ที่เห็นและเป็นไป : ประชาชนไม่มีหนทางอื่น

เหลือไม่กี่วันจะสิ้นปีแล้ว

เป็นเรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่จะพยายามหาคำตอบว่า ปีหน้าจะเป็นอย่างไร และจะเอาอย่างไรกันดี วางแผนแบบไหนดีเพื่อจัดการกับสถานการณ์ปีหน้าอย่างดีที่สุด

เท่าที่สดับรับฟังมา

คนในระดับหาเช้ากินค่ำ หรือที่ต้องกินเดือนหน้า หาเดือนนี้ คำตอบที่อยากได้คือ จะจัดการอย่างไรกับเรื่องปากท้อง และชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนวันที่ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่เป็นปกติ

ในชนบทพออยู่กันไปอย่างทุลักทุเลได้ แต่พวกเขาต้องการความหวังที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น มีอย่างที่คนอื่นๆ เขามีบ้าง

ส่วนคนเมืองที่ค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว แต่การทำมาหากินได้ยากเย็นที่จะให้เพียงพอ เป็นชีวิตที่ต้องก่อหนี้ ยืมสินเพื่อประคับประคองให้ยังหายใจอยู่ได้

ในสังคมที่นับวันจะถ่างความเหลื่อมล้ำให้ถ่างออกมากขึ้น

มหาเศรษฐี นายทุน ผู้มีอำนาจ และคนชั้นบนพากันกดคนชั้นกลางให้บีบอัดลงมารวมอยู่กับคนชั้นล่าง หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยเราเพิ่มคนชั้นล่างมากขึ้นมหาศาล

คนที่อยู่อย่างแค่ประคองชีวิตให้รอดไปวันๆ ตื่นเช้าขึ้นมาทำงาน หรือพยายามดิ้นรนหารายได้ เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องพอไม่ให้อด พอใช้หนี้ใช้สิน หรือพอที่ไม่ต้องขายสมบัติเก่ากินเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย

เป็นชีวิตที่ไม่มีความหวัง โดยเฉพาะความหวังที่จะสร้างอนาคตที่ดีไว้ให้ลูกหลาน

ได้แต่นั่งมองลูกหลานด้วยหดหูในความไร้ความสามารถของตัวเองที่จะเกื้อหนุน เสริมส่งไปสู่อนาคตที่รุ่งเรือง

ขณะที่ความอ่อนแรงของคนชั้นกลาง กลับไปเพิ่มศักยภาพให้คนชั้นบน สามารถส่งสถานะของครอบครัวให้เจิดจรัสมากขึ้นไปอีก เพราะสามารถเข้าถึงกลไกอำนาจ และทุน ผูกขาดโอกาสที่จะกีดกันไม่ให้มีการแข่งขันด้วยกลไกที่เป็นธรรม

ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำขยายใหญ่ขึ้น

แต่เป็นความเหลื่อมล้ำแบบคนส่วนน้อยนิดครอบครองความร่ำรวย และทรัพย์สินของประเทศไว้เป็นส่วนมากเหลือไว้ให้คนส่วนใหญ่พอยาไส้ในสัดส่วนที่น้อยนิด และมีแนวโน้มว่าจะน้อยลงเรื่อยๆ ตามการยึดครองและผูกขาดการทำมาหากินที่คนส่วนใหญ่ขยายเข้าไปยึดครองครอบคลุมมากขึ้น

เมื่อมีคำถามว่าแล้วจะทำอย่างไรกัน ซึ่งคงไม่ใช่คำถามของชนชั้นบนที่เป็นส่วนน้อย

คำตอบสำหรับคนชั้นกลางและชั้นล่าง คือจะต้องหาทางจัดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแบ่งสรรผลประโยชน์ของประเทศด้วยตัวเอง

ต้องแสดงพลังเพื่อลดการผูกขาดโอกาสให้น้อยลง ต้องไม่ให้คนชั้นบนแย่งชิงอาชีพ ผูกขาดการทำมาหาได้จนคนส่วนใหญ่ต้องชีวิตอยู่แค่คอยรอรับเศษที่คนชั้นบนแบ่งปันมาให้ในนามของน้ำใจช่วยเหลือคนทุกข์คนยาก

วิธีการที่จะลดทอนการผูกขาดโอกาสเช่นนี้ มีหนทางเดียวคือ จะต้องตระหนักในพลัง และอำนาจของประชาชนอย่างจริงจัง และไม่สยบยอม

การเมืองไทยที่ต่อสู้กันมายาวนาน ระหว่าง คนชั้นบนที่ยึดครองอำนาจด้วยอาวุธ และกองกำลังที่จะสร้างระบบเผด็จการขึ้นมา กับประชาชนที่จะมีโอกาสในอำนาจด้วยระบอบประชาธิปไตย เลือกตัวแทนเข้าไปควบคุมศูนย์กลางอำนาจ

ที่ผ่านมาประเทศสถาปนาระบอบประชาธิปไตยไม่เคยสำเร็จ

เพราะชนชั้นบนควบคุมกลไกที่จะครอบครองอำนาจ และเครื่องมือในการจัดการเพื่อครอบงำ ชี้นำความคิดให้เห็นดีเห็นงามไปกับเจือจาน แจกจ่าย ให้ผู้คนส่วนใหญ่ยินดีปรีดาแค่เศษเสี้ยวของผลประโยชน์ที่โยนแบ่งมาให้

ต้องตระหนักว่า ความหวัง และโอกาสที่ลูกหลานควรจะได้รับ

พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย จะต้องร่วมกันสร้างโอกาสในอำนาจของประชาชนขึ้นมา

ปีหน้า จะมีการเลือกตั้งหลายพื้นที่ ทั้งการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่หมดสมาชิกภาพไป และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

และการเลือกตั้งทั่วไปที่อาจจะเกิดขึ้นปีนี้ เพราะสภาพของสภาผู้แทนราษฎรที่ล่มครั้งแล้วครั้งเล่าฟ้องว่าจะไปไม่ไหวแล้ว จะต้องเลือกกันใหม่ หรือหากจะยื้อกันไปจนหมดวาระก็อีกเพียงปีกว่าๆ

สิ่งที่ต้องทำคือประชาชนโดยเฉพาะคนชั้นกลางและคนชั้นล่างต้องแสดงให้เห็นว่าจะไม่ยินยอมแค่รอรับเศษผลประโยชน์ที่คนชั้นบนโยนมาให้อีกแล้ว

ต้องแสดงให้ชัดว่าที่คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการคือโอกาสที่จะเดินสู่ความหวัง ไม่การเยียวยาแค่ให้รอดไปวันๆ เดือนๆ

จะทำหรือไม่ ทำได้หรือเปล่า

ผลการเลือกตั้งประเป็นคำตอบ

ด้วยประสิทธิภาพของการสื่อสารยุคนี้ ทุกคนย่อมรู้อยู่แล้วว่า ใครเป็นใคร ผู้สมัครคนไหนสนับสนุนอำนาจแบบไหน

อำนาจผูกขาดของคนชั้นบน หรืออำนาจในการเรียกร้องโอกาสของคนชั้นกลางและชั้นล่าง

ทุกคนเลือกได้ว่าจะหาโอกาสให้กับตัวเอง และลูกหลานที่จะต้องเติบโตขึ้นในอนาคตหรือไม่

ปีหน้า ต้องเลือกให้ถูกทุกการเลือกตั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon