เหมือนกับสถานการณ์ “หลัง” การลงมติไม่ไว้วางใจ ไว้วางใจ ทุกสายตาอาจมองไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นเช่นนั้น แต่มีมากกว่านั้น
ที่มากกว่านั้นก็คือ บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งปรากฏขึ้นในระหว่างการอภิปราย “ทั่วไป”
โดยเฉพาะ “ก่อน” วันที่ 4 กันยายน
น่าเชื่อว่า “เป้าหมาย” สำคัญของการเคลื่อนไหวและแสดงออกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อยู่ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ยิ่งหากอ่านผ่าน “ตัวแทน” ยิ่งเด่นชัด
สภาพการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเช่นนี้เองที่ทำให้ปรากฏชายชาติทหารคนหนึ่งเข้ามาเล่นบทเป็นตัวเชื่อมในลักษณะ “กาวใจ”
นั่นก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ถามว่าการเคลื่อนไหวในแต่ละก้าวย่างของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่ในสายตาและความรับรู้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือไม่
หากใครถาม อาจได้คำตอบว่า “ไม่รู้”
แต่ในความเป็นจริงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นไปได้หรือที่จะไม่รู้ และมองไม่เห็น
ถึงไม่รู้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ย่อมจะ “รายงาน”
เพียงแต่สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคลื่อนไหวและรายงานต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจต่างจาก
“บทสรุป” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ตรงนี้เองทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีความสำคัญ
ตรงนี้เองทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สามารถดึงเอา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มารอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คนสำคัญใน “เกม” จึงคือพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
โดยพื้นฐานจึงอาจกล่าวได้ว่าวิถีแห่งการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์
โอชา ไม่ว่าจะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
สำคัญและไม่ควร “กะพริบตา”แต่จากสภาพความเป็นจริงใน
แต่ละก้าวย่าง ไม่ว่าจะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ล้วนอยู่ในสายตาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
บทสรุปจากมุมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในแฟ้มของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเด่นชัดและแน่นอน
เช่นเดียวกับกรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ความสำคัญของสถานการณ์ “หลัง” การลงมติไม่ไว้วางใจและไว้วางใจ จึงขึ้นอยู่กับบทสรุปของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเป็นอย่างไร
โดยอ่านจากวิถีแห่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
หากในที่สุดแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกลิดรอนออกไปจากตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” นั่นหมายถึงหายนะจะตามมา
เพราะตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ก็จะไม่เหลือ
แต่ถ้าหาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังคงอยู่ในตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” โอกาสที่จะได้รับการปรับเป็น “รัฐมนตรีว่าการ” ก็สูง
คำถามจึงอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่

