เสียงปืนห่าใหญ่ดังขึ้นที่เมืองเล เค ก่อ (Lay Kay Kaw) ใกล้เมืองเมียวดี (Myawadddy) ในรัฐกะเหรี่ยง ติดชายแดนอำเภอแม่สอดของไทย ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม เป็นเหตุให้มีผู้อพยพหนีภัยสงครามกลางเมืองเข้ามาในฝั่งไทยหลายพันคน และตัวเลขมีแต่จะเพิ่มขึ้น การสู้รบเกิดขึ้นระหว่างตั๊ดม่ะด่อ (กองทัพพม่า) กับปีกกองทัพของ KNU (Karen National Union) ที่เรียกว่า KNLA (Karen National Liberation Army) ประสานกำลังกับกองกำลังของ PDF (People’s Defence Force) หรือกองกำลังภาคประชาชน ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นหลังเกิดรัฐประหารได้ไม่นาน
นอกจากการสู้รบตามตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ยังมีการต่อสู้ในลักษณะเดียวกันที่ชายแดนฝั่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่รัฐฉิ่น ชายแดนพม่า-อินเดีย หรือในเขตสะกาย ใกล้กับมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลัง PDF
กองกำลัง PDF ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยชนชั้นกลาง มนุษย์เงินเดือน ประเภท “ไวท์คอลลาร์”บางคนเพิ่งมาเริ่มสนใจการเมืองอย่างจริงจังเมื่อเกิดรัฐประหาร บางคนสนใจการเมืองมาตลอด ชัยชนะของพรรค NLD และรัฐบาลพลเรือนทำให้พวกเขาหยุดคิดเรื่องการต่อสู้ทางการเมืองไปชั่วขณะ อย่างไรก็ดี รัฐประหารในต้นปี 2021 เป็นสิ่งตอกย้ำว่าพม่าจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมือง หากกองทัพยังมีอำนาจ และตราบใดที่ยังมีรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง
คนหนุ่มสาวใน PDF รู้ดีกว่าหากจะต่อสู้กับกองทัพพม่า ก็ต้องจับอาวุธขึ้นมาสู้ แต่เนื่องจากพวกเขาเป็นชนชั้นกลางที่ไม่เคยจับอาวุธมาก่อน จึงต้องพึ่งกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มีทั้งอาวุธและความรู้ด้านยุทธการแบบกองโจร กองกำลังหลายกลุ่มต่อสู้กับกองทัพพม่ามาหลายสิบปีตั้งแต่วันแรกที่พม่าได้รับเอกราชในปี 1948 PDF มีกำลังพลอยู่ราว 7,000-8,000 คน ที่ผ่านมา กองกำลังประชาชนมีเป้าหมายโจมตีกองกำลังฝั่งกองทัพพม่า โดยมากเป็นการวางระเบิดและลอบสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เมื่อมีปฏิบัติการในลักษณะนี้ กองทัพพม่าก็จะมีปฏิบัติการตอบโต้กองกำลัง PDF ตามมา แต่โดยธรรมชาติของกองทัพพม่า การปูพรมค้นหากองกำลังของ PDF หมายถึงบุกค้นตามหมู่บ้าน ซึ่งมักจะตามมาด้วยการปราบปรามชาวบ้านอย่างรุนแรง ในเหตุการณ์ล่าสุดที่เผยแพร่ออกไปทั่วโซเชียลมีเดีย ทหารพม่า 100 นาย บุกเข้าไปในหมู่บ้านโดน ตอ (Done Taw) เขตซาลิงจี (Salingyi) ทางตะวันตกของมัณฑะเลย์
จากรายงานของสำนักข่าว Myanmar Now ทหารพม่าจับกุมชาวบ้านที่หลบหนีไม่ทันได้ 11 คน จับมัดมือไพล่หลัง และเผาทั้งเป็น ภาพชาวบ้านโดน ตอที่ถูกเผาจนดำเป็นตอตะโกสร้างความสะเทือนใจให้ผู้พบเห็น ความสำคัญของหมู่บ้านโดน ตอ คือเป็นศูนย์กลางของกองกำลังพิทักษ์ประชาชนอีกหนึ่งกลุ่ม ในปัจจุบันมีกองกำลังประชาชนในลักษณะเดียวกันนี้หลายร้อยกลุ่ม ที่ผุดขึ้นมาทั่วประเทศ
หลังเกิดการสังหารหมู่ที่หมู่บ้านโดน ตอขึ้น กองกำลังฝ่ายประชาชนก็โต้กลับโดยการวางระเบิดรถทหารของกองทัพ ทำให้มีทหารพม่าเสียชีวิต 15 คน หลายคนมีส่วนร่วมกับการสังหารหมู่ที่หมู่บ้านโดน ตอ การสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังประชาชน (ต่างฝ่ายต่างเรียกอีกฝั่งหนึ่งว่าผู้ก่อการร้าย) จะเกิดขึ้นต่อไป และจะเข้มข้นขึ้น ในปัจจุบัน กองกำลัง PDF ในหลายพื้นที่ตั้งตนเป็นขุนศึก ไม่ต่างกับกองกำลังก๊กมินตั๋งที่เข้าไปตั้งฐานที่มั่นในรัฐฉาน ในทศวรรษ 1950-1960 กองกำลังเหล่านี้กำลังสร้างฐานที่มั่นของตนเอง และพยายามควบคุมเส้นทางการขนส่งสินค้า ทำให้รถขนสินค้าที่จะผ่านเข้าไปทางตอนเหนือของพม่าต้องแสดงหลักฐานการจ่าย “ภาษี” ให้รัฐบาลคู่ขนานพม่า ที่เรียกว่า National Unity Government (NUG)
