หลายคนคงรู้สึกท้อ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดซ้ำซาก
โควิด-19 สายพันธุ์ “โอไมครอน” จากแอฟริกา
กำลังจะไปได้ดี ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565
ผู้ประกอบการจำนวนมากเตรียมทำความสะอาดร้านรวง โรงแรมที่พักต่างๆ
เพื่อเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเคาต์ดาวน์
จะได้เที่ยวกันอย่างมีความสุข หลังจากหดหู่กันมานาน
กลับต้องมาขวัญผวาจากไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้กันอีกครั้ง
หลังจากช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราต้องล็อกดาวน์
ฉลองเทศกาลต่างๆ แบบเงียบเหงา
แต่เมื่อประเทศไทยระดมฉีดวัคซีนกันอย่างเอาจริงเอาจัง
สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย
ตัวเลขผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 5 พันรายต่อวัน
ยอดผู้เสียชีวิตต่ำกว่า 50 คนต่อวันต่อเนื่องหลายวัน
รัฐบาลประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักเที่ยวได้ไม่กี่วัน
เจ้าไวรัสกลายพันธุ์เริ่มแผลงฤทธิ์ให้โลกสะเทือนอีกครั้ง
ในที่สุดก็มีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” คนแรกในไทย
เป็นชาวอเมริกาเดินทางมาจากประเทศสเปน
แต่เมื่อสอบถามบรรดาผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในการรับมือ
จากมาตรการต่างๆ ค่อนข้างเข้มงวด
ทั้งการตรวจเชื้อโควิดกับพนักงานเป็นประจำ
การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
เชื่อว่าเราก็ต้องอยู่กับการระบาดไปให้ได้ โดยไม่ให้การ์ดตก
ที่สำคัญสถานการณ์โควิดอยู่มาเกือบ 2 ปีแล้ว
ทุกภาคส่วนเริ่มมีประสบการณ์ มีวิธีบริหารจัดการ
มีวิธีการป้องกัน และมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น
เชื่อว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคตได้
ไม่ว่าโควิด-19 จะกลายพันธุ์ไปขนาดไหน
ถ้าร่วมแรงร่วมใจกันหาทางรับมือ
เราต้องอยู่กับมันให้ได้
มั่นใจว่าการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตของมวลมนุษยชาติ
จะสามารถรับมือกับเชื้อโรคร้ายได้อย่างแน่นอน
ในเมื่อไวรัสสามารถปรับตัวกลายพันธุ์ได้
มนุษย์ก็น่าจะสามารถปรับตัวรับมือได้เช่นกัน
เพราะสิ่งมีชีวิตล้วนแล้วแต่รักตัวกลัวตายไม่ต่างกัน
เราจึงต้องปรับตัว “มนุษย์กลายพันธุ์” แบบ “นิว นอร์มอล”
เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

