หน้าแรก คอลัมนิสต์ สมรสเท่าเทียม...

สมรสเท่าเทียม : มีจริงหรือไม่

19.12.21 | 10:19 น.
สมรสเท่าเทียม : มีจริงหรือไม่

สมรสเท่าเทียม : มีจริงหรือไม่

ความเป็นมนุษย์หรือคนที่ลืมตาเกิดมาในโลกนี้ย่อมมีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ สัญชาติ สีผิว กรรมพันธุ์ ความแตกต่างทั้งกายภาพ จิตภาพ ความเฉลียวฉลาด ความแข็งแกร่งของร่างกาย จิตใจ มิอาจจักรวมไปถึงการอยู่ในวัฒนธรรม ความเชื่อ ลัทธิ ศาสนา กฎหมายและภาวะแห่งการเมืองที่มีความแตกต่างกัน อะไรสิ่งใดที่ถือว่าเป็นหลักการแห่งมาตรฐานของความเป็นมนุษย์

การดำรงเผ่าพันธุ์หรือการสืบต่อเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ พืชก็มีความหลากหลายเช่นเดียวกัน สำหรับสังคมแห่งความเป็นคนที่มีความคิด ความเชื่อ ความรู้ ประสบการณ์แห่งชีวิตที่อยู่ในบริบทต่างๆ กัน การดำรงตนเป็นครอบครัว การมีคู่ครอง การมีทะเบียนสมรส-ทะเบียนหย่าในทางแห่งกฎหมายบ้านเมือง การมีชีวิตคู่ที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยมิต้องผ่านพิธีกรรมในการแต่งงาน การจดทะเบียนสมรส หรือแม้กระทั่งการมีชีวิตอยู่เป็นคู่ครองของเพศเดียวกัน เป็นทั้งคำถามและคำตอบของทั้งสังคมไทยเราและนานาชาติ เราท่านควรจักมีท่าทีแห่งบริบทดังกล่าวได้อย่างไร

คนชนเผ่าหรือผู้คนในสมัยก่อนเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ที่สามารถให้กำเนิดทารกได้ ก็จะมีขั้นตอนหรือพิธีกรรมบางอย่างที่เป็นที่รับรู้ของชุมชน การก่อกำเนิดบุตรทารก การสร้างครอบครัว การมีชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียว ผัวเดียวหลายเมีย เมียเดียวหลายผัว หรืออาจจักมีชีวิตคู่ที่เป็นผู้หญิงผู้ชายอยู่แล้ว การไปมีรสนิยมทางเพศที่หลากหลายทั้งชายรักชาย หญิงรักหญิง หรือความหลากหลายทางกายภาพของแต่ละคนที่นอกเหนือจากนี้ถูกตั้งคำถามทั้งในเชิงจิตวิทยา ความเชื่อ ศาสนา พระเจ้า รวมถึงกฎหมายที่บังคับใช้ต่อพลเมืองของประเทศตนเพื่อความสงบสุขต่อคนในชาติ…

สำหรับเมืองไทยเรามีกฎหมายของบ้านเมืองที่ว่าด้วยกฎหมายครอบครัว การหมั้น การสมรสโดยเฉพาะในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ที่บัญญัติไว้ว่า การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้วแต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ ในมาตรา 1449 การสมรสจะกระทำมิได้ถ้าชายหรือหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถและในมาตรา 1450 หญิงชายซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาก็ดี เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาก็ดี จะทำการสมรสกันไม่ได้ ความเป็นญาติดังกล่าวมานี้ให้ถือตามสายโลหิต โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นญาติโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่…

Advertisement

สมรสเท่าเทียม (Equal Marriage) ในความหมายของวิกิพีเดียก็คือ การสมรสเพศเดียวกัน หรือการสมรสเกย์ เป็นการสมรสระหว่างบุคคลสองคนที่มีเพศเดียวกัน โดยการรับรองการสมรสเพศเดียวกันหรือการประกอบการสมรสเพศเดียวกัน หรืออาจจะเรียกว่า ความเท่าเทียมกันทางการสมรส หรืออีกนัยหนึ่งที่เห็นว่าการสมรสเพศเดียวกันที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการเปลี่ยนแปลงความหมายของการสมรสเป็นอย่างอื่น…

