ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 กันยายน รับทราบการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอโดยมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณากรอบระยะเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยหากมีความพร้อม ครม.ให้พิจารณาเลือกตั้ง อบต.ภายในปี 2564 ที่มีอยู่ทั่วประเทศจำนวน 5,300 แห่ง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยานั้น อาจจะกำหนดให้มีการเลือกตั้งในลำดับต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ครม.เห็นชอบจัดการเลือกตั้ง อบต. 5,300 แห่งก่อน และ กกต.ได้ออกประกาศและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดการเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 18 ธันวาคม 2562 โดยในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 ตุลาคม 2564 กกต.จะประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และช่วงวันเลือกตั้งจะเป็นช่วงระหว่าง 28 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 2564 ตามกระบวนการ กกต.จะรอหนังสือแจ้งจาก ครม.อย่างเป็นทางการ ก่อนจะนัดประชุม กกต.เพื่อประกาศวันเลือกตั้งต่อไปจะเป็นการจัดเลือกตั้งภายใต้รูปแบบนิว นอร์มอล เข้มงวดมาตรการป้องกันโควิด-19 หากสถานการณ์ระบาดหนักในช่วงกำหนดวันเลือกตั้ง ก็สามารถที่จะเลื่อนได้ตามกรอบกฎหมายที่กำหนดเปิดช่องทางไว้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 มีการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 แห่ง ต่อมาวันที่ 28 มีนาคม 2564 มีการเลือกตั้งเทศบาล 2,472 แห่ง ซึ่งองค์กรเหล่านี้ มีบทบาทอย่างสูงในการบริหารจัดการ ในช่วงวิกฤตโควิด น่าเสียดายที่คณะรัฐมนตรี ยังไม่ให้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และผู้ว่าเมืองพัทยา ขณะที่สถานการณ์ของ กทม. และเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองสมัยใหม่ ต้องมีการบริหารจัดการโดยมืออาชีพ และเชื่อมโยงกับประชาชน มีปัญหารุมเร้ามากมาย การเว้นว่างผู้บริหาร ทำให้เกิดปัญหาทั้งเปิดเผยและแฝงเร้น รัฐบาลต้องใช้เหตุผลเรื่องการพัฒนาพื้นที่เป็นหลัก มากกว่าเรื่องการเมือง และรีบให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้มีคนที่ประชาชนไว้วางใจ มารับผิดชอบดูแลท้องถิ่น เป็นการบรรเทาภาระของรัฐบาลอย่างถูกต้องตามหลักการ

