พลังอ่อน โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

หลังอ่านข่าวใน “มติชนออนไลน์” เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

“…ปรากฏเป็นข่าวทั่วไปในโลกโซเชียลมีเดีย กรณีมีการจัดทำฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนาใน จ.เชียงใหม่ โดยนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยาของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายนายกรัฐมนตรี โดยมีการขึ้นป้ายผ้าไวนิลแสดงผลงานที่ชัดเจน ล่าสุดวันนี้ เพจ CSI LA ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 7 แสนคน ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่าฝายกั้นน้ำแม่ผ่องพรรณ พังแล้วครับ แทนที่จะเอาเงินที่เสียไปกับการเดินทางหลายล้านบาทของคุณผ่องพรรณ น่าจะนำเงินมาสร้างฝายที่มีมาตรฐานแทน ไม่ใช่ทำงานแบบผักชีโรยหน้าอย่างนี้ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวกำลังเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว”

รู้สึก ขันๆ ขื่นๆ

พิจารณาจากรูปภาพประกอบข่าว จะพบว่าน้ำได้กัดเซาะรอยเชื่อมระหว่างตัวเขื่อนที่สร้างด้วยโครงไม้ไผ่ ที่บรรจุก้อนหินขนาดใหญ่เอาไว้จนเต็ม กับตลิ่งที่เป็นดินและทราย จนขาดออก

กลายเป็นร่องน้ำริมสันฝาย ไม่อาจเก็บกักน้ำเอาไว้ได้อีกต่อไป

ดูภาพนี้แล้ว เกิด “ซาโตริ” อะไรขึ้นมาบางอย่าง

โดยเฉพาะ “พลังอ่อน” ของน้ำ

น้ำที่ “รู้ดี” ยังกับมีชีวิต ว่า พลังอ่อนของตนเอง คงไม่สามารถพังทลายแนวสันฝายที่สร้างจากหินและไม้ไผ่ได้

จึงเปลี่ยนกระแสไปบั่นเซาะจุดที่อ่อน ซึ่งก็คือรอยต่อระหว่างตัวสันเขื่อนกับฝั่งแทน

ค่อยๆ ซึม ค่อยๆ แทรก จนเมื่อมีมวลน้ำสะสมขนาดใหญ่จากน้ำป่าหรือฝนตก มาช่วยกระแทกเข้าไปยัง “จุดอ่อน” นั้น

แล้ว ฝายอันแข็งแกร่ง ที่แม้จะคงสภาพอยู่ได้ แต่ก็เป็นเพียงกำแพงหินที่เปลือยเปล่า มิได้มีประโยชน์กับการเก็บกักน้ำอีกต่อไป

เหตุการณ์ “ดาด-ดาด” เช่นนี้แหละ เตือนใจดีนักแล

โดยเฉพาะนักแสวงหาอำนาจทั้งหลาย

กล่าวคือ เมื่อพวกท่านสามารถรวบรวมพลังแข็งแกร่งได้ พลังอ่อนทั้งหลายก็พร้อมจะสยบยอมให้

แต่ในอีกด้าน “พลังอ่อน” ก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เฉยๆ

ยังแสวงหา จุดอ่อน จุดบกพร่องของ “อำนาจแข็ง” ตลอดเวลา

และเมื่อพบ ก็ค่อยๆ เซาะ ค่อยๆ ชอนไช

จน “เงื่อนไขเหมาะสม” พลังอ่อน “ก็พร้อมจะแสดงฤทธิ์เดช ให้เห็น อย่างที่เกิดกับฝายแม่ผ่องพรรณ ที่พังพาบหลังจากเปิดใช้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ นั่นเอง

กล่าวให้เป็นรูปธรรมขึ้น

ในวาระครบ 2 ปี ของการรัฐประหาร มีการกล่าวกันว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล โดยเฉพาะตัวผู้นำ มีความแข็งแกร่ง และได้รับความนิยมมากขึ้น

มากจนหลายคนมองข้ามช็อตไปว่า เราจะได้นายกรัฐมนตรีคนเดิม ที่นั่งอยู่ในเก้าอี้ตอนนี้ กันเลยทีเดียว

ความแข็งแกร่งดังกล่าว สามารถสยบฝ่ายต่อต้าน ที่กลายเป็น “พลังอ่อน” ได้อย่างอยู่หมัด

แต่อย่างที่บอก ธรรมชาติของพลังอ่อน มีความยืดหยุด อ่อนตัว สามารถชอนไช ไปบั่นเซาะ “จุดอ่อน” ตรงอื่นได้

อย่างที่เห็นอย่างที่รู้ และจะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม

“พลังอ่อน” คงรับรู้ได้ถึงจุดอ่อน จึงเปลี่ยนกระแส แทนที่จะโหมกระหน่ำไปยังรัฐบาลและ คสช. ที่แข็งแกร่งอย่างไร้ประโยชน์

หันไปค่อยๆ บั่นเซาะ เป้าข้างเคียง แทน

ซึ่งเป้าข้างเคียงก็คงรู้ดีว่าตนเองมีจุดอ่อนอะไร จึงกลายเป็น “เป้าหมาย” บั่นเซาะแทนเช่นนั้น

และการพังพาบลงของฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา น่าจะเตือนใจได้ถึงพลานุภาพของ

“พลังอ่อน” ที่สามารถทำให้ “พลังแข็ง” กลายเป็นกองก้อนหินที่ไร้ประโยชน์ในชั่วพริบตาได้ไม่ยาก

ดังนั้น ที่ว่าแน่ๆ ด้วยทั้งพลังเหล็กจากการรัฐประหาร และพลังนิยมจากประชาชน

แต่หากเผลอหรือประมาทไม่รู้ตัวว่ามีจุดอ่อน

“พลังอ่อน” เซื่องๆ ซึมๆ ก็อาจซัดทำลายลงได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon