ผู้ใช้ชื่อว่า “เครือข่ายสนับสนุนปฏิรูปตำรวจ (คปตร.)” ได้ส่งข้อความมาถึงผมทางเฟซบุ๊ก ชวนให้ผมร่วมลงชื่อเรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้ปฏิรูปตำรวจ โดยผ่านเว็บไซต์ชื่อ change.org ซึ่งคงจะทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนหรือคัดค้านกิจกรรมทางสังคม ทางการเมือง หรือทางราชการที่เจ้าของเว็บไซต์เห็นว่าเป็นประโยชน์หรืออาจเป็นภัยแล้วแต่กรณี
ข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจของ คปตร.นี้มีอยู่ 5 ข้อ บางข้อแยก ออกเป็นข้อย่อย รวมแล้วเป็นข้อเรียกร้องทั้งสิ้น 23 ข้อ ที่สำคัญพอสรุปได้ก็คือ ต้องการให้โอนงานที่ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจไปให้ส่วนราชการอื่น เช่น โอนตำรวจทางหลวงไปให้กระทรวงคมนาคม โอนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไปให้กระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงการต่างประเทศ และโอนตำรวจคุ้มครองผู้บริโภคไปให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น นอกจากนั้นก็เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับหัวหน้าสถานีในจังหวัดได้ เรียกร้องให้จัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม แล้วโอนงานสอบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปให้สำนักงานที่ตั้งขึ้นใหม่เพื่อดำเนินการคู่ขนานไปกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่นอกจากนั้นไม่ได้เป็นการเรียกร้องให้ปฏิรูประบบงานตำรวจ แต่เรียกร้องให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของตำรวจมากกว่า เช่น ในการปรับผู้กระทำความผิดทางจราจรขอให้มีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงมาตราของกฎหมายจราจรและรูปภาพของความผิดที่ชัดเจน ให้มีสายตรวจตำรวจตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นยามวิกาลเป็นพิเศษ โดยให้ตรวจสอบและระงับเหตุให้ได้ภายในเวลา 5 นาที จุดตรวจจราจรให้มีการวางยางหลังเต่าเพื่อป้องกันการแหกด่าน และลดความบาดหมางระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่และลดข้อครหาว่าตำรวจทำร้ายผู้พยายามแหกด่านที่จุดตรวจ นอกจากนั้นก็มีการเรียกร้องไม่ให้ใช้ป้อมตำรวจเป็นที่นอน แต่ให้เป็นจุดพักเก็บรักษาปืน รถ และเครื่องแบบตอนเข้าและออกเวร และให้มีการบันทึกภาพและเสียงขณะสอบสวน
การเรียกร้องของ คปตร.นี้อาจแลดูเปะปะและหนักไปในทางให้เปลี่ยนแปลงวิธีทำงานของตำรวจมากกว่าจะเป็นการปฏิรูประบบงานตำรวจ แต่อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นความรู้สึกของประชาชนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จึงควรที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ (ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้) จะต้องศึกษาพิจารณาความต้องการของประชาชน และหากมีบางอย่างที่เป็นเรื่องเล็กน้อยและทำได้ก็ควรจะรีบแก้ไขให้โดยเร็ว เช่น การจัดให้มีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แสดงมาตราที่เกี่ยวข้องของกฎหมายจราจรและรูปภาพแสดงความผิด การวางยางหลังเต่าเพื่อป้องกันการแหกด่านตำรวจ และการบันทึกภาพและเสียงในขณะสอบสวน เป็นต้น
ส่วนข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับนโยบายและการปฏิรูประบบงานตำรวจโดยตรง เช่นการโอนงานที่มิใช่หน้าที่ของตำรวจไปให้ส่วนราชการอื่น และการจัดตั้งสำนักงานสอบสวนคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม และโอนงานสอบสวนของตำรวจไปให้สำนักงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และต้องใช้เวลา ก็ควรจะประมวลไว้เพื่อเตรียมเสนอคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่กำลังจะตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่พิจารณา
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขและปฏิรูปตำรวจนั้น ไม่ควรจะให้เป็นเรื่องของทางราชการแต่ฝ่ายเดียว แต่ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยทุกขั้นตอน เพราะประชาชนเป็นผู้ที่มักจะได้รับผลกระทบกระเทือนเสมอจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ จึงเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าควรจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือไม่
การปฏิรูปตำรวจที่มีประชาชนร่วมให้ความเห็นและพิจารณาด้วยนั้น จะเป็นก้าวแรกของการบริหารการปกครองที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และจะเป็นอวสานของรัฐตำรวจที่สร้างความหวาดกลัวและไม่เป็นธรรมให้แก่ประชาชนมาเป็นเวลาช้านาน

