หน้าแรก คอลัมนิสต์ เรื่องพิลึกที...

เรื่องพิลึกที่เคยอ่านตอนเด็ก แล้วยังงงจนถึงปัจจุบัน

10.11.21 | 13:30 น.

ขออนุญาตเล่าภูมิหลังของเรื่องนี้ก่อน คือเมื่อผู้เขียนยังเด็กอายุประมาณ 11-12 ขวบ (ก็ราว 60 ปีมาแล้ว) ตอนนั้นผู้เขียนยังอยู่ที่โคราชอาศัยอยู่ในร้านขายหนังสือเรียนของบิดามารดาจึงมีโอกาสหยิบหนังสือเรียนสมัยนั้นมาอ่านอยู่เป็นนิตย์ซึ่งมีหนังสือเล่มหนึ่งที่มีหน้าปกดึงดูดใจผู้เขียนมากคือหนังสือเรื่อง “อิลราชคำฉันท์” เพราะรูปหน้าปกคือรูปศิวนาฏราชซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระศิวะร่ายรำเพราะชาวฮินดูมีความเชื่อว่าการเต้นรำของพระศิวะก่อให้เกิดปฏิกิริยาของการสร้างโลกและมนุษย์ โดยมีสัญลักษณ์ที่มือขวาถือกลองคือการสร้างโลก มือซ้ายมีเปลวเพลิงล้อมเป็นกรอบคือการสิ้นสุดที่ไฟจะเผาผลาญโลก พระศิวะได้พนันกับพระอุมาผู้เป็นชายาว่าโลกที่สร้างใหม่แข็งแรงหรือไม่ โดยพระศิวะจะยืนขาเดียวบนก้อนหินโดยที่ขาต้องไม่ตก ในขณะที่พญานาคแกว่งลำตัววิดน้ำในมหาสมุทรให้สะเทือน ซึ่งพระศิวะชนะพนันและได้สร้างโลกใหม่ด้วยการเต้นรำบนก้อนหินนั้น ในระหว่างที่พระศิวะเต้นรำเกิดเปลวไฟและน้ำ (เหงื่อ) หลั่งไหลจากตัวพระศิวะ กลายเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตชาวโลก

การอ่านหนังสือเรื่องอิลราชคำฉันท์ของผู้เขียนนั้น เป็นการต่อสู้ฝ่าฟันที่แสนเข็ญโดยแท้เพราะอิลราชคำฉันท์เป็นคำฉันท์ที่ถือว่าแต่งดี มีความไพเราะ และนิยมใช้เป็นแบบอย่างในการแต่งคำฉันท์ ผู้เขียนอิลราชคำฉันท์คือพระยาศรีสุนทรโวหาร (ผัน สาลักษณ) เมื่อ พ.ศ.2456 แม้จะมีความยาวเพียง 329 บท ตีพิมพ์เป็นหนังสือเล่มเล็กเพียง 36 หน้ากระดาษเท่านั้น แต่ผู้เขียนอ่านคำฉันท์ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะมีภาษาสันสกฤตปนอยู่มากจึงต้องพยายามแสวงหาเรื่องย่อของอิลราชคำฉันท์มาอ่านซึ่งกว่าจะหาได้ก็กินเวลาหลายปีและปะติดปะต่อแล้วก็ยังงงอยู่ดีจึงคิดว่าลองเอาเรื่องพิลึกกึกกือของอินเดียมาแชร์กับท่านผู้อ่านที่เคารพจะได้แบ่งกันงงๆ ไปกับผู้เขียนไปด้วยหรืออาจมีผู้รู้ช่วยเมตตาชี้แจงให้ผู้เขียนหายงงได้ก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

อิลราชคำฉันท์ เป็นวรรณคดีสันสกฤตเรื่องหนึ่งแบบว่าเป็นการอ้างอิงถึงในเรื่องรามายณะ (รามเกียรติ์) เพราะการดำริที่จะทำพิธีอัศวเมธ (พิธีประกาศอำนาจของกษัตริย์ในวรรณคดีอินเดีย โดยจะปล่อยม้าอุปการพร้อมกองทัพไปยังดินแดนต่างๆ หากเมืองใดไม่ยอมอ่อนน้อมก็จะถูกโจมตีเอาเป็นเมืองขึ้น เมื่อม้านั้นกลับมาจะจัดพิธีฆ่าม้าเพื่อบูชายัญ เรียกว่า พิธีอัศวเมธ) ของพระราม และรับนางสีดาคืนนครอโยธยาจึงเป็นนิทานซ้อนนิทานที่พระรามเล่าให้พระภรตและลักษมณ์ฟังเนื่องจากพระภรตไม่เห็นด้วยกับการทำพิธีอัศวเมธเพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนเป็นจำนวนมากไปเปล่าๆ พระรามจึงเล่าเรื่องท้าวอิลราชให้ฟังจนพระภรตยินยอมสนับสนุนให้พระรามทำพิธีอัศวเมธในที่สุด

