อีกก้าวสู่‘บีซีจี’

แม้วิกฤตโควิดยังส่งผลกระทบหนักหนาสาหัสกับระบบเศรษฐกิจไทยที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของสังคม แต่ยังมีภาคธุรกิจบางส่วนที่ยังพอจะเดินต่อไปได้ เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อรองรับวิถีอนาคตใหม่

หนึ่งในนั้นคือการลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพตามโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ “บีซีจี” (Bio-Circular-Green Economy) เป็นอีกนโยบายสำคัญของรัฐบาล

เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมแสดงความยินดีกับบริษัท GC International Corporation บริษัทย่อยของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือจีซี และบริษัทคาร์กิลล์ (Cargill Incorporated) ผู้ถือหุ้น 50% ในบริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ (NatureWorks) ที่โครงการโรงงานพลาสติกชีวภาพแบบครบวงจรแห่งใหม่และแห่งแรกในประเทศไทย ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

โครงการนี้มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2567 ตั้งอยู่ในโครงการนครสวรรค์ไบโอ คอมเพล็กซ์ (NBC) ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

ทั้งนี้ เป็นโรงงานพลาสติกชีวภาพโพลีแลคติก แอซิด (Polylactic Acid : PLA) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งที่ 2 ภายใต้ชื่อทางการค้า Ingeo เป็นโพลิเมอร์ชีวภาพที่ย่อยสลายได้ มีคาร์บอนฟุตพริ้นต์ต่ำ

สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ทั้งนำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร เส้นใยใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ เส้นใยที่นำมาใช้ผลิตผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย รวมถึงอุปกรณ์ใช้ภายในบ้าน เป็นต้น

ที่สำคัญ โรงงานนี้ยังช่วยเกษตรกรไทยด้วย เพราะจะใช้น้ำตาลจากอ้อยเป็นวัตถุดิบ ปีละประมาณ 110,000 ตัน นำไปผลิตเป็นกรดแลคติก (Lactic Acid) แลคไทด์ (Lactide) และโพลิเมอร์ (Polymer) จนได้เป็นโพลิแลคไทด์ (Polylactide) มีกำลังการผลิตโพลิเมอร์ชีวภาพอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร“จีซี” ให้ข้อมูลว่า ในฐานะที่บริษัทเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของประเทศและผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันดับหนึ่งของโลก มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
“จีซี” และ “คาร์กิลล์” ในฐานะผู้ถือหุ้นของ NatureWorks ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพ PLA อันดับหนึ่งของโลก จะช่วยขยายฐานพันธมิตรในตลาด Bio-Polymer รวมถึงการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้วัสดุที่ยั่งยืนให้กับตลาดโลก

เป็นโครงการที่สอดคล้องกับโมเดล BCG Economy ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ในเวทีโลก และสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

ขณะที่ “คอลลีน เมย์” ประธาน บริษัทคาร์กิลล์ ไบโออินดัสเตรียล กรุ๊ป เสริมว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ก้าวไปข้างหน้าร่วมกับจีซี เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของบริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ ด้วยการสร้างฐานการผลิตแห่งที่ 2 การลงทุนครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำที่สำคัญถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลงทุนเพื่อพัฒนาโซลูชั่นที่ยั่งยืนสำหรับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชีวภาพทั่วโลก

ถือเป็นโครงการที่ช่วยตอบโจทย์วิถีสังคมยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังต่อยอดผลิตภัณฑ์จากอ้อยช่วยเกษตรกรไทย

นับเป็นอีกโครงการที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่โมเดลเศรษฐกิจ “บีซีจี”

วุฒิ สรา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon