เป็นที่ฮือฮากันทั่วประเทศเมื่อ Pacquiao ได้รับการเสนอชื่อจากพรรค PDP-Laban ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดี ความเป็นมาในเรื่องนี้เป็นอย่างไร ทำไมเขาจึงได้รับการเสนอชื่อซึ่งเป็นเหตุผลทางการเมือง ในการประชุมของพรรค เมื่อเดือนสิงหาคม รัฐมนตรีแรงงาน Alfonso Cusi ได้ตกลงกับ Duterte ว่าจะให้ Cristopher “Bong” Tesoro Go สมัครในตำแหน่งประธานาธิบดี และให้ Duterte สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ทั้งนี้ Duterte อ้างว่ายังทำงานตามนโยบายของเขายังไม่เสร็จสิ้น ในขณะเดียวกัน Pacquiao มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค PDP-Laban แต่ Duterte ไม่เห็นด้วยกับการให้เขาสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดี จึงมีการแตกแยกในพรรคเกิดขึ้น โดย Kiko Pimentel ได้เสนอให้ Pacquiao ลงสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเขาได้คะแนนเสียงในพรรคอย่างท่วมท้น ส่วน Bong Go นั้นได้ถอนตัวตั้งแต่ได้รับการเสนอชื่อในครั้งแรก เพราะเขาคิดว่าจะทำงานเพื่อสังคมได้ดีกว่า ทำให้เกิดช่องว่างของการเสนอชื่อตำแหน่งประธานาธิบดีในพรรคนี้ ในส่วนของ Pacquiao นั้นไม่เห็นด้วยกับกรณีของทะเลจีนใต้ที่ Duterte เข้าข้างจีนมากเกินไป และเขาจะสอบสวนการทุจริตคอร์รัปชั่นเรื่องการซื้อยาและวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้ได้แต่ Duterte ไม่เห็นด้วย จึงเกิดความขัดแย้งกันขึ้นและนี่เป็นที่มาของการเสนอชื่อตำแหน่งในครั้งนี้
ในส่วนของ Pacquiao เองเขาเป็นวุฒิสมาชิก แต่การเป็นวุฒิสมาชิกของเขานั้นเขาไม่ได้เสนอร่างกฎหมายใดๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสามารถของวุฒิสมาชิกทุกคน เขาเป็นคนดีและเป็นแชมเปี้ยนมวย แต่ประสบการณ์การเป็นวุฒิสมาชิกและการจัดการการบริหารในเรื่องต่างๆ ยังไม่ดีหรือไม่ดีพอ ต้องอาศัยผู้ช่วยให้กระซิบตอบเรื่องต่างๆ ในรัฐสภาหรือในที่ประชุมวุฒิสภา เขาได้รับการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกในอดีตเพราะ Duterte สนับสนุนและประชาชนระดับล่างสนับสนุนเขาที่เขาได้เอาเงินจากการชกมวยมาช่วยคนระดับล่าง และช่วยเหลือการระบาดของ COVID-19 เขาจึงเป็นขวัญใจคนระดับล่าง (Class D-E)
ถ้าถามว่าคนชั้นระดับล่างทั้งหมดจะเทคะแนนเสียงให้เขาทั้งหมดหรือไม่นั้น ก็คงจะไม่ เพราะส่วนหนึ่งของพวกเขามีการศึกษาและสามารถวิเคราะห์ปัจจัยภายในของประเทศได้ อีกทั้งฝ่ายค้านก็อาจจะทำให้คะแนนเสียงของเขาลดลงได้เช่นกันเพราะเขาไม่มีแผนงานที่ชัดเจนสำหรับประเทศมาดูผู้สมัครคนอื่นๆ กันบ้าง คือวุฒิสมาชิก Panfilo Lacson ลงสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดี และวุฒิสมาชิก Tito Sotto ลงสมัครในตำแน่งรองประธานาธิบดี โดยการเสนอชื่อของพรรค Party for Democratic Reform ทั้งคู่ได้ประกาศก่อนผู้สมัครคนอื่นๆ เมื่อวันที่ 8 กันยายนนี้
อีกคนหนึ่งที่น่าติดตาม คือ Sara Duterte หรือ Inday Sara เป็นนักกฎหมายและเป็นบุตรสาวของ Duterte ขณะนี้เป็นนายกเทศมนตรีของเมืองดาเวา ซึ่งยังไม่ประกาศตัวว่าจะลงในตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่ เธอได้ตกลงกับบิดาแล้วว่าจะไม่ลงตำแหน่ง
ประธานาบดีคู่กับบิดาที่ลงในตำแหน่งรองประธานาธิบดี และ Duterte ก็ไม่อยากให้เธอลงด้วยเพราะแนวคิดต่างกัน Sara ไม่เห็นด้วยกับบิดาที่ไม่คำนึงถึงอำนาจอธิปไตยของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ และการแก้ปัญหายาเสพติดที่รุนแรง เธอจึงแยกไปตั้งพรรคใหม่ ชื่อ Hugpong ng Pagbabago (Phase of Change) เป็นพรรคอิสระ และขณะนี้มีป้ายสนับสนุนเธอทั่วประเทศให้เธอลงในตำแหน่งประธานาธิบดี ภายใต้ป้ายโฆษณา
SARA, RUN, SARA ซึ่งเธอยังไม่ตัดสินใจ นอกจากนั้นยังมีผู้สนใจสมัครในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกหลายคนเช่น Reni Robredo (พรรค 1 Sambayan- 1 Nation – เป็นพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีพรรคร่วมหลายพรรค) เธอเป็นรองประธานาธิบดีในปัจจุบัน, Isko Moreno (ขวัญใจคนจนในเมือง) Richard Gordon เป็นประธานสภากาชาดแห่งฟิลิปปินส์และประธานคณะกรรมาธิการเพื่อความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนของสมาชิกวุฒิสภา, Bongbong Marcos เป็นวุฒิสมาชิก และเป็นบุตรของอดีตประธานาธิบดีมาร์กอส อนึ่งการเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีแยกออกจากกัน ไม่ได้เลือกเป็นทีม ใครได้คะแนนสูงสุดในตำแหน่งใดก็ได้เป็นในตำแหน่งนั้น เพราะฉะนั้นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีอาจจะมาจากคนละพรรคกัน ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์การเมืองในฟิลิปปินส์
ขณะนี้ผู้ที่ประกาศตัวแน่นอนคือ Lacson และ Pacquiao นอกจากนั้นยังสงวนท่าทีอยู่ จะรู้อย่างแน่นอนในวันที่ 8 ตุลาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้ เพราะจะมีการเจรจากันภายในพรรค และเป็นความจริงที่ว่า ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่ลงตัวกัน
สีดา สอนศรี