อีทีนี้ก็ต้องเท้าความกันไปไกลโพ้นคือเรื่องเล่าระดับมหากาพย์ของอินเดียโบราณที่เรารู้จักกันดีคือ “มหาภารตะ” เป็นเรื่องราวของท้าวอิลราช กษัตริย์แห่งแคว้นพลหิออกไปล่ากวางในป่าพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพารล่วงล้ำเข้าไปในเขตเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ (อิศวร) และพระอุมา ซึ่งในขณะนั้นพระศิวะกำลังหยอกล้อกับพระอุมาโดยแปลงกายเป็นผู้หญิงและเนรมิตให้ทุกสิ่งที่อยู่ ณ บริเวณเขาไกรลาสเป็นเพศหญิงหมด รวมทั้งท้าวอิลราชและเหล่าข้าราชบริพารที่อยู่แถวนั้น ทำให้ท้าวอิลราชต้องไปขอโทษพระศิวะเพื่อขอให้พระศิวะถอนคำสาปกลับมาเป็นดังเดิม แต่ทว่าพระศิวะไม่ยอมยกโทษให้ พระอุมาสงสารจึงให้พรครึ่งหนึ่งเฉพาะท้าวอิลราช โดยให้เดือนหนึ่งเป็นหญิงที่งดงาม แล้วกลับมาเป็นผู้ชายในเดือนต่อมาสลับกัน และในขณะที่เป็นหญิงนั้นก็จำเรื่องราวตอนเป็นผู้ชายไม่ได้ เช่นเดียวกับตอนที่กลับคืนมาเป็นผู้ชายที่จำตอนเป็นผู้หญิงไม่ได้เช่นกัน ตั้งแต่นั้นมาท้าวอิลราชก็สลับร่างกลายเป็นผู้หญิงที่ชื่อว่านางอิลาไปมาครั้งละเดือนจนกระทั่งนางอิลาพาพวกพ้อง (อดีตคือเหล่าข้าราชบริพาร) ลงเล่นน้ำด้วยความสนุกสนาน (นางอิลาเองก็อยู่ในฐานะคนความจำเสื่อมที่ไม่สามารถระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ได้) จึงถูกพระพุธผู้ออกบวชเป็นฤๅษีนั่งบำเพ็ญพรตอยู่แถวบริเวณสระน้ำเห็นเข้าและเล็งญาณรู้ความเป็นมาของเหล่าสตรีที่มาเล่นน้ำ พระพุธจึงจัดการเอานางอิลาเป็นเมีย ทั้งๆ ที่พระพุธเองก็รู้ว่าต้นเค้าของนางอิลาคือใคร เมื่อนางอิลากลายเป็นผู้ชายก็ลืมความเป็นไปเมื่อตอนเป็นผู้หญิงก็อยู่กับพระพุธในฐานะสหาย และเป็นเช่นนี้กระทั่งเก้าเดือน นางอิลาก็ได้คลอดลูกชายออกมาคนหนึ่ง พระพุธตั้งชื่อว่า “ปุรุรพ” เมื่อท้าวอิลราชคืนมาเป็นผู้ชายเห็นมีเด็กผู้ชายจึงเค้นถามพระพุธ จนพระพุธยอมบอกความจริงและจัดประชุมมหาฤๅษีเพื่อหาทางแก้ไขคำสาปให้แก่ท้าวอิลราช ในที่สุดที่ประชุมตกลงทำพิธีอัศวเมธเพื่อทำให้ท้าวอิลราชคืนมาเป็นเพศบุรุษอีกครั้งเพราะการพิธีอัศวเมธนั้นทำให้พระศิวะพอใจเป็นที่สุด

ครับ! เนื่องจากพระพุธเป็นลูกของพระจันทร์จึงได้สร้างเมืองชื่อปยาคราช (ปัจจุบันคือเมืองอลาหาบาดในประเทศอินเดีย) ให้ลูกชายโดยถือว่าท้าวอิลราชเป็นต้นวงศ์ “จันทรวงศ์” ซึ่งเป็นต้นเค้าในมหากาพย์ภารตะหรือสงครามระหว่างพี่น้องแห่งจันทรวงศ์ด้วยกันคือระหว่างพวกเการพกับพวกปาณฑพอันลือลั่นนั่นเอง

Advertisement

ส่วนพระรามเป็นกษัตริย์ครองเมืองอโยธยา (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอินเดียตั้งอยู่ริมแมน้ำสรยุ รัฐอุตตรประเทศ) เป็นพวกสุริยวงศ์ ซึ่งพวกฮินดูก็อ้างว่าพระพุทธเจ้าของเราก็เป็นกษัตริย์ในสุริยวงศ์
เหมือนกันและพระพุทธเจ้าก็เป็นปางหนึ่งของพระวิษณุ (พระนารายณ์) เหมือนกัน

แล้วจะไม่ให้ผู้เขียน “งง” ได้อย่างไร?

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์