ล่วงเข้าสู่เดือนตุลาคม
แน่นอนว่าย่อมมีการจัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อเดือนตุลาคม 2516 และ 2519
ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
นอกจากจะมีสถานะเป็น “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ที่พูด/เขียนถึง และ “ชำระ” ได้อย่างยากลำบาก
การรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ในช่วงหนึ่งทศวรรษหลัง ยังเผชิญหน้ากับสภาวะ “ตลกร้าย”
กล่าวคือ วาระ 30 ปี 6 ตุลาฯ ต้องเวียนมาบรรจบหลังเกิดเหตุรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นเวลาหนึ่งเดือน
ขณะที่วาระ 40 ปี 6 ตุลาฯ ก็กำลังเดินทางมาถึง ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การครุ่นคิด วิพากษ์ และแสวงหาข้อมูลใหม่ๆ ว่าด้วย “ประวัติศาสตร์ 6 ตุลาฯ” ยังคงดำเนินต่อไป ผ่านกิจกรรมสาธารณะหลากหลายรูปแบบ ทั้งปาฐกถา-เสวนา, การผลิตภาพยนตร์และละครเวที ตลอดจนงานเขียน-บทสัมภาษณ์ในสื่อต่างๆ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เพิ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์ “In the eye of the storm” ซึ่ง ก้อง ฤทธิ์ดี คอลัมนิสต์ด้านวัฒนธรรม-ภาพยนตร์ ได้พูดคุยกับ นีล อูเลวิช
ก่อนที่เว็บไซต์ http://www.mediainsideout.net จะนำมาแปลเป็นภาษาไทย โดยใช้ชื่อบทสัมภาษณ์ว่า “หนึ่งภาพเผยความจริง…สี่ทศวรรษ หกตุลาฯ”
นีล อูเลวิช คือช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ที่บันทึกภาพความรุนแรงในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม
ภาพศพซึ่งห้อยลงมาจากต้นไม้ในสนามหลวง ขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังจะฟาดร่างไร้วิญญาณดังกล่าวด้วยเก้าอี้ โดยมีเด็กชายรายหนึ่งกำลังยืนหัวเราะเริงร่าอยู่ท่ามกลางฝูงชนคนดูเหตุการณ์
ไม่เพียงเปิดเผยแง่มุม “โหดเหี้ยม” ของสังคมไทย หากยังส่งผลให้อูเลวิชได้รับรางวัลพูลิตเซอร์

บทสนทนาระหว่างก้องกับอูเลวิชมีความน่าสนใจอยู่หลายตอน อาทิ
“ก้อง ฤทธิ์ดี : ช่วยเล่าถึงวินาทีก่อนที่คุณจะถ่ายรูป “เก้าอี้พับ” หน่อย คุณไปถึงจุดนั้นหลังจากฝูงชนแขวนศพแล้ว หรือคุณได้เห็นเหตุการณ์ตอนแขวนศพนั้น
“นีล อูเลวิช : นักศึกษายอมจำนนแล้ว หนีไปได้ไม่กี่คน กลุ่มพลเรือนติดอาวุธให้พวกเขานอนราบกับพื้น ตอนนั้นผมคิดว่ามันใกล้จบแล้ว และตัดสินใจจะออกมาก่อนที่จะมีใครมาบังคับเอาฟิล์มไป ผมถ่ายรูปอีกสองสามรูป ภาพตำรวจหนึ่งหรือสองนายคุมตัวนักศึกษาคนหนึ่งที่ถูกฝ่ายขวาชกเลือดท่วมหน้าออกไปจากมหาวิทยาลัย
“ผมเห็นฝูงชนชุมนุมกันอยู่ที่ต้นไม้สองต้นในสนามหลวง ในหมู่พวกที่ชุลมุนกันอยู่ตรงประตู [มหาวิทยาลัย] มีนักท่องเที่ยวสูงวัยชาวเยอรมันคนหนึ่งถือกล้องถ่ายภาพยนตร์ 8 มม. เห็นได้ชัดว่าเขามาจากโรงแรมรอแยลตรงข้ามสนามหลวง ผมตะโกนให้เขาออกไปก่อนจะถูกฆ่า ดูเหมือนว่าเขากำลังเพลินและไม่ได้สนใจผม
“ที่ต้นไม้ต้นแรก ผมเห็นเก้าอี้/นักศึกษาที่ถูกแขวนคอ ผมรีรออยู่ครู่หนึ่งเพื่อดูว่ามีใครกำลังมองผมอยู่หรือไม่ จากนั้นผมถ่ายอีกสองสามรูป หลังจากนั้นก็เดินไปที่โรงแรมแล้วเรียกแท็กซี่ นักศึกษาทั้งสองคนที่ถูกแขวนคอตายแล้วตอนที่ผมเห็น
“ก้อง ฤทธิ์ดี : จุดที่เป็นประเด็นพูดกันอยู่คือ ขณะที่ศพถูกฟาด แต่มีเด็กชายคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่ในฝูงชน คุณได้เห็นมั้ยตอนที่ถ่ายรูปหรือหลังจากนั้น คุณจำปฏิกิริยาของคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ต้นไม้ได้มั้ย
“นีล อูเลวิช : เป็นแบบที่คุณบอก มีคนยิ้ม ผมมองว่าเป็นได้ทั้งเรื่องของการใช้ศาลเตี้ยของฝูงชนที่บ้าคลั่ง หรือเป็นการตอบสนองกับการประจักษ์ถึงบางสิ่งว่าผิดจริงๆ และผิดปกติ อาจเป็นได้ทั้งสองแบบ
“บรรยากาศราวกับพิธีกรรมหรืองานรื่นเริงของการฆาตกรรมหมู่นี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ผมคิดว่าฝ่ายขวาซึ่งกำลังเป็นฝ่ายชนะ รู้สึกว่าไม่มีใครทำอะไรพวกเขาได้”

