หน้าแรก คอลัมนิสต์ อนาคตของรัฐบา...

อนาคตของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก โดย ลลิตา หาญวงษ์

17.09.21 | 13:00 น.
จ่อ โม ทุน ทูตพม่าประจำสหประชาชาติคนปัจจุบัน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็นไปของการเมืองระหว่างประเทศและความอยู่รอดของประเทศเล็กประเทศน้อยบางทีก็อยู่ในกำมือของชาติมหาอำนาจที่กุมเสียงอยู่ในองค์กรระหว่างประเทศ มีสหประชาชาติเป็นอาทิ อนาคตรัฐบาลของคณะรัฐประหารหรือคู่แข่งที่เป็นรัฐบาลพลเรือนในนามรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government หรือ NUG) ก็ขึ้นอยู่กับประเทศที่เสียงดังที่สุดในสหประชาติอย่างสหรัฐอเมริกาและจีนเช่นกัน ในวันที่ 21 กันยายน การประชุมของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในส่วนของการอภิปรายทั่วไป (General Debate) จะเริ่มต้นขึ้น การประชุมครั้งนี้สำคัญต่อการเมืองภายในประเทศพม่าเป็นอย่างมาก เพราะรัฐบาลของคณะรัฐประหารกำลังแข่งกับ NUG ล็อบบี้ประเทศต่างๆ เพื่อให้ตนได้ที่นั่งในสมัชชาใหญ่ในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวของพม่า

เป้าหมายของคณะรัฐประหารในครั้งนี้คือทำทุกวิถีทางเพื่อนำคนของตัวเองเข้าไปแทนจ่อ โม ทุน (Kyaw Moe Tun) เอกอัครทูตพม่าประจำสหประชาชาติ หากจำกันได้ จ่อ โม ทุนผู้นี้คือผู้ที่ต่อต้านรัฐประหารมาตลอด และเคยกล่าวสุนทรพจน์เพื่อประณามรัฐประหาร และให้การสนับสนุนรัฐบาล NLD และรัฐบาล NUG อย่างชัดเจน เมื่อไม่นานมานี้ยังมีข่าวว่าเขาเป็นเป้าหมายการลอบสังหารด้วย ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐประหารมองว่าหากสมัชชาใหญ่ฯตัดสินใจให้ผู้แทนของคณะรัฐประหารเป็นตัวแทนอย่างชอบธรรมของพม่าก็เหมือนกับรับรองความรุนแรงที่กองทัพพม่าก่อไว้ หากที่ประชุมมีมติปลดจ่อ โม ทุนและปล่อยให้ที่นั่งของพม่าว่างลงก็ยิ่งทำให้การเจรจาทางการเมืองยากขึ้นไปอีก บ้างก็มองว่าสมัชชาใหญ่ไม่ควรแต่งตั้งผู้แทนของ NUG เพราะจะยิ่งทำให้กระบวนการเจรจาหยุดยิงระหว่างกองทัพพม่า กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ และกองกำลังฝ่ายประชาชน (PDF) เป็นไปได้ยากขึ้น

กระบวนการเลือกทูตประจำสหประชาชาติไม่ชัดเจน ที่ผ่านมากระบวนการพิจารณาอยู่บนพื้นฐานหลายอย่าง เช่น ความสามารถในการควบคุมกำกับเขตแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความชอบธรรมทางประชาธิปไตย และการเคารพมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน มติของที่ประชุมอาจปล่อยให้ที่นั่งว่างลง หรืออาจจะปล่อยให้จ่อ โม ทุนเป็นตัวแทนของพม่าต่อไป แต่ล่าสุด นิตยสาร Foreign Policy ตีพิมพ์บทความที่อ้างว่าสหรัฐอเมริกาและจีนได้ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีมติว่าจะไม่ให้ตัวแทนของคณะรัฐประหารพม่าขึ้นแถลงต่อที่ประชุม แต่ฝ่าย NUG ก็ต้องปรับท่าทีที่มีต่อรัฐบาลคณะรัฐประหาร อย่างน้อยที่สุด จ่อ โม ทุนจะต้องรักษาท่าที และไม่ไปชูสามนิ้วในที่ประชุมและประณามรัฐบาลคณะรัฐประหารอย่างรุนแรงเหมือนที่เคยทำมาก่อน ด้านจ่อ โม ทุนเองก็แบ่งรับแบ่งสู้กับมตินี้ เขาบอกว่าอาจจะทำตัวโลว์โปรไฟล์ลง และจะไม่กล่าวอะไรกับที่ประชุมสมัชชาใหญ่ หรืออาจจะไม่นั่งในเก้าอี้ของตัวแทนจากพม่า