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไทยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมามีมติเป็นเอกฉันท์ในมาตรา 1448 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญโดยมีผู้ร้องเป็นคู่รักสตรีคู่หนึ่งร้องต่อศาลครอบครัว คำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญหนึ่งก็คือ วินิจฉัยว่ารัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สมควรดำเนินการตรากฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและหน้าที่ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศต่อไป…(มติชนรายวัน 24 พฤศจิกายน 2564 หน้า 9)

การจัดกิจกรรมของ “ภาคีสีรุ้ง” รวมเครือข่าย 43 องค์กรที่รวบรวมรายชื่อหนึ่งล้านคนเพื่อสนับสนุนสมรสเท่าเทียมและแก้กฎหมายมาตรา 1448 โดยเห็นว่า “ความรักไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้ถูกจำกัดไว้ที่เพศกำเนิด ความรักถูกสร้างมาเพื่อคนทุกคน” คำว่ากะเทย ทอม ดี้ เกย์ เป็นสิ่งกดดันหนึ่งจากครอบครัว โรงเรียนและสังคม การสมรสที่เท่าเทียมเป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันถึงคุณค่า ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ ซึ่งสังคมและกฎหมายไม่ควรมองกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มชายขอบของประเทศ รวมถึงการให้มีกฎหมายรับรองใน พ.ร.บ.คู่ชีวิต…(มติชนรายวัน 1 ธันวาคม 2564 หน้า 13)

ในข้อเสนอของภาคประชาชน ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 โดยให้เปลี่ยนถ้อยคำให้เป็นกลางทางเพศ ให้แก้ไขจากการสมรสระหว่างชายหญิงมาเป็นการสมรสของบุคคลกับบุคคล เปลี่ยนจากบิดามารดามาเป็นคำว่า บุพการี แล้วสามีภรรยามาเป็นคำว่า คู่สมรสให้คู่รัก LGBTIQN+ สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายรวมถึงการไม่เลือกปฏิบัติ คำถามหนึ่งของสังคมที่ว่า การไม่เลือกปฏิบัติในบริบทต่างๆ มีจริงหรือไม่ เสรีภาพ ความเท่าเทียม ความยุติธรรมมีอยู่จริงหรือไม่…

ในหลักการของชาวพุทธคัมภีร์อรรถกถา สมันตปาสาทิกา ภาคที่ 3 ได้กล่าวถึงบุคคลที่เรียกว่า “บัณเฑาะก์” หรือบุคคลต้องห้ามบวชเป็นพระภิกษุ อาทิ กะเทย เกย์ ความผิดปกติทางอารมณ์และแรงขับทางเพศ ความผิดปกติของร่างกายระหว่างชายกับหญิง บุคคลที่เปลี่ยนเพศตนเอง ตอน ตัดทิ้ง แปลงเพศ หรือแม้กระทั่งการเกิดของคนบางคนมีทั้งอวัยวะเพศทั้งชายและหญิงอยู่ในคนคนเดียวกัน หรือแม้กระทั่ง พระวักกลิที่เห็นรูปร่างของพระพุทธเจ้าแล้วหลงรักจึงตัดสินใจเข้าบวช หรือพระโสไรยยะในอดีตที่มีภรรยาและลูกมาแล้วจึงมาบวชแล้วหลงรักในรูปกายของพระมหากัจจายนะ ทำให้ร่างกายเปลี่ยนจากชายเป็นหญิง….

ข้อมูลหรือข่าวที่ถูกนำเสนอในสื่อต่างๆ ของเมืองไทยเรามาอย่างต่อเนื่อง กรณีบุคคลที่เข้าไปบรรพชา อุปสมบทหรือบวชเป็นสามเณร พระภิกษุบางรูปที่มีพฤติกรรมในเพศสภาพทั้งกะเทย เกย์ หรือการบวชเป็นชีของทอม ความหลากหลายในการตรวจสอบเพศสภาพที่จะรับบุคคลเข้าบวชในพระศาสนา ของหน่วยงานองค์กรยังไม่มีระบบและวิธีการที่ชัดเจน รอบคอบ ข้อเท็จจริงหนึ่งของการเข้าบวชก็เพื่อศรัทธา ตอบแทนบุญคุณของบิดามารดา ต้องการสืบต่อพระศาสนา ทั้งการศึกษาเล่าเรียน เผยแผ่ธรรมะ ทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยาก ความย้อนแย้งของเพศสภาพและพฤติกรรม การกระทำที่ผิดต่อพระธรรมวินัย กฎหมายของบ้านเมือง โลกติเตียนต่อพุทธบริษัทมีมาอย่างต่อเนื่อง ใคร หน่วยงานใดที่เข้าไปจัดการบริหารพระศาสนาให้เป็นที่พึ่งอย่างประเสริฐต่อไป…

