ในทางวิชาการแล้ว อุบัติเหตุจะเกิดจาก 2 เหตุปัจจัยหลัก คือ สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (สถานการณ์ หรือ เงื่อนไขที่ไม่ปลอดภัย) และการกระทำที่ไม่ปลอดภัย
แต่ถ้าจะมองให้ลึกซึ้งเข้าไปอีกหน่อยแล้ว จะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นจากการประสานกันอย่างครบถ้วนของ 3 เหตุปัจจัยหลัก อันได้แก่ (1) สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Conditions) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อันตราย หรือแหล่งอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานนั้นๆ (2) การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีผู้ปฏิบัติงานเองประพฤติปฏิบัติตนในลักษณะที่ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือได้รับอันตราย และ (3) การสัมผัสกัน (Contact) ระหว่างแหล่งอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสกับส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักร หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยต่างๆ จนเลือดตกยางออก
ดังนั้น เราจึงต้องมุ่งเน้นการทำกิจกรรมด้านความปลอดภัยด้วยการทำให้ไม่เกิดการสัมผัสกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับแหล่ง หรือจุดอันตรายต่างๆ ก็คือ การลดหรือกำจัดปัจจัยตัวใดตัวหนึ่งหรือทั้งสามตัวให้หมดไปจากสถานประกอบการ เพื่อไม่ให้เกิดการสัมผัสกันหรือรวมกันครบจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกำจัดจุดหรือแหล่งอันตราย ไม่อาจกระทำได้ 100% เพราะในกระบวนการผลิตทั่วๆ ไปนั้น เราจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกลไฟฟ้า ไอน้ำ ลมอัดความดันสูง สารเคมีอันตราย การยกย้ายวัตถุขึ้นที่สูง เป็นต้น สิ่งที่เราทำได้จะเป็นเพียงการป้องกันมิให้จุดหรือแหล่งอันตรายเหล่านั้น เปิดเผยอย่างโจ่งแจ้ง (มองเห็นหรือสัมผัสได้) จนกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย Unsafe Conditions
ในส่วนของการกำจัดผู้ปฏิบัติงาน (ซึ่งอาจเป็นผู้ก่ออุบัติเหตุและหรือ ผู้รับอันตรายจนบาดเจ็บพิการ) ให้หมดไปจากกระบวนการผลิตเพื่อไม่ให้ต้องได้รับอันตรายเลย โดยการใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ และใช้หุ่นยนต์ทดแทนคนงานทั้งหมด ในทางปฏิบัตินั้นยังไม่อาจกระทำได้ 100% (และเป็นไปได้ยากมากด้วย) เพราะอุตสาหกรรมจำนวนมากในบ้านเรา (และในประเทศต่างๆ ค่อนโลก) ยังต้องอาศัยแรงงานคนอยู่อีก
ดังนั้น แนวความคิดที่ต้องการลดโอกาสของการเกิด “การสัมผัสกัน” ระหว่าง “คน” กับ “เครื่องจักร” ด้วยทักษะของ “นักสังเกตความปลอดภัย” แบบ Real time และ On-site Accident Prevention (ที่หน้างานในเวลานั้นๆ) ให้กับ “หัวหน้างาน” (Supervisor) จึงเป็นวิธีการที่สามารถกระทำได้อย่างเป็นรูปธรรมและให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้มากที่สุด เพราะยึด “การป้องกัน” เป็นสำคัญ
เรื่องที่เกี่ยวกับ “ความเป็นความตายจากการทำงาน” และการเสริมสร้าง “คุณภาพชีวิต” ให้ดีขึ้น จึงไม่สมควรประหยัด ด้วยการอ้างเพื่อลดต้นทุนการผลิต ครับผม !

