ๊กตู่มีที่มาพิเศษ

การแถลงผลงานรอบปี รัฐธรรมนูญมิได้กำหนดไว้ เหมือนกับฉบับที่ถูกฉีกไป แต่เป็นความสมัครใจแถลง

ดูเหมือน รัฐบาลตั้งใจเป็นพิเศษ

ในแง่ประชาชนการแถลงเป็นผลดี ต่อการติดตาม การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล คสช.ว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือไม่

ข้อมูล ตัวเลขต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาแสดง ด้านความมั่นคง การเมือง ภาวะเศรษฐกิจ ฯลฯ

อะไรต่าง อะไรตรงกับความเป็นจริง

ที่ต่าง ที่ตรงมันคือคำตอบ ของแต่ละด้านทั้งสิ้นว่า แท้จริงมีพัฒนาการความก้าวหน้า หรือว่าล้าหลัง มิพักต้องพูดถึงรายละเอียด เนื้อในที่ซ่อนอยู่ภายในแพคเกจจิ้ง หีบห่อผลสัมฤทธิ์สวยหรูที่นำออกโชว์

2 ปีรัฐบาล คสช. สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้คะแนนบริหารด้านเศรษฐกิจสอบตก ขณะที่ด้านอื่นๆ ผ่านคาบเส้นได้คะแนนรวม5 จากเต็ม 10 ขณะที่นักวิชาการบางสถาบัน ให้คะแนนต่างกันลิบ อยู่ในระดับเกรดเอ สูงถึง 8 จาก 10 คะแนนเต็ม

แต่การให้คะแนนของสมาชิกพรรคการเมือง ที่ถูกโค่นล้มโดย คสช. 5 คะแนนจากพรรคการเมืองที่มีส่วนได้เสียคงไม่มีน้ำหนักมากนัก ในทางการเมืองอาจมีผู้ตั้งข้อสงสัย เช่นเดียวกับคำถามที่อาจมีได้กับ 8 คะแนนของนักวิชาการที่อยู่ภายใต้ร่มเงารัฐบาล มีตำแหน่งแห่งหนในรัฐวิสาหกิจ ว่ามากไป อวยไปหรือไม่

รัฐบาลทุกชุด ไม่ว่ามีที่มาอย่างไร มักอวดอ้าง โฆษณาชวนเชื่อ ว่ามีผลงาน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง

แต่ผู้ที่จะตัดสินแท้จริงคือประชาชน เจ้าของอำนาจอธิปไตย

ที่ได้รับผลโดยตรงจากนโยบาย จากการบริหารประเทศ ทุกด้าน

น่าเสียดายที่ประชาชนไม่มีโอกาสประเมินผล ให้คะแนนรัฐบาล คสช. ที่มีสิทธิออกได้ทุกหน้า อาจสอบตก สอบได้ฉิวเฉียด หรือประชาชนประทับใจ ให้สอบผ่านฉลุย ในระดับ 8 จากเต็ม 10 หรือน้อย หรือมากกว่านั้น อันมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น

ประชาชนไม่มีโอกาสไม่พอ

การประเมินจากสมาชิกพรรคการเมือง และนักวิชาการก็คล้ายกับสุดโต่ง เอนเอียง

มากกว่าที่จะดำเนินอย่างตรงไปตรงมา

การให้คะแนนในยุคถูกตีกรอบ มีข้อจำกัด เป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน และส่งผลต่อรัฐบาล ทำให้ไม่มีกระจกสะท้อนภาพที่แท้จริง

ไม่มีใครพูดความจริง!

การที่ไม่รู้ว่าที่คนมองจากภายนอก สัมผัสจับต้องได้นั้น แย่จริง หรือดีจริงอย่างไร เป็นผลเสียต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

เพราะหากดีจริง เจ๋งจริง ก็จะได้รักษาไว้ และยกระดับให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป แต่หากตรงกันข้าม ก็ทบทวน หาทางแก้ไข ปรับปรุง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon