เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายนนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรกรงปินัง จังหวัดยะลา กำลังเดินทางโดยรถยนต์สองคันอยู่บนถนนในหมู่บ้านเบญญา ตำบลปุโรง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ได้ถูกคนร้ายซึ่งซุ่มอยู่ข้างทางจุดชนวนระเบิดที่วางไว้ในท่อน้ำใต้ถนน แรงระเบิดทำให้รถยนต์คันหนึ่งกระเด็นออกไปห่างจากจุดที่ระเบิด 5 เมตร รถขาดออกเป็นสองท่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจในรถเสียชีวิต 3 นาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 นาย
ในขณะเดียวกันคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดกั้นมิให้เจ้าหน้าที่ในรถยนต์อีกคันหนึ่งเข้าไปช่วยเหลือ เกิดการยิงต่อสู้กัน ก่อนที่จะหลบหนีไปคนร้ายได้ลักเอาอาวุธปืนยิงเร็วและอาวุธปืนพกของตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บไปด้วย
เหตุร้ายที่เกิดขึ้นแสดงว่าคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจล่วงหน้าอยู่แล้ว รู้แม้แต่เส้นทางที่เจ้าหน้าที่จะใช้และเวลาที่จะเดินทางผ่าน และได้วางแผนการซุ่มทำลายเอาไว้อย่างแนบเนียน จึงสามารถสังหารและทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้วหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล โดยไม่ได้รับความสูญเสียแม้แต่น้อย ทั้งยังได้อาวุธของเจ้าหน้าที่ไปด้วย
เหตุร้ายทำนองเดียวกันนี้เกิดแล้วเกิดอีกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่แล้วมานั้นเป้าของการซุ่มทำร้ายของคนร้ายมักจะเป็นทหารและตำรวจซึ่งทำหน้าที่ป้องกันครูขณะที่เดินทางไปและกลับจากโรงเรียน ในกรณีเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ถูกบังคับให้ต้องใช้เส้นทางเดิม และเวลาที่ไปและกลับก็ค่อนข้างจะแน่นอนตายตัว และเจ้าหน้าที่น่าจะป้องกันได้ด้วยการตรวจตระเวนเส้นทางล่วงหน้าทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ แต่ก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ยังตกเป็นเป้าของการซุ่มโจมตีอยู่เสมอ
ครั้งหลังนี้ที่น่าสังเกตเกี่ยวกับกรณีกรงปินังก็คือ ภารกิจของเจ้าหน้าที่มิใช่การคุ้มกันครูตามปกติ แต่เป็นการสืบสวนเพื่อหาตัวและจับกุมผู้กระทำผิด ภารกิจเช่นนี้น่าจะต้องทำด้วยการวางแผนที่ปกปิด และให้รู้แต่เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น การที่คนร้ายสามารถวางลูกระเบิดและวางกำลังซุ่มโจมตีล่วงหน้าจนสามารถทำความเสียหายให้แก่ชีวิตและร่างกายของเจ้าหน้าที่ได้เช่นนั้น แสดงว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะปกปิดความเคลื่อนไหวของตนได้ หรือมิฉะนั้นคนร้ายก็อาจจะมีแหล่งข่าวอยู่ภายในหน่วยตำรวจที่สามารถรายงานแผนและความเคลื่อนไหวให้คนร้ายรู้ล่วงหน้า
สิ่งที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ควรจะต้องกระทำโดยด่วนที่สุดก็คือ ปรับแผนงานข่าวกรอง (intelligence) และตอบโต้ข่าวกรอง (counter-intelligence) ของหน่วยเพื่อให้สามารถรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงกันข้าม ปกปิดแผนและความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ และวางแผนลวงเพื่อให้ฝ่ายตรงกันข้ามหลงเชื่อ
ในขณะเดียวกันก็ควรนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปช่วยในการสืบสวนปราบปรามและตอบโต้คนร้าย เช่น ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) ในการลาดตระเวนหรือทำลายฝ่ายตรงกันข้าม
อีกอย่างหนึ่งที่ต้องทำพร้อมกันก็คือ การฝึกอบรมทบทวนเจ้าหน้าที่ให้รู้วิธีป้องกันและตอบโต้การก่อการร้าย เพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นที่กรงปินังนั้นแสดงว่าเจ้าหน้าที่ขาดความชำนาญ แม้จะแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ส่วนที่ไม่ถูกระเบิดก็ยังไม่สามารถตอบโต้เพื่อลดความสูญเสียของอีกส่วนหนึ่ง และไม่สามารถจับกุมหรือสังหารคนร้ายได้
การต่อสู้และปราบปรามการก่อการร้ายแม้จะต้องลงทุนมหาศาลก็ต้องกระทำเพื่อรักษาชีวิตของเจ้าหน้าที่ ตำรวจหรือทหารตายคนเดียว แต่ความเสียหายที่เกิดแก่ขวัญและกำลังใจของครอบครัวและเพื่อนร่วมงานนั้นรุนแรงและกว้างขวางเหลือประมาณ ไม่อาจคำนวณเป็นตัวเงินได้
ผมหวังว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญของภารกิจอันหนักหนาสาหัสของ ศชต.และ กอ.รมน.ภาค 4 สน. และให้ความสนับสนุนแก่ทั้งสองหน่วยให้มากกว่าที่เคยให้แล้ว
ถ้ามิฉะนั้นเหตุร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะบานปลาย ยุติไม่ได้ และในที่สุดจะกระทบกระเทือนเสียหายแก่ความมั่นคงของทั้งราชอาณาจักรด้วย

