ความเห็น “ต่าง” ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลในรายละเอียดของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
เป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติยิ่ง
ยิ่งเมื่อมองลงไปในเหตุผลและข้อมูลอันสะท้อนผ่าน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา แห่งพรรคประชาชาติ ยิ่งเห็นเด่นชัด
เด่นชัดในแนวแบบ “เพื่อไทย”เด่นชัดในแนวแบบ “ก้าวไกล”
ยิ่งกว่านั้น กระบวนการมองมุมต่างในประเด็นอันเกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็มิได้เป็นเรื่องใหม่
หากเป็น “โจทย์” ซึ่ง “ตกค้าง”
ไม่ว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แห่งพรรคเพื่อไทย ไม่ว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แห่งพรรคก้าวไกล
เมื่อขบคิดและพิจารณา
นี่เป็นปัญหาในทาง “ยุทธวิธี” มิได้เป็นปัญหาในทาง “ยุทธศาสตร์”
ต้องยอมรับลักษณะ “ร่วม” ในทางความคิดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลยังดำรงอยู่อย่างเป็นเอกภาพ ไม่แปรเปลี่ยน
นั่นคือ พุ่งเป้าไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เพียงแต่มีจุดต่างในระหว่างการเคลื่อนไหวตลอด 2 รายทาง และการคัดสรรตัวบุคคลมาเป็นเครื่องมือ
มาเป็นอาวุธ
ภายในการเสาะค้นนั้นก็ปรากฏ
“จุดต่าง” ในการวิเคราะห์และสรุป
ต้องยอมรับว่า การระบุนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ หรือแม้กระทั่ง นายชัยวุฒิ
ธนาคมานุสรณ์
ดำเนินไปอย่างเป็น “จุดร่วม” ในทางการเมือง
เพียงแต่เมื่อปรากฏชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และหรือร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคก้าวไกล หลายคนในพรรคร่วมฝ่ายค้าน
อาจไม่เห็นด้วยไม่เห็นด้วยแม้เป้าหมายจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ตาม
การดำรงอยู่ในความเป็น “พันธมิตร” ใน “แนวร่วม” ใหญ่ทางการเมือง จึงมิได้เป็นการดำรงอยู่แบบเออออห่อหมก พร้อมที่จะร้องเพลง “เลือดสุพรรณ”
ตรงกันข้าม ต้องสนใจแสวง“จุดร่วม” สงวน “จุดต่าง”
ตรงกันข้าม จำเป็นต้องมีความอดทน ไม่ว่าจะจากผู้อาวุโสภายในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจากผู้เยาว์จากพรรคก้าวไกล
ไม่มีใครจะครอบครอง “บท” เดียวมาเป็นของตน
ท่ามกลางการเคลื่อนไหว ท่ามกลางการต่อสู้ บางครั้งพรรคเพื่อไทยก็ต้องเสียสละ บางครั้งพรรคก้าวไกลก็ต้องยินยอม
การออกมา “ประท้วง” สำแดง “เหตุผล” จึงต้องเกิดขึ้น
ในเมื่อมองผ่านเชิง “ยุทธศาสตร์” ยังมีศัตรูร่วมคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา การอยู่ในภาวะต้องกลืนเลือดบ้างก็ต้องทำความเข้าใจ
เข้าใจใน “เขา” เข้าใจใน “เรา”
การดำรงอยู่ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล จึงเป็นอีก“บทเรียน” หนึ่งทางการเมืองที่จำเป็นในการเรียนรู้
นี่เป็นมิติ “ใหม่” ในทางการเมือง
เป็นมิติอันสะท้อนก้าวใหม่ในทาง “ความคิด” อันเป็นเงาสะท้อนไปยังจังหวะก้าวในทาง “การเมือง” ที่
ไม่เหมือนเดิม
จำเป็นต้องรอ “เวลา” มาเป็นเครื่องพิสูจน์อย่างอดทน