พูดแบบง่ายๆ คือในการหารือทั่วไปภายในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ที่ประชุมจะให้จ่อ โม ทุนเป็นตัวแทนของพม่าในสหประชาชาติต่อไป อย่างน้อยก็ในเวลานี้ และจะไม่รับรองทั้งรัฐบาล NUG และรัฐบาลของคณะรัฐประหาร จ่อ โม ทุนจะมีสถานะประหลาดสักหน่อย เพราะแม้จะเป็นตัวแทนของพม่า ในฐานะรัฐรัฐหนึ่งและสมาชิกสหประชาชาติ แต่เขาจะไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร ไม่ได้เป็นตัวแทนของ NUG อย่างชอบธรรม ประเด็นเรื่องการรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลทั้งสองที่แข่งขันกันอยู่จะถูกนำไปอภิปรายอีกครั้งอย่างน้อยจนถึงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม เมื่อคณะกรรมาธิการตรวจสารตราตั้ง (Credential Committee มีหน้าที่กำหนดข้อมูลประจำตัวของผู้แทนสหประชาชาติของแต่ละประเทศ) จะประชุมกันอีกครั้ง คณะกรรมาธิการชุดนี้มีตัวแทนจาก 9 ประเทศ โดยในปีนี้มีสวีเดนนั่งเป็นหัวโต๊ะ และมีตัวแทนจากจีน รัสเซีย และสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมด้วย ระหว่างนี้ คณะรัฐประหารอาจจะผลักดันเพื่อส่งตัวแทนของตนเข้าไปนั่งในสมัชชาใหญ่

ว่ากันว่านักการทูตระดับสูงในสหประชาชาติได้ตกลงจะใช้แนวทางแบบ “กลางๆ” นี้ และได้รับการยอมรับ (อย่างไม่เป็นทางการ) จากตัวแทนของสหภาพยุโรป อาเซียน หรือแม้แต่รัสเซียแล้ว ประเทศที่มีผู้จับตามองมากที่สุดในกรณีเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองในพม่าคือจีน เป็นที่ทราบกันดีว่าจีนไม่ได้ยินดีกับรัฐบาลในพม่าครั้งนี้มากนัก การยอมให้จ่อ โม ทุนเป็นตัวแทนของพม่าต่อไป และยินยอมหารือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อหาทางออกให้วิกฤตของพม่าภายในสหประชาชาติก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดี และเป็นท่าทีที่สำคัญมากของจีนที่มีต่อรัฐบาลรัฐประหารและกองทัพพม่า

Advertisement

มติ “กลางๆ” ของที่ประชุมสมัชชาใหญ่ฯอาจไม่ถูกใจคนใน NUG มากนัก แต่ก็ถือเป็นท่าทีบวก อย่างน้อยสหประชาชาติก็ไม่ได้มีมติรับรองรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารโดยตรง อย่างไรก็ดี NUG เพิ่งออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่อประณามการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนโดยกองทัพพม่า และยังแสดงความไม่พอใจท่าทีของบางชาติ โดยเฉพาะในอาเซียน ที่ยังเชิญตัวแทนจากรัฐบาลคณะรัฐประหารไปประชุมนานาชาติ อาเซียนเพิ่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านพม่า มีเอรีวัน ยูซุฟ (Erywan Yusof) เป็นหัวหน้าคณะทำงานตามคาด กองทัพพม่าเพิ่งยอมรับข้อเสนอของอาเซียนว่าจะยอมหยุดยิงไปก่อนจนถึงสิ้นปี และระหว่างนี้ก็จะยอมให้นานาชาติส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในพม่า ในขณะเดียวกัน NUG และ PDF ซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายประชาชนก็ประกาศว่าจะทำสงครามเพื่อป้องกันตัว และโจมตีกองทัพของพม่าอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อปกป้องประชาชนพม่า

เกมการเมืองระหว่างประเทศระหว่างพม่าสองฝ่ายจะยังมีอยู่ต่อไป อย่างน้อยก็จนถึงสิ้นปีนี้ แต่ผู้เขียนมองว่าสมัชชาใหญ่เองก็ไม่อยากเสี่ยงที่จะรับรองรัฐบาลพม่าชุดใดชุดหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งมาจากรัฐประหาร ถูกประณามโดยคนจากทั่วโลก และใช้กำลังปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรงมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อีกฝ่ายเป็นรัฐบาลพลัดถิ่น ที่มีกองกำลังจัดตั้งของตนเอง แม้จะยังใหม่อยู่มาก แต่ก็พยายามแสดงแสนยานุภาพ ลอบสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐไปได้จำนวนหนึ่ง และยังยืนยันต่อสู้กับกองทัพอย่างเข้มแข็ง แม้ชาติสมาชิกในสหประชาชาติจะโน้นเอียงไปในเชิง “เชียร์” ฝ่ายประชาชนพม่าชัดเจน แต่เมื่อกล่าวถึงการเมืองระหว่างประเทศและการเล่นเกมทางการทูต การเลือกรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งไปเลยอาจไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่ฉลาดนัก เพราะก็มีหลายชาติที่แม้จะไม่ได้ออกโรงสนับสนุนพม่าเต็มตัว แต่ก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนในพม่ามาก และแสดงท่าทีเห็นอกเห็นใจคณะรัฐประหารพอประมาณ ทั้งจีน เพื่อนบ้านอย่างไทย และอาเซียน ที่ต้องการหาทางออกร่วมกันกับพม่า

เพื่อยุติสงครามกลางเมือง แต่ผู้เขียนก็ยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะเป็นไปในทางใด เพราะรัฐบาล NUG และ PDF จะไม่มีวันลดราวาศอกกับกองทัพและรัฐบาลคณะรัฐประหาร และลึกๆ แล้วฝ่ายหลังก็ไม่ต้องการประนีประนอมกับใครทั้งสิ้น เว้นแต่ในตอนนี้กองทัพพม่าต้องเข้าหานานาชาติมากขึ้นหน่อย วิ่งทุกทางเพื่อให้รัฐบาลของตนเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ

ลลิตา หาญวงษ์