การค้นหารายละเอียดในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ในปีนี้ทำได้ง่ายขึ้นและมีข้อมูลมากขึ้น อาจเพราะเป็นวาระสำคัญที่เหตุการณ์นี้ครบรอบ 40 ปีในปีนี้
ตัวอย่างหนึ่งปรากฏในเว็บไซต์มติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ เป็นเนื้อหาสัมภาษณ์นีล ยูเลวิช ช่างภาพเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ภาพข่าวสถานการณ์ในสังกัดสำนักข่าวเอพี สหรัฐอเมริกา ระบุว่าได้รับอนุญาตจากผู้เขียน และแฟนเพจ 40 ปี 6 ตุลา ในการเผยแพร่

ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นภาพเหยื่อรายหนึ่งถูกแขวนคอใต้ต้นมะขาม มีคนเอาเก้าอี้ฟาด และมีกลุ่มคนยืนมุงดู ยิ้ม หัวเราะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นภาพสะเทือนขวัญที่สุดภาพหนึ่งในการบันทึกเหตุการณ์ทั่วโลกของเอพี
นีลเล่าว่า เมื่อเขาเข้าไปถึงในสนามบอล ก็เห็นนักศึกษานอนอยู่เกลื่อนกลาด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ถือปืนควบคุมอยู่ เขารีบถ่ายภาพอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ และออกมาทันที ด้วยกลัวว่าจะถูกยึดกล้อง
สิ่งที่ต้องตะลึงงันไปมากกว่านั้นก็คือ เมื่อออกจากประตูก็เห็นคนกลุ่มใหญ่มุงดูอะไรกันอยู่ ด้วยสัญชาตญาณช่างภาพ จึงแทรกตัวเองเข้าไป และเห็นคน 2 คน ถูกแขวนใต้ต้นไม้ในบริเวณเดียวกัน จึงรีบถ่ายภาพและออกมาจากที่นั่นโดยรวดเร็ว เมื่อไปถึงสำนักงาน เขาเล่าภาพเหตุการณ์ที่ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้หัวหน้าเขารับทราบ
นาทีนั้นหัวหน้าเขาพูดว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง คนไทยไม่ทำเรื่องอย่างนี้หรอก”
แต่หัวหน้าก็ประจักษ์ในเวลาต่อมา เพราะภาพ ภาพนี้และภาพของช่างภาพอื่นๆ ยืนยันเหตุการณ์ในตัวมันเอง ว่ามีการยิง ใช้กระบอง การจับแขวนคอ การเผา การล่วงละเมิด ทำร้ายและทารุณทางเพศ
บทเรียนจากเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ที่ไม่ได้พูดกันให้เข้าใจว่า คนไทยทำเรื่องอย่างนี้ได้อย่างไร ทำให้สิ่งที่คิดว่า “คนไทยไม่ทำเรื่องอย่างนี้หรอก” เกิดซ้ำๆ มาอีกหลายครั้ง
หลังการปลุกระดมให้เกลียดกลัวคอมมิวนิสต์ ก็มาสู่พวกแบ่งแยกดินแดน และพวกเผาบ้านเผาเมือง
กระบวนการใส่ร้ายและปลุกระดมให้เกลียดชังใช้ได้ผลเสมอมา แม้กระทั่งบางคนที่เคยเป็นเหยื่อของการถูกใส่ร้ายและเกลียดชังนั้นก็พลิกผันไปเป็นผู้กระทำบ้าง
ด้วยความเชื่อว่า “คนไทยไม่ทำเรื่องอย่างนี้หรอก” กลายเป็นข้ออ้างให้ผู้ก่อความรุนแรงไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงเมื่อ 40 ปีก่อน หรือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
จึงน่าสนใจว่าการจัดงาน 40 ปี 6 ตุลาในปีนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมด้านการรับรู้อย่างไรได้บ้าง นอกเหนือไปจากคนเดือนตุลาด้วยกัน
อ.อนุสรณ์ อุณโณ ผู้จัดงานเสวนาในงานรำลึก 40 ปี 6 ตุลา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่า แม้คนเดือนตุลาดูแตกกัน ไม่สามารถอวดอ้างอุดมการณ์ที่ร่วมเคลื่อนไหวกันมา สิ้นมนต์ขลังในสถานการณ์การต่อสู้ แต่เมื่อเห็นคนรุ่นใหม่ก็เติบโตขึ้น ท่ามกลางการเรียนรู้เหตุการณ์เรื่อยมา มีการตั้งคำถาม เชื่อมโยงไปมาเพื่อหาคำตอบ จึงเป็นโอกาสดีที่คนเดือนตุลาเลือกจะส่งไม้ต่อให้คนรุ่นใหม่
การรับไม้ต่อของคนรุ่นใหม่จึงดูจะเป็นความหวังในการใช้บทเรียน 6 ตุลาให้เป็นประโยชน์ และตระหนักได้ว่าคนไทยทำเรื่องอย่างนี้มาแล้วจริงๆ

