หน้าแรก คอลัมนิสต์ สังคมสูงวัย เ...

สังคมสูงวัย เปลี่ยนแก่ให้เป็นแกร่ง : โดย มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

24.12.21 | 12:30 น.
สังคมสูงวัย เปลี่ยนแก่ให้เป็นแกร่ง : โดย มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด

ในประเทศพัฒนาแล้วจะมีแนวโน้มประชากรลดลงและมีสัดส่วนของประชากรที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศไทยนั้นถึงจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่ก็มีแนวโน้มเป็นสังคมสูงวัยเช่นเดียวกับประเทศตะวันตก จนมีคำเปรียบเปรยว่า “แก่ก่อนรวย” คือ ยังไม่ทันเป็นประเทศพัฒนาแล้วก็ก้าวสู่ยุคสังคมสูงวัยมาตั้งแต่ปี 2548 และปัจจุบันอยู่ในช่วงสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged society) คือ คนที่อายุเกิน 65 ปี จะมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศในปี 2574 (ปราโมทย์ ประสาทกุล, 2557) และในปี 2583 จะมีผู้สูงอายุถึงเกือบ 1 ใน 4 ของประชากร (ปราโมทย์ ประสาทกุล, 2564)

ขนาดของครอบครัวไทยมีแนวโน้มที่จะเล็กลงและมีจำนวนครอบครัวที่อยู่คนเดียวมากขึ้น ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวก็เพิ่มมากขึ้น จากไม่ถึงร้อยละ 10 ของประชากรสูงอายุทั้งหมดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เป็นร้อยละ 12 ในปี 2563 และหากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ต่อไป ร้อยละ 15 ของผู้สูงวัยหรือเกือบ 3 ล้านคน จะอาศัยอยู่คนเดียวในปี 2583 (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, 2564) สอดคล้องกับการศึกษาคนเมือง 4.0 ของแผนงานคนไทย 4.0 ว่าผู้สูงวัยจะอาศัยอยู่คนเดียวในคอนโดมิเนียมมากขึ้น (อภิวัฒน์ รัตนวราหะ, 2563) ผู้สูงวัยไทยในอนาคตมีความเสี่ยงที่จะไม่มีบุตรหลานเลี้ยงดู และสถาบันครอบครัวไทยอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังความสามารถของรัฐด้านการคลังใน 20 ปีข้างหน้า น่าจะยังไม่สามารถขยายมารองรับการให้สวัสดิการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ หมายความว่า ในอนาคตจะมีคนไทยที่ “แก่ เดียวดาย และชายขอบ” ที่มีการดูแลไม่เพียงพอในสังคมไทยมากขึ้น

จากข้อมูล Big Data ของข่าวหนังสือพิมพ์ระหว่างปี 2549-2562 ซึ่งรวบรวมโดย อรุณี อินทรไพโรจน์ และคณะ ภายใต้แผนงานคนไทย 4.0 และข้อมูลของกรมสุขภาพจิตยืนยันตรงกันว่าผู้สูงวัยมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายสูงขึ้นอย่างชัดเจน (แผนภูมิที่ 1)

แผนภูมิที่ 1 แสดงอัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี ระหว่างปี พ.ศ.2540-2562

Advertisement

ที่มา: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิตและคณะ (2540-2562)
หมายเหตุ: อัตราการขยายตัวเฉลี่ยต่อปี คำนวณจาก Compound Annual Growth Rate (CAGR) สำหรับแนวโน้มการขยายตัวได้จากสมการถดถอย (Regression)

โอกาสของเศรษฐกิจสีเงิน มองในแง่บวก การเติบโตของกลุ่มประชากรสูงอายุขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจสีเงิน (Silver economy) โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ การบริการประกันในรูปแบบต่างๆ อุปกรณ์ที่เสริมประสิทธิภาพในการเดิน ฟัง มองเห็น และกำลังซื้อกลุ่มนี้ในเอเชียจะสูงกว่าในสหรัฐและยุโรป นอกจากนั้น กลุ่มผมสีเงินยังสามารถเป็นแรงงานเสริมและสำรองให้แก่สังคม สถิติของประเทศไทยพบว่าประชากรสูงอายุมีอัตราการทำงานประมาณร้อยละ 35 (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2560) ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากระหว่างปี 2556-2560 ส่วนใหญ่ทำอาชีพด้านการเกษตรและประมง โดยมีหรือยอมมีรายได้ที่ลดลง

ในปัจจุบันรัฐบาลในนานาประเทศโดยเฉพาะประเทศตะวันตกสนใจกระบวนการพฤติพลัง (Active Aging: AA) คือ กระบวนการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยโดยการสร้างโอกาสด้านการมีงานทำ การมีส่วนร่วมในสังคม การมีสุขภาพที่ดี ความมั่นคงและการมีสิ่งแวดล้อมที่เสริมพฤติพลัง ซึ่งพบว่าดัชนีพฤติพลัง (AAI) มีความสัมพันธ์เป็นบวกกับ GDP ต่อหัว และมีความสัมพันธ์เป็นลบกับความเหลื่อมล้ำ การศึกษาของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2560) พบว่า ดัชนี AAI ของไทยอยู่ในระดับปานกลางและดัชนีของชายสูงกว่าหญิง ซึ่งต่างจากกรณีประเทศตะวันตก และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 ดัชนี AAI มีค่าลดลง และมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ระหว่าง 0.7698 และ 0.7576 ในปี 2557 และ 2560 ตามลำดับ (เอื้อมพร พิชัยสนิธ, 2562)

สถานการณ์พึ่งพิงพฤฒิพลังนี้มีแนวโน้มชัดเจนในประเทศที่พัฒนากว่าไทย เช่น สัดส่วนแรงงานสูงอายุในญี่ปุ่นสูงถึงร้อยละ 63.5 ในปี 2558 ส่วนเกาหลีใต้มีสัดส่วนแรงงานสูงวัยร้อยละ 35 ในภาคเกษตร แรงงานสูงอายุอาจมีผลิตภาพการผลิตต่ำกว่ากลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า และการเข้าสู่สังคมสูงวัยอาจทำให้ผลิตภาพการผลิตลดลงก็จริง แต่เกษตรกรสูงวัยอาจใช้ประสบการณ์และทรัพย์สินที่สะสมไว้มาใช้ในการปรับตัวเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตได้ สำหรับประเทศไทยถึงแม้ผลิตภาพการผลิตของภาคเกษตรไทยจะถดถอยลงเพราะแรงงานสูงวัย แต่สถานการณ์ยังไม่รุนแรงนัก ครอบครัวเกษตรที่มีแรงงานสูงวัยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 70) ยังเป็นครัวเรือนหลายรุ่น มีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่อยู่ตามลำพังหรืออยู่ในครัวเรือนแหว่งกลาง (Skipped generation) (โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ และคณะ, 2562)

ประเด็นนโยบายที่สำคัญสำหรับอนาคตของไทยก็คือ ทำอย่างไรเพื่อให้พฤฒิพลังเป็นพลังบวกที่ “แกร่งและไม่กรอบ” การส่งเสริมพฤฒิพลังไม่ควรทำกับผู้มีวัยหลังเกษียณเพราะจะช้าเกินไป แต่ต้องส่งเสริมการตระหนักรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้ตลอดช่วงวัย การวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณและรัฐควรออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ส่งเสริมการออมและทักษะการลงทุนเพื่อชีวิตสูงวัยที่มั่นคง

ในปี 2565 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยนะคะ

มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด
มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