ต้องยอมรับว่า แรกที่เห็นภาพนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ควงแขน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ออกมาเปิดแคมเปญ “ลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์”
ก็รู้สึกตื่นตา ตื่นใจ
เพราะนี่เป็น “แคมเปญ” ผ่าน www.change.org ซึ่งมิได้เป็นเรื่องแปลกเลย หากเป็นเด็กๆ จาก “ทะลุฟ้า”
หรือเป็น “นักการเมือง” จาก “ก้าวไกล”
แต่เมื่อเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ออกมาระบุ “เพื่อร่วมแสดงพลังและเจตจำนงไม่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป”
ความตื่นตา ตื่นใจจึงบังเกิด
ทั้งหมดนี้จึงมิได้เป็นมาดใหม่อันมาจาก นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หรือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเท่านั้น
หากแต่หมายถึง “เพื่อไทย” ทั้งขบวน
อย่าว่าแต่จะเป็นนักการเมืองอย่างนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และนักการเมืองอย่าง นายประเสริฐ
จันทรรวงทอง ซึ่งคร่ำหวอดมาอย่างยาวนานเลย
แม้กระทั่ง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ “เปลี่ยน”
บทบาทที่เห็นอย่างอึกทึกครึกโครมนับแต่คำประกาศเข้าร่วม “คาร์ม็อบ”กับ นายสมบัติ บุญงามอนงค์
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมเลย
แม้ในวันที่ 15 สิงหาคม ก็ต่อยอดเป็น “คาร์ปาร์ก”
ยิ่งที่จะได้เห็นกันในวันที่ 29 สิงหาคม ก็เด่นชัดว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้ทะลุออกจาก “คาร์ปาร์ก” เข้าสู่พื้นที่ “คอลเอาต์” แล้ว
แต่ละศัพท์ แต่ละแสง ล้วนโอ่อ่า อลังการ
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับมาดของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เมื่อลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนา หรือแม้กระทั่งในนาม นปช.
กลายเป็น “พี่เต้น” ในยุคแห่ง “เฟซบุ๊ก ไลฟ์”
ไม่ว่าจะมองผ่านภาพของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หรือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ไม่ว่าจะมองผ่านภาพของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
หลายคนมองทะลุไปยัง โทนี่ วู้ดซัม
แต่ในความเป็นจริงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นเพราะการมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นแหละจำเป็นต้องมีการปรับตัว
ปรับตัวเพื่อให้การเคลื่อนไหวมี “ศักยภาพ”
การเคลื่อนไหวทางการเมืองในแบบยุครัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 อาจ “เอาต์”ไปแล้วและส่งผลสะเทือนไม่มากนัก
เพราะนี่คือยุคแห่งเฟซบุ๊ก ยุคแห่งทวิตเตอร์
อย่าว่าแต่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หรือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลย แม้กระทั่งคนอย่าง โทนี่ วู้ดซัม ก็ต้องสร้างรูปแบบใหม่
เช่นนี้มีหรือที่ “พี่เต้น” จะย้ำซ้ำอยู่ที่เดิม
ไม่ว่าจะมองผ่านภาพของ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าจะมองผ่านภาพของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
นี่ย่อมเป็นสัญญาณ
สัญญาณแห่ง “การเปลี่ยนแปลง” ปรับตัว
สัญญาณว่ายุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่ยาวนานนัก สัญญาณว่า “การเลือกตั้ง” คงมาเยือนอย่างแน่นอน
จำเป็นยิ่งที่ “เพื่อไทย” จะต้อง “เปลี่ยน” สร้าง “ลุค” ใหม่

