บทเรียน เรื่องฝาย ‘แม่ผ่องพรรณ’ พัฒนา กรวด ในรองเท้า

ไม่ว่า “ภาพ” เมื่อ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา และคณะ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิด “ฝาย” ไม่ว่าภาพอันตามมาในภายหลังเกี่ยวกับการ “ออกงาน” ต่างกรรม ต่างวาระ

ล้วนมาจาก “คนใน”

เพราะภาพเปิดฝายเด่นชัดอย่างยิ่งว่าเผยแพร่ผ่าน “เว็บไซต์” สมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

มิได้เป็นภาพจาก “ช่างภาพ” มืออาชีพ

ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพของ “หนังสือพิมพ์” ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพของ “โทรทัศน์” ซึ่งประจำตามจุดต่างๆ รวมทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่

ยิ่งภาพ “กิจกรรม” แปลกๆ ของ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา

ยิ่งแสดงออกอย่างเด่นชัดว่า เป็นภาพอันมาจาก “สมาชิก” แห่งสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมอย่างแน่นอน

เป็นใครไหนเล่าที่ไปร่วม “เกี่ยวข้าว” ในท่ามกลางประชาชน

เป็นใครไหนเล่าที่สวม “เสื้อกันฝน” เดินพาเหรดอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ เบื้องหน้าฝาย “แม่ผ่องพรรณพัฒนา”

ถามว่าทำไมถึงได้ “แพร่” ภาพชนิด “ลับเฉพาะ” ออกมา

ที่รายงานข่าวจากแวดวงผู้สื่อข่าว “สายทหาร” อ้างแหล่งข่าวจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุฐานที่มาของข่าว “แม่ผ่องพรรณ” ว่า

1 จากคนที่ไม่พอใจการโยกย้าย แต่งตั้ง

1 จากคนที่ไม่พอใจต่อบุคลิกและเอกลักษณ์ส่วนตนของ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นคนดุตรงไปตรงมา

นั้น “ใกล้เคียง” อย่างยิ่ง

เหล่านี้ล้วน “ต่าง” ออกไปจากข่าวอันเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจำกัด คอนเทมโพรารีฯ

ซึ่งได้งานก่อสร้างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 อย่างต่อเนื่อง

เพราะข่าวนี้มาจากกระบวนการใน “การสืบสวน” และ “เจาะ”

เป็นการเจาะเข้าไปยังรายละเอียดผลงานรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เป็นการเจาะเข้าไปยังที่ตั้งสำนักงานของห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งอยู่ใน “ค่ายทหาร” แห่งหนึ่งของจังหวัดทหารบกพิษณุโลก อันเป็นพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 3

สะท้อนถึงความแนบแน่นกับ “กองทัพ”

กระนั้น เมื่อนำเอารายละเอียดจาก “ข่าวเจาะ” ซึ่งเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ประสานกับภาพในลักษณะ “ลับเฉพาะ” ซึ่งปล่อยออกมาอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการ

เรตติ้งของ “แม่ผ่องพรรณ” จึงพุ่งกระฉูด

การออกมายืนยัน “ความบริสุทธิ์” ไม่ว่าจะโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะโดย พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ สามารถเข้าใจได้

เป็นความบริสุทธิ์และจริงใจในการสร้าง “ฝาย” ตามข้อเรียกร้องของ “ประชาชน”

เป็นความบริสุทธ์เพราะว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดคอนเทมโพรารีฯ ยื่นซองประกวด ต่อทางราชการอย่างถูกต้องตามระเบียบทุกประการ

แต่การก็ดำเนินไปเหมือนบทสรุปของ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ แห่งพรรคประชาธิปัตย์

“สิ่งที่ทำแม้ไม่ผิดก็น่าเกลียด เพราะเป็นบริษัทจดทะเบียนตั้งอยู่ในค่ายทหารและประมูลงานของกองทัพได้ทุกงาน”

อาจจะ “ขยาย” เกินจริงไปได้ เพราะความเป็นจริงเฉพาะบางงานของ “กองทัพภาคที่ 3”

แต่ที่ควรรับฟังอย่างมีโยนิโสมนสิการคือคำว่า “น่าเกลียด” เพราะอาจถูกมองว่าดำเนินไปอย่างมี “ผลประโยชน์ทับซ้อน”

ทั้งหมดจึงกลายเป็นเรื่อง “ละเอียดอ่อน”

ผลที่สุด หากการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีบทสรุปอย่างเดียวกันกับการตรวจสอบ “อุทยานราชภักดิ์”

นั่นก็คือ 9 ต่อ 0 เห็นว่า “ไม่ทุจริต”

แต่ภาพของ นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ก็ยังติดตรึงอยู่ในใจ และกระบวนการได้มาซึ่งผลงานในกองทัพภาคที่ 3 ก็ยังฝังจำ

หากเทียบกับกระแสการโจมตีต่อบางพวก บางฝ่ายตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 เป็นต้นมา

กรณีของ “แม่ผ่องพรรณ” เป็นภาพเล็กมาก กรณีการประมูลในวงเงินกว่า 100 ล้านบาท เป็นจำนวนจิ๊บจ๊อย กะล่อยกะหลิบ และดำเนินไปเหมือนกับ “ก้อนกรวด” อันพลัดเข้าไปใน “รองเท้า”

เพียงแต่ว่าเป็น “รองเท้า” ของใครเท่านั้นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon