Axiom คือความจริงที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ในเรื่องที่ว่าผู้ก่อการร้ายทั้งหลายในโลกนี้แทบทุกคนจะได้รับการสนับสนุนของรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งเสมอเนื่องจากการก่อการร้ายแต่ละครั้งแต่ละที่นั้นต้องใช้จ่ายเงินทองมากและต้องมีระบบโลจิสติกส์ (logistics) คือการขนส่งสินค้าทางการทหารในการส่งกำลังบำรุง ทั้งเงินทอง เสบียง อาวุธ กำลังพล เพื่อสนับสนุนการก่อการร้าย หรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนย้าย จัดเก็บ จากอีกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง อาจมีการจัดเก็บระยะเวลานานหรือระยะเวลาชั่วคราว เช่น เอกสาร สินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบ ฯลฯ การเดินทางเพื่อการปฏิบัติการก่อการร้ายและที่พักพิงตลอดจนที่ซ่อนตัวของบรรดาผู้ก่อการร้ายจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนระดับรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างแน่นอน
สำหรับสหรัฐอเมริกานั้นได้ประกาศรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2522 อันได้แก่ ลิเบีย อิรัก เยเมนใต้ ซีเรีย คิวบา เกาหลีเหนือ และซูดาน โดยได้ลงโทษบรรดาประเทศเหล่านี้ด้วยการไม่ค้าขายด้วยและห้ามผู้นำและข้าราชการของประเทศดังกล่าวเข้ามาในสหรัฐอเมริกาและให้สิทธิชาวอเมริกันที่จะฟ้องร้องรัฐบาลประเทศเหล่านี้ในศาลสหรัฐให้ยึดทรัพย์หรือแช่แข็งทรัพย์สินของบรรดาประเทศเหล่านี้ในสหรัฐอเมริกาได้ (ปัจจุบันยังมีอยู่ 3 ประเทศคือ อิหร่าน ซูดานและซีเรียที่ยังอยู่ในรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายอยู่ส่วนอีก 5 ประเทศได้ถอดออกจากบัญชีรายชื่อแล้ว)

แต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ทางรัฐสภาอเมริกาได้ออกกฎหมายชื่อความยุติธรรมในการต่อต้านประเทศที่ให้การสนับสนุนลัทธิก่อการร้าย-Justice Against Sponsors of Terrorism Act (JASTA) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ขัดแย้งกับหลักกฎหมายภูมิคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ-foreign sovereign immunity ด้วยการอนุญาตให้ชาวอเมริกันสามารถฟ้องร้องประเทศทุกประเทศที่มีข้อสงสัยว่าเป็นประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายนอกเหนือจากประเทศที่อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายซึ่งในกรณีนี้มีเจตนารมณ์โดยตรงที่จะให้อนุญาตให้ญาติพี่น้องและครอบครัวของชาวอเมริกันสามารถฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเอากับรัฐบาลประเทศซาอุดีอาระเบียว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายที่เรียกว่า 9/11 โดยมีผู้ก่อการร้ายได้ยึดเครื่องบินเข้าชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ทำให้มีคนเสียชีวิตเกือบสามพันคนเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2544 เนื่องจากผู้ก่อการร้ายเป็นชาวซาอุดีอาระเบียถึง 15 คน จากจำนวนผู้ก่อการร้ายทั้งหมด 19 คน และมีคำให้การของผู้ก่อการร้ายที่มีส่วนในการวางแผนในก่อการร้ายครั้งนี้ที่จับได้ให้การว่าได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากพวกราชวงศ์ที่ปกครองซาอุดีอาระเบียอีกด้วย

อย่างว่าแหละครับเรื่องกฎหมาย Justice Against Sponsors of Terrorism Act (JASTA) ดูออกจะเป็นเรื่องตลกร้ายเนื่องจากโดยความจริงแล้วสหรัฐอเมริกาเองก็เป็นประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้ายมากที่สุดประเทศหนึ่ง ซึ่งมีหลักฐานแบบปฏิเสธไม่ได้ เช่น การสนับสนุนให้ชาวคิวบาอพยพบุกคิวบา, กรณีอิหร่าน-คอนทราส์, การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย Jondollah ให้ปฏิบัติการก่อการร้ายในอิหร่าน ฯลฯ ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีทหารและข้าราชการตลอดจนธุรกิจของสหรัฐอเมริกานั้นมีอยู่ทั่วโลก ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากหลักกฎหมายภูมิคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ-foreign sovereign immunity ที่เป็นหลักสากลนี้ เมื่อสหรัฐอเมริกาไม่ยึดถือหลักกฎหมายสากลนี้แล้วด้วยการออกกฎหมาย Justice Against Sponsors of Terrorism Act (JASTA) ออกมาแล้วแม้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะวีโตแล้วโดยให้เหตุผลว่าประเทศอื่นๆ อาจใช้กฎหมายนี้เป็นข้ออ้างในการฟ้องร้องเหล่านักการทูต เจ้าหน้าที่ และบริษัทต่างๆ ของอเมริกา หรือแม้แต่องค์กรต่างประเทศที่รับความช่วยเหลือด้านการเงิน เครื่องไม้เครื่องมือ หรือการฝึกฝนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การยกเลิกหลักกฎหมายภูมิคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ-foreign sovereign immunity ของรัฐบาลต่างชาติที่เป็นมิตรประเทศและไม่ได้ถูกกำหนดในฐานะรัฐที่ให้การสนับสนุนก่อการร้ายในศาลสหรัฐ จึงไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง
แต่อย่างไรก็ตาม แต่รัฐสภาอเมริกาก็สามารถลบล้างการวีโตของประธานาธิบดีโอบามานี้ได้ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้นทำให้กฎหมาย JASTA นี้สามารถออกมาใช้บังคับได้แล้ว ซึ่งแน่นอนทีเดียวที่ประเทศอื่นก็จะต้องตอบโต้การกระทำของสหรัฐอเมริกาในรูปแบบเดียวกันอย่างแน่นอน
ว่าไปแล้วสถานการณ์ของโลกในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคงวุ่นวายดีพิลึกนะครับ