ความรุนแรงของการสู้รบระหว่างสองฝ่ายเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ย่างกุ้ง โดยการขับรถเข้าพุ่งชนผู้ชุมนุม จนทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 คน และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก สิ่งที่เกิดขึ้นที่ย่างกุ้งชี้ให้เห็นว่ากองทัพพม่าไม่เคยเปลี่ยนยุทธวิธีที่ใช้ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นประชาชนธรรมดา หรือกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ และยังเชื่อมั่นว่าการสร้างความกลัวยังเป็นทางออกที่จะทำให้ปัญหาทุกอย่างจบลงได้
นอกจากกองกำลังฝ่ายประชาชน กองทัพพม่ายังเผชิญกับศึกอีกหลายด้านกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ หลายกลุ่มเคยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลพลเรือนตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีเต็ง เส่ง จนถึงยุครัฐบาล NLD ของด่อ ออง ซาน ซูจี มาแล้ว แต่เมื่อเกิดรัฐประหาร และการปูพรมปราบปรามประชาชนผู้ประท้วงกลับมาอีกครั้ง กลุ่มชาติพันธุ์เกือบทุกกลุ่มร่วมเป็นพันธมิตรกับกองกำลังประชาชน และช่วยเหลือกองกำลังประชาชนเท่าที่จะทำได้
กองกำลังที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับกองทัพพม่ามายาวนานคือ KNU/KNLA ไทยจำเป็นต้องจับตาดูความขัดแย้งระหว่างกองทัพพม่ากับ KNU เป็นพิเศษ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เกิดการสู้รบขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกองทัพพม่าตัดสินใจใช้เครื่องบินไปทิ้งระเบิดในหมู่บ้านกะเหรี่ยง หรือเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของกองกำลังประชาชนในเขตชายแดนไทย-พม่า ชาวบ้านในฝั่งไทยก็มักจะได้รับลูกหลงเสมอ เริ่มจากได้ยินเสียงการสู้รบติดต่อกันหลายชั่วโมง หลายวันติดต่อกัน หรือการถูก “ลูกหลง” เป็นกระสุนปืนหรือระเบิดเข้ามาในฝั่งไทย สงครามกลางเมืองตลอดหลายสิบปีในพม่าสร้างปัญหานี้ให้กับชาวบ้านในฝั่งไทย ทั้งในฝั่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่อยู่ติดรัฐกะเหรี่ยง หรือจังหวัดเชียงราย ที่อยู่ติดกับรัฐฉาน
ปัญหาที่เกิดตามมาอีกอย่างหนึ่งคือการโจมตีหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ตามตะเข็บชายแดนไทย-พม่าทำให้มีผู้อพยพหนีภัยสงครามหนีเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบัน ไทยยังมีค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่ง ใน 4 จังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา และมีผู้ลี้ภัยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงและกะยาห์ (กะเหรี่ยงแดง) เกือบ 1 แสนคน
รัฐไทยพยายามผลักดันผู้อพยพเหล่านี้ออกไปจากเขตไทยให้มากที่สุด ผ่านการพิสูจน์สัญชาติและการส่งกลับ แต่ด้วยการสู้รบที่เกิดขึ้นอีกครั้ง รัฐไทยพึงระลึกว่าจะมีผู้อพยพจากพม่าหลบเข้ามาในฝั่งไทยอีกเป็นจำนวนมาก ในอนาคตอาจไม่ได้เป็นเพียงชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่อาจมีผู้อพยพจากพื้นที่ตอนในที่เป็นพื้นที่สงคราม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเข้มข้นและรุนแรงมากกว่าครั้งใดที่ผ่านมา หลายสิบปีที่ผ่านมา กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ต่อสู้กับกองทัพพม่าแบบเป็นเอกเทศ อาจมีการรวมตัวกันเป็นพันธมิตรบ้างแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ในตอนนี้ กองทัพพม่ากำลังต่อสู้กับกองกำลังประชาชน ที่ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นกองกำลังของ KNU ของกะเหรี่ยง กองกำลัง SSA ของฉาน หรือกองกำลัง PDF ของคนพม่าอีกต่อไป แต่กองกำลังเหล่านี้ได้รวมตัวกันเพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียวเท่านั้น คือนำกองทัพออกไปจากการเมืองให้ได้แบบถาวร และการนำรัฐบาลพลเรือนกลับเข้ามาอีกครั้ง
เมื่อพม่าสงบ ปัญหาชายแดนที่ไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ก็จะสงบลงด้วย

