วันอาทิตย์นี้ 28 พฤศจิกายน 2564 แล้วนะจ๊ะ ที่พวกเราคนไทยอายุ 18 ปีบริบูรณ์ มีภูมิลำเนาทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ตามสิทธิแห่งระบอบประชาธิปไตย ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
แสดงความเป็นนักประชาธิปไตยตามระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย
ใครขัดข้องด้วยประการใดไม่ไปใช้สิทธิ โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบหลังวันเลือกตั้ง มิฉะนั้นจะมีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ รายชื่อของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของทุกท่านคงได้รับเรียบร้อย จำไว้ด้วยว่าชื่อของท่านอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ในบัญชีที่เจ้าหน้าที่ส่งให้ถึงทุกคนทุกบ้าน
จดจำผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของท่านมีใครบ้างสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมีตั้งแต่คนหนึ่งขึ้นไปถึงหลายคน แล้วใครบ้างสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งสมัครหลายคนแต่เลือกได้เพียงคนเดียว
ผู้ที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ถึงวันเลือกตั้ง ต้องจำไว้ให้มั่นว่า วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตย ด้วยการไปปฏิบัติหน้าที่ของประชาชนคนไทยในระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ผู้ที่อายุ 18 ปีบริบูรณ์ มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดทั่วประเทศ ที่ไม่ใช่กรุงเทพมหานครไปชุมนุม “เย้วๆ” เรียกร้องประชาธิปไตย มีโอกาสแล้วต้องใช้โอกาสนั้นให้เต็มที่ วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน ตั้งแต่แปดโมงเช้าอย่าให้เกินห้าโมงเย็น ไปยังหน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อ ตรวจอีกครั้งว่าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ แล้วไปแจ้งเจ้าหน้าที่ทะเบียน รับบัตรเลือกตั้ง 2 บัตร ดูให้ชัดแจ้งว่าสีไหนเลือกสมาชิกสภาองค์การ สีไหนเลือกนายกองค์การฯ แล้วเดินเข้าคูหา “ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”
เท่านี้ท่านก็ได้ชื่อว่าเป็น “นักประชาธิปไตย” เต็มภาคภูมิ รู้ด้วยตัวเองดีที่สุด ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้
จำนวนผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ทั่วประเทศ ยิ่งมากเท่าใด ยิ่งแสดงให้รู้ว่าคนไทยคือนักประชาธิปไตยตัวจริงเสียงจริง ทั้งจะสร้างสำนึกให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งรู้ว่า มีผู้นิยมชมชอบมากน้อยเพียงใด
การได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ด้วยตำบลเป็นฐานรากของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย จากตำบลจะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของจังหวัด ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎร คือรัฐสภา เป็นหนึ่งในสามอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตย คืออำนาจนิติบัญญัติ อาจปฏิบัติหน้าที่ในอำนาจบริหาร หากพรรคการเมืองที่สังกัดได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ คือวันแห่งความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งแสดงว่าประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จากนั้นจะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตามด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยทั่วประเทศแห่งการปกครองราชอาณาจักรไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกสภาตำบลครั้งนี้ย่อมแสดงถึง “จิตใจ” ประชาธิปไตยของคนไทยที่ผ่านการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ยาวนานถึง 90 ปีในปีหน้า 2565 นี้แล้ว แม้หลายครั้งจะเป็นการปกครองระบอบเผด็จการบ้าง ก็กลับมาเป็นประชาธิปไตยได้
ขอเพียงแต่คนไทยที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคนต้องออกไปเลือกตั้ง อย่านอนหลับทับสิทธิ
เพราะการไปเลือกตั้ง คือการแสดงตนเป็นนักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนะจ๊ะ
เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

