สำรวจ แนวรบ ร่าง ‘รัฐธรรมนูญ’ มีชัย ผ่านฉลุย

หากฟังน้ำเสียงจากบรรดา “โฆษก” ทั้งหลายไม่ว่าจะมาจาก “คสช.” ไม่ว่าจะมาจาก “รัฐบาล” ไม่ว่าจะมาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือ “กรธ.”

ล้วนมากด้วย “ความมั่นใจ”

ทั้งมิได้เป็นความมั่นใจอย่างธรรมดา ตรงกันข้าม เป็นความมั่นใจอย่างชนิด “หนักแน่น” และ “มั่นคง”

หนักแน่น มั่นคงว่า “ร่าง” รัฐธรรมนูญต้องผ่าน “ประชามติ”

ยิ่งน้ำเสียงของ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้ประจักษ์ว่า ฐานข้อมูลใดจึงทำให้บรรดา “โฆษก” ทั้งหลายมากด้วยความมั่นใจ

นั่นก็คือ สภาพของ “กลุ่มไม่รับ” ดำเนินไปอย่างไร

“ในกลุ่มที่รณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญที่แต่ละกลุ่มมีเป้าหมายต่างกัน บางกลุ่มแค่แสดงออกเชิญสัญลักษณ์หรือทดสอบกระแสทางการเมือง

“บางกลุ่มแค่ต้องการกดดันให้ปรับแก้ให้สอดคล้องกับผลประโยชน์พวกตัวเอง”

อันเท่ากับว่าภายใน “กระบวน” ที่ออกมาคัดค้านและต่อต้านดำเนินไปอย่าง “เอกระ” กระจัดกระจาย มิได้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ

ลักษณะ “กระจัดกระจาย” ย่อมหมายถึง “ขาดพลัง”

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ เขาเป็นใคร มาจากไหน ก่อนเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “รัฐมนตรี” ภายหลังการรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

1 เขาเป็น “ผู้อำนวยการ” สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

อันมีสถานะเป็นเหมือนกับองค์กรข่าวระดับ “เอ็ม 6” ของสำนักเซนต์เจมส์ อันมีสถานะเหมือนกับองค์กรข่าว “ซีไอเอ” หรือ “เอ็นเอสเอ” ของสหรัฐอเมริกา

1 เขาทำงานสัมพันธ์กับหน่วย “ความมั่นคง” มาอย่างยาวนาน

ไม่ว่าจะเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บังคับการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ไม่ว่าจะเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหาร (นขท.) รวมถึงกองบัญชาการตำรวจสันติบาลอันเก่าแก่คร่ำหวอด

ก่อนออกมา “แถลง” ย่อมผ่าน “ข้อมูล” มาอย่างครบถ้วน รอบด้าน

ก็ในเมื่อโฆษกจาก “คสช.” มองเห็นพลังของ กอ.รมน. มองเห็นพลังของ นรด.และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของนักศึกษาวิชาทหารที่เรียกว่า “รด.จิตอาสา”

ทั้งหมดนี้ย่อมมี “เครือข่าย” ทั้งด้าน “การข่าว” และ “ปฏิบัติการ”

เป็นเครือข่ายที่ทอดยาวออกไป ขอบเขตทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด เป็นปฏิบัติการอันสะท้อนรากฐานด้านข่าวกรองอย่างครบถ้วน

ตรึงทั้ง “พรรคเพื่อไทย” และตรึงทั้ง “นปช.” ให้อยู่ในที่ตั้ง

หากมองเข้าไปยังพรรคเพื่อไทยหากมองเข้าไปยัง นปช.คนเสื้อแดง นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

ก็อยู่ในสภาพไม่มี “การขยับ” ไม่มี “การเคลื่อนไหว”

คำสั่ง คสช.ก็หนักแน่นและมั่นคงอย่างยิ่งมิให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม แม้แต่การประชุมหารือตามปกติ

ยิ่ง “นปช.” ยิ่งแทบไม่ต้องกล่าวถึง

เพราะเพียง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาแสดงความคิดเห็นก็ถูกเรียกตัว “ปรับทัศนคติ” หากยังไม่ยอมหยุดอีกแม้กระทั่งมาตรการ “ยกเลิก” พาสปอร์ตก็ทำมาแล้ว

เพราะเพียง นายจตุพร พรหมพันธุ์ เสียงแข็งก็ถูกเชิญตัวเข้า “ค่ายทหาร”

ยัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็แทบจะกระดิกกระเดี้ยอะไรไม่ได้ เพราะบริเวณหน้าบ้านก็มีรถทหารเข้าไปเยี่ยมเยียน เฝ้าระวัง และถ่ายรูป

ที่ปล่อยให้พูดทาง “ทีวี” หรือทาง “ยูทูบ” ก็ถือว่ากรุณาอย่างยิ่ง

พรรคเพื่อไทยมีความคิดคัดค้านและต่อต้านจริง แกนนำ นปช.มีความคิดคัดค้านและต่อต้านจริง แต่ก็เสมอเป็นเพียง “คำพูด”

เป็น “คำพูด” อันลอยไปในอากาศ ไม่มีลักษณะ “กัมมันตะ”

กัมมันตะอันถอดมาจาก ACTIVE หรือ ACTIVITY อันเท่ากับไม่มี “ปฏิบัติการ”

จากนี้จึงเห็นได้ว่า สภาพการณ์ในทางการเมืองอยู่ใน “ล็อก” ตั้งแต่รัฐบาลประหารเดือนพฤษภาคม 2557 มาแล้ว

คสช.อยากจะทำอะไรก็ย่อมได้ รัฐบาลอยากจะดำเนินการอะไรก็ย่อมได้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะร่างให้เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรก็ย่อมได้

ไม่มี “พลัง” ใดสามารถสกัด “ขัดขวาง” ได้

บทความก่อนหน้านี้แจ้งจับรีสอร์ตหรู 4 แห่ง สร้างรุกอุทยานผาแต้ม พบเอกสารไม่ตรงกับต้นฉบับ
บทความถัดไปอดีตรองปธ.วุฒิฯ ค้าน เลือกตั้งส.ว.จากกลุ่มอาชีพ เชื่อบล็อกโหวตได้