โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ กับ AUKUS

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของโลก “นอติลุส”

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ กับ AUKUS

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกของโลกชื่อ “นอติลุส” สร้างโดยสหรัฐอเมริกาเมื่อ พ.ศ.2497 โดย เรือดำน้ำนอติลุสเป็นเรือดำน้ำที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบความดันไอน้ำขนาดเล็กแทนเครื่องยนต์ดีเซลของเรือดำน้ำทั่วไป ทำให้ไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเก็บน้ำมันดีเซล และไม่ต้องกลับขึ้นมาชาร์จแบตเตอรี่ที่ผิวน้ำอีกด้วย เรือนอติลุสสามารถถอดเปลี่ยนแกนยูเรเนียมใหม่ 1 ชิ้น ซึ่งมีพลังงานที่สามารถใช้ได้ เป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี เรือนอติลุสมีความยาว 319 ฟุต ความกว้าง 27 ฟุต สามารถดำน้ำได้ลึกกว่า 400 ฟุต แล่นใต้น้ำด้วยความเร็ว 20 นอต และยังทำลายสถิติ โดยการเป็นเรือลำแรกที่ดำลงไปลอดใต้ชั้นน้ำแข็งไปถึงขั้วโลกเหนือ และถูกปลดระวางเมื่อปี พ.ศ.2523 หลังจากนั้นก็ถูกนำไปจัดแสดง ในพิพิธภัณฑ์เมื่อปี พ.ศ.2528

เวลาผ่านไป 67 ปีได้มีการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่ไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงเลยตลอดอายุการทำงาน 25 ปีของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เรือดำน้ำพลังงานนิวแคลียร์สามารถดำน้ำอยู่ที่ระดับความลึกได้ยาวนานเป็นเดือนโดยไม่ต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ และสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถึง 30-35 นอตเมื่ออยู่ใต้น้ำ ภายในเรือยังมีอุปกรณ์การสร้างออกซิเจนจากน้ำทะเล และมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับการเก็บเสบียงอาหาร และน้ำจืด ทำให้ลูกเรือสามารถดำรงชีวิตได้อย่างยาวนานใต้ทะเลลึกโดยสามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน 90 วัน ก่อนที่จะต้องขึ้นสู่ผิวน้ำ หรือกลับฐานเพื่อเติมเสบียง ดังนั้นประเทศใดที่มีเรือดำน้ำหลังงานนิวเคลียร์จึงเป็นการข่มขวัญกองทัพศัตรูได้เป็นอย่างดี แต่การที่จะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ได้นั้นเป็นเรื่องยากเพราะเทคโนโลยีในการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในเรือดำน้ำนั้นเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากต้องใช้งบประมาณในการสร้างขึ้นมาแต่ละลำเป็นเงินมหาศาล จึงมีเพียง 6 ประเทศในโลกเท่านั้นคือสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดียที่มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ยังคงใช้เรือดำน้ำดีเซลอยู่

เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ยุคปัจจุบัน

ครับ ! เนื่องจากเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์นี่เอง ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดมีกลุ่มพันธมิตรที่สำคัญเรียกว่า AUKUS ซึ่งเป็นสนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกฉบับใหม่ เพื่อจัดตั้ง “พันธมิตรไตรภาคีด้านความมั่นคง” ระหว่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลีย พูดกันง่ายๆ คือการรวมกลุ่มกัน 3 ประเทศเพื่อต่อต้านสาธารณรัฐประชาชนจีนที่อ้างสิทธิเอาทะเลจีนใต้แทบทั้งทะเลเป็นของจีนนั่นเอง

ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับกลุ่มพันธมิตร AUKUS นี้คืออังกฤษ และสหรัฐอเมริกา จะช่วยให้ออสเตรเลียให้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยทางออสเตรเลียแสดงความตั้งใจที่จะสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ถึง 8 ลำและสถานที่ในการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์นี้คือ เมืองแอดิเลดของออสเตรเลียนั่นเอง นี่อาจเป็นเป้าหมายหลักเพื่อคานอำนาจและท้าทายโดยตรงต่อจีนที่มีอิทธิพลเหนือน่านน้ำในภูมิภาคนี้เนื่องจากจีนได้ขยายอิทธิพลเหนือทะเลจีนใต้ด้วยการสร้างเกาะเทียมขนาดเล็กหลายเกาะ และเปลี่ยนเป็นฐานทัพ พร้อมจัดส่งกองกำลังรักษาการทางทะเลและหน่วยคุ้มกันชายฝั่งเข้าคุมพื้นที่

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังออกกฎหมาย อนุญาตให้หน่วยคุ้มกันชายฝั่งยิงเรือต่างชาติที่รุกล้ำ
น่านน้ำได้

แน่นอนทีเดียวรัฐบาลจีนย่อมไม่พอใจอย่างมากกับการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร AUKUS นี้อย่างแน่นอนด้วยการออกมาประณามแบบสาดเสียเทเสียแต่นั่นแหละหากจีนไม่ออกมาประณามกลุ่มพันธมิตร AUKUS ก็จะเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่การที่ประเทศฝรั่งเศสซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในยุโรปของอังกฤษและสหรัฐอเมริกาได้ออกมาประณามการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร AUKUS อย่างรุนแรงโดยว่าเป็นการลอบแทงข้างหลังฝรั่งเศสและได้ประท้วงอย่างเป็นทางการด้วยการที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐ และเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลีย เดินทางกลับกรุงปารีสเป็นการด่วน “เพื่อการปรึกษาหารือ” ซึ่งการเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศแบบนี้ถือเป็นการประท้วงขั้นสูงสุดรองมาจากการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตเชียวนะครับ

ก็เรื่องเรือดำน้ำนั่นแหละ ที่เป็นสาเหตุที่ฝรั่งเศสโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะว่า เมื่อ พ.ศ. 2559 ฝรั่งเศสชนะการประมูลเหนือเยอรมนี และญี่ปุ่น สำหรับโครงการสร้างเรือดำน้ำดีเซล 12 ลำให้กองทัพเรือออสเตรเลีย ซึ่งมีมูลค่ากว่า 56,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียวางแผนจะนำเรือดำน้ำฝูงใหม่นี้มาทดแทนเรือดำน้ำฝูงปัจจุบันที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลและไฟฟ้า และจะถึงกำหนดปลดระวางใน พ.ศ.2569 จู่ๆ รัฐบาลออสเตรเลียก็ประกาศยกเลิกสัญญาการสร้างเรือดำน้ำดีเซล 12 ลำจากฝรั่งเศสเสียเฉยๆ เพราะว่าจะได้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ โดยความช่วยเหลือจากอังกฤษและสหรัฐอเมริกาแทน

แล้วจะไม่ให้ฝรั่งเศสโวยวายว่า “ถูกแทงข้างหลัง” ได้อย่างไร

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อุทยานฯ-ทช.พบหญ้าทะเลพื้นที่ใหม่กว่า 10 ไร่ หมู่เกาะชุมพร
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ เดินหน้าแผนพัฒนาฯ ฉบับ 13 พลิกโฉมประเทศ รับการเปลี่ยนแปลง แบบเมกกะเทรนด์