รัชกาลที่ 6 กับโรงเรียนประชาบาลและเงินศึกษาพลี
เดือนพฤศจิกายน มีวันสำคัญเกี่ยวกับการศึกษา คือ วันที่ 25 พฤศจิกายน อันเป็นวันคล้าย วันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งมีคุณูปการต่อการศึกษาไทยอย่างอเนกอนันต์
พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อเวลา 01.45 น. ของเช้าวันที่ 26 พฤศจิกายน 2468 แต่ประเพณีไทย ถือว่ายังเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน จึงจัดงานคล้ายวันสวรรคตในวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี
พระราชกรณียกิจสำคัญในรัชกาลที่ 6 คือ การบริหารจัดการด้านการศึกษา หรือการสืบสาน การปฏิรูปการศึกษาต่อจากพระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ต้นแบบการจัดการศึกษาที่โดดเด่นได้แก่การประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พระพุทธศักราช 2464 นอกจากเป็นการศึกษาภาคบังคับฉบับแรกแล้ว ยังมีโรงเรียนประชาบาลและเงินศึกษาพลีที่ได้ยกเลิกไปแล้ว แต่แนวคิดดังกล่าวยังคงมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาไทย ได้ส่วนหนึ่ง
โรงเรียนประชาบาล ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2464 หมายถึง โรงเรียนประถมศึกษา ที่ประชาชนอำเภอหนึ่งหรือตำบลหนึ่ง และดำรงอยู่ด้วยทุนทรัพย์ของตนเอง หรือที่นายอำเภอตั้งขึ้น และดำรงอยู่ด้วยทุนทรัพย์ของประชาชนที่ว่านั้น อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ในหมู่บ้านหมู่เดียวกัน หรือตำบลหนึ่ง ตำบลเดียวกัน จะตั้งและดำรงโรงเรียน ประชาบาลอยู่มากกว่าโรงเรียนหนึ่งก็ได้ ถ้าเป็นการจำเป็น
โรงเรียนประชาบาลเป็นการจัดการศึกษาให้เปล่าโดยไม่เรียกค่าสอนจากเด็กที่มาเรียน และตั้งขึ้นดังนี้
1.ด้วยประชาชนในหมู่บ้านหนึ่ง หรือตำบลหนึ่งสมัครใจจัดตั้งขึ้น โดยยื่นเรื่องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านทางนายอำเภอ หรือ
2.ถ้าประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้ ให้นายอำเภอเป็นผู้ขอจัดตั้ง และได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว
ดังนั้น โรงเรียนประชาบาลจึงจัดตั้งได้ 2 ประเภท คือ โรงเรียนประชาบาลที่ประชาชนร่วมกันจัดตั้งกับที่นายอำเภอจัดตั้ง
การจัดการโรงเรียนประชาบาลให้มีสภากรรมการจำนวนไม่เกิน 5 คน เป็นฝ่ายจัดการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1.การได้มาซึ่งกรรมการ เมื่อประชาชนจำนวนหนึ่งได้ลงชื่อสมัครใจออกเงิน เมื่อได้ออกเงินแล้ว ได้จำนวนเงินซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า พอที่จะจัดตั้งโรงเรียนได้เมื่อใด ผู้ที่ลงชื่อสมัครออกเงิน และได้ออกเงินแล้วตามอัตราที่อุปราชหรือสมุหเทศาภิบาล กำหนดตามที่เห็นเป็นการสมควร ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 5 บาท มีสิทธิให้คะแนนเลือกได้คนละคะแนนในการตั้งกรรมการจัดการ
2.กรรมการจัดการที่ตั้งขึ้น อาจได้รับค่าตอบแทนจากเงินบำรุงโรงเรียนตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดให้เป็นรายปีด้วยความเห็นชอบของอุปราชหรือสมุหเทศาภิบาล
3.เมื่อประชาชนได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้นในหมู่บ้าน หรือตำบลที่อยู่นั้น และได้ตั้งกรรมการจัดการแล้ว กรรมการจัดการตั้งนี้ต้องไปจัดทะเบียนที่ว่าการอำเภอตามท้องที่
4.กรรมการจัดการสภาหนึ่งสภาเดียวกันจะตั้งให้จัดการสอนโรงเรียน หรือมากกว่าสองโรงเรียนที่ตั้งขึ้นในหมู่บ้านหมู่หนึ่งหมู่เดียว หรือตำบลหนึ่งตำบลเดียวกันก็ได้
สำหรับหน้าที่ของสภากรรมการจัดการมีดังนี้
1.เก็บเงินที่ประชาชนสมัครใจจ่ายให้ทุกปี
2.ดูแลการเงินของโรงเรียน (ทั้งรายรับรายจ่าย) ให้เรียบร้อย และปฏิบัติให้เป็นที่สมควรในการซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า สมบัติของโรงเรียน
3.รักษาและดำรงโรงเรียนให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็นกับจัดสถานที่เรียนและเครื่องใช้ให้ควรแก่กรณี
4.ช่วยเหลือผู้ตรวจการของกระทรวงศึกษาธิการ สารวัตรศึกษาและกรรมการศึกษาเมื่อต้องการให้ช่วยเหลือ
อนึ่ง เมื่อประชาชนไม่สามารถจะดำรงโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นต่อไปอีก ด้วยเหตุผลอย่างใดๆ ก็ดี สภากรรมการจัดการต้องแจ้งความต่อนายอำเภอ
โรงเรียนประชาบาลสิ้นสุดบทบาททางการศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2523 เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและโรงเรียนประถมศึกษา กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2523
ในส่วนของเงินศึกษาพลี ที่บัญญัติในพระราชบัญญัติเดียวกันกับโรงเรียนประชาบาล หมายถึงเงินที่จำเป็นต้องใช้จ่ายสำหรับการตั้งและดำรงอยู่ของโรงเรียนประชาบาล ซึ่งนายอำเภอจัดตั้งขึ้น โดยเก็บจากประชาชนในอำเภอเป็นรายปี จากชายฉกรรจ์ทุกคนที่มีอายุ 18 ปีถึง 60 ปี การเก็บเงินศึกษาพลีต้องไม่ต่ำกว่า 1 บาท หรือไม่เกินกว่า 3 บาท
อย่างไรก็ตาม บุคคลต่อไปนี้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินศึกษาพลี ได้แก่
1.ผู้ที่ทำการหาเลี้ยงชีพไม่ได้
2.ภิกษุ สามเณร บาทหลวง ครูสอนศาสนาอิสลามนั้นให้กำหนดในสุเหร่าแห่งหนึ่งไม่เกินกว่า 3 คน
3.พลทหารบก พลทหารเรือ พลตำรวจภูธร และพลตำรวจพระนครบาล ประจำการที่ต้องเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติ
4.ผู้ที่ในปีเดียวกันนั้นได้สมัครใจออกเงินให้ในการดำรงอยู่แห่งโรงเรียนประชาบาลในอำเภอเดียวกันแล้ว เว้นแต่ว่าถ้าจำนวนเงินที่ออกไปแล้วนั้นน้อยกว่าศึกษาพลีที่ต้องเสีย จำต้องออกส่วนที่ยังขาดอยู่
เงินศึกษาพลีได้ถูกยกเลิกในปี 2473 เปลี่ยนมาเป็นการเก็บค่าบำรุงการศึกษาแทน
โรงเรียนประชาบาลและเงินศึกษาพลีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่นำเสนอมา นับเป็นแนวคิดในการจัดการศึกษาที่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งแสดงถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ด้านการศึกษาที่ประชาชนชาวไทยสมควรรำลึกถึง
ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง

