หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ฉายา‘2...

บทนำ : ฉายา‘2 ป.’

29.12.21 | 10:29 น.
บทนำ : ฉายา‘2 ป.’

บทนำ : ฉายา‘2 ป.’

ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลได้มีมติตั้งฉายารัฐบาล รัฐมนตรี และวาทะแห่งปี ประจำปี 2564 ร่วมกัน โดยตั้งฉายารัฐบาลว่า “ยื้อยุทธ์” เพราะภาพของรัฐบาลที่ยื้อแย่งกันเองทั้งในส่วนของอำนาจและตำแหน่ง โดยไม่สนใจประชาชน และการเดินหน้าประเทศ ถูกมองว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม และมองการดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้นำรัฐบาลจะเป็นประโยชน์มากกว่า จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อยื้อให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อไป ไม่ว่าจะมีการชุมนุมขับไล่ไสส่งอย่างไร ใครไม่อยู่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่

สื่อได้ตั้งฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ชำรุดยุทธ์โทรม โดยอธิบายว่า ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ที่รับบทหนักที่สุดแห่งปี ถูกมองว่าล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาโควิด-19 การกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริหารราชการ หรือแม้แต่เรื่องทางการเมือง ถูกโจมตีรอบด้าน แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะยังอยู่ในตำแหน่งได้แต่ก็ทรุดโทรม เสื่อมสภาพ ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย หรือจิตใจ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ฉายา “รองช้ำ” เพราะตลอดทั้งปีที่ผ่านมา พี่ใหญ่ 3 ป. ประสบกับเรื่องช้ำๆ เจ็บซ้ำๆ มาตลอด หลายสถานการณ์ต้องตกเป็นรอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องการเมือง โดยเฉพาะปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐที่เกิดความแตกแยกอย่างหนัก สะเทือนถึง 2 ป. สั่นคลอน “3 ป.Forever” ซ้ายก็น้องรัก ขวาก็ลูกน้องที่รัก หักใจเลือกใครไม่ได้ สุดท้ายต้องแบกความเจ็บช้ำไว้คนเดียว

ผู้สื่อข่าวรัฐสภาและทำเนียบรัฐบาลได้ประชุมตั้งฉายาสภา วุฒิสภา นักการเมืองทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมถึง ครม. ถือเป็นภาพสะท้อนการทำงานของรัฐบาลและรัฐสภา จากผู้สื่อข่าวประจำสายงาน ซึ่งถือว่าได้เห็นความเป็นไปต่างๆ ของรัฐสภาและรัฐบาลอย่างใกล้ชิด สำหรับฉายานายกรัฐมนตรีและแกนนำรัฐบาล บ่งบอกว่า ปัญหาความแตกแยกในพรรคพลังประชารัฐที่เกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และทำให้เกิดการปลดรัฐมนตรี 2 ราย ส่งผลต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างรุนแรง ในทางการเมือง กรณีเกิดปัญหาขัดแย้งที่หาข้อยุติไม่ได้ การยุบสภาให้ประชาชนตัดสินด้วยการลงคะแนนเลือกตั้งก็เป็นทางออกอย่างหนึ่ง แต่ในการเมืองไทยไม่นิยมกระทำ เพราะเชื่อว่า การอยู่ยาว คือความได้เปรียบทางการเมืองที่ต้องรักษาไว้