สมรสเท่าเทียม อีกนัยหนึ่งอาจจักเป็นคำและความหมายที่ถูกบัญญัติขึ้นหรือใช้กับกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใด สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง หรือมีบทบัญญัติของกฎหมายเป็นที่รับรองประกาศใช้ อาจจักรวมถึงบทบัญญัติแห่งการลงโทษตามกฎหมาย ในข้อเท็จจริงหนึ่งของการมีชีวิตคู่ของใครคนใดคนหนึ่ง ย่อมมีความหลากหลายทั้งพฤติกรรมส่วนบุคคลและกฎหมายบังคับใช้ อาทิ ในศาสนาอิสลาม ได้มีบทบัญญัติให้ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้ถึงสี่คน แต่ความรับผิดชอบการดูแลต้องให้ความรัก ความเข้าใจ รวมไปถึงทรัพย์สินสมบัติอย่างเท่าเทียมกัน…

สังคมของชาวพุทธ พฤติกรรมหนึ่งที่เราท่านคุ้นเคยก็คือ บทบัญญัติของศีล 5 ข้อที่ 3 การที่คนไทยเราที่เป็นชาวพุทธคนหนึ่งที่เป็นผู้ชาย มีฐานะเศรษฐกิจที่ดี มีความสามารถที่จะมีภรรยาหลายๆ คนในขณะเดียวกัน หรือในชีวิตหนึ่งมีภรรยาหลายคน ลูกหลายคน หรือใครคนใดคนหนึ่งเคยมีภาวะดังกล่าว เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไปเขากลายเป็นบุคคลที่เปลี่ยนเพศสภาพ กลายมาเป็นเพศหญิง ที่ต้องการสามีเป็นผู้ชาย หรือผู้หญิงบางคนที่เคยมีสามีและลูกมาก่อน เมื่อมาถึงวันนี้เขากลับเป็นหญิงรักหญิง ความเท่าเทียมกันในเพศสภาพ การมีชีวิตอยู่รวมไปถึงการมีกฎหมายบังคับใช้ในเรื่องสุขภาพทางการแพทย์ กฎหมายมรดกทรัพย์สิน เขาเหล่านั้นสามารถที่จักเข้าถึงอย่างอย่างเท่าเทียมมีจริงหรือไม่…

ข้อเท็จจริงหนึ่งของสังคมไทยเรา อาจจักรวมถึงสังคมชนเผ่าอื่น ประเทศอื่นในโลกนี้ ที่ใครบางคนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่โดยไม่ผ่านพิธีการแต่งงาน จดทะเบียนสมรส มีชีวิตคู่จำนวนหนึ่งที่เขาสามารถมีลูกหลานจำนวนมาก มีครอบครัวที่อบอุ่น มีฐานะเศรษฐกิจที่มั่นคง เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนในสังคม เขาเหล่านั้นออกมาเรียกร้องต่อรองต่อสังคมหรือไม่อย่างไร…

สมรสเท่าเทียม เป็นคำหรือความหมายหนึ่งที่ต้องการให้สังคมที่อยู่ร่วมกันไม่เกิดการบูลลี่ ดูหมิ่น หรือละเมิดสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ที่เขาเหล่านั้นสามารถมีชีวิต ลมหายใจเฉกเช่นเราท่านทั้งหลาย หลายคนมีความรูปร่างหน้าตาหล่อ สวย ฉลาด มีความรู้ความสามารถทักษะในวิชาชีพต่างๆ อย่างชำนาญการ เราท่านควรมีท่าทีแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในเกียรติ ศักดิ์ศรี ความรักอย่างเมตตาธรรมต่อกันไม่เกินหนึ่งร้อยปีก็จากลากัน…