หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิปัสสนาวงศ์ใ...

วิปัสสนาวงศ์ในไทย มอญและพม่า (จบ)

31.12.21 | 13:00 น.

พระภิกษุสงฆ์ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระเป็นที่เลื่อมใสในความเป็นพระสุปฏิปันโนและการแสดงแก่นธรรม พระปฏิบัติที่เดินทางเพื่อพระนิพพานในชาติเดียวนั้นหาได้ยากอย่างยิ่ง จึงนับเป็นสายวิปัสสนาวงศ์ที่สำคัญแห่งยุค

ความเจริญทางวัตถุและการรับวัฒนธรรมตะวันตกในประเทศไทยมีผลอย่างมากต่อวิถีชีวิตของคนไทยที่มีความเป็นชาวเมืองมากขึ้นๆ พุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาและความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาลดลงอย่างต่อเนื่องแต่ปฏิบัติธรรมของพระสายวัดป่าซึ่งเจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์) หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโตได้นำไปเผยแผ่ในหัวเมืองต่างจังหวัดและเขตชนบทห่างไกลและขยายตัวอย่างดีนั้นกลับสามารถเข้ามาเจริญในหมู่ชาวเมืองหลวงได้ในเวลาต่อมา

จิตรกรรมฝาผนังหอจำศีลวัดอุมลอง อำเภอเถิน ลำปาง
ฝีมือของช่างปวน เทพสิงห์ (ป. สุวรรณสิงห์) พ.ศ.2465 ศิลปะกรุงเทพฯ-ล้านนา
สร้อยประคำและไม้เท้าเป็นที่นิยมในล้านนาและมีตำนานสืบมาตั้งแต่สมัยพระโสณเถระ
เคยเป็นข้อขัดแย้งที่คณะพระธรรมคัมภีร์มีต่อสมณวงศ์พื้นเมืองที่เชียงใหม่
ครูบาศรีวิชัยได้สืบทอดการคล้องสร้อยประคำ ถือไม้เท้าและถือพัดใบตาลมาจนถึงปัจจุบัน

ศิษย์ที่เป็นกำลังสำคัญมีมากมายหลายร้อยท่านเช่น หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่จูม พันธุโล หลวงปู่ดูลย์ อตุโล หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม พระมหาปิ่น ปัญญาพโล หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่สาม อกิญจโณ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ หลวงปู่คำดี ปภาโส หลวงปู่พรหม จิรปุญโญ หลวงพ่อลี ธัมธโร หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ หลวงปู่บัว สิริปุณโณ หลวงปู่ซามา อาจุตโต หลวงปู่ภุมมี ฐิตธัมโม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่แว่น ธนปาโล หลวงปู่อ่อนสี สุเมโธ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร หลวงปู่ถิร ฐิตธัมโม หลวงพ่อเฟื่อง โชติโก หลวงปู่หลอด ปโมทิโต หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท หลวงปู่ชา สุภัทโท หลวงปู่จาม มหาปุญโญ หลวงพ่อสุวัจน์ สุวโจ หลวงปู่มหาปิ่น ชลิโต หลวงตาวิริยังค์
สิรินธโร หลวงปู่อุ่น ชาคโร หลวงตาแตงอ่อน กัลยาณธัมโม หลวงปู่คำพอง ติสโส พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ หลวงปู่ผ่าน ปัญญาปทีโป หลวงปู่หลวง กตปุญโญ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงปู่หล้า เขมปัตโต พระอาจารย์วัน อุตตโม พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมธโร หลวงปู่สมภาร ปัญญาวโร หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย หลวงปู่เพียร วิริโย หลวงตาพวง สุขินทริโย หลวงปู่ท่อน ญาณธโร และหลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน เป็นต้น

ศิษย์รุ่นต่อมาหรือหลานศิษย์ลงมามีสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปัณฑิโต หลวงปู่จันทา ถาวโร หลวงปู่บุญจันทร์ จันทวโร หลวงปู่ลี กุสลธโร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อัมพโร) หลวงปู่เนตร จิรปุญโญ หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปัญโญ หลวงปู่สอ พันธุโล หลวงปู่สรวง สิริปุญโญ หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ หลวงปู่บุญกู้ อนุวัฑฒโน หลวงปู่แบน ธนากโร หลวงปู่ทิวา อาภากโร หลวงปู่อุทัย สิริธโร หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธัมโม หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล หลวงพ่อขันตี ญาณวโร พระอาจารย์โรเบิร์ต สุเมโธ หลวงพ่อเยื้อน ขันติพโล พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ หลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก หลวงพ่อไม อินทสิริ หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม พระอาจารย์เขมธัมโม พระอาจารย์ปสันโน หลวงพ่อเจฟฟรี่ ฐานิสสโร พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต พระอาจารย์บุญมี ธัมมรโต พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม พระอาจารย์จิรวัฒน์ อัตตรักโข พระอาจารย์อัครเดช ถิรจิตโต พระอาจารย์ฟิลลิป ญาณธัมโม พระอาจารย์ชยสาโร พระอาจารย์สมภพ โชติปัญโญ พระอาจารย์มาร์ติน ปิยธัมโม ฯลฯ

จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถเก่าวัดบ้านหีบ อำเภออุทัย พระนครศรีอยุธยา
พระมาลัยศิลปะอยุธยา สะพายบาตร มีตาลปัตรแต่ไม่มีสร้อยประคำ
ตาลปัตรประมาณกันว่าเกิดราวพุทธศตวรรษที่ 16 หรือลังกาต้นสมัยโปโลนนารุวะ
พัดใบตาลเคยเป็นบริขารสำคัญทั้งในศรีอยุธยา อังวะและล้านนา
(เอื้อเฟื้อภาพถ่ายโดยคุณกิต พงศ์มฆพัฒน์)

ในระยะต้นศิษย์สายวัดป่าจำนวนหนึ่งมิได้อาศัยปริยัติมากแบบที่เคยกระทำกัน การแสดงแก่นธรรมแก่ชาวชนบทก็แตกต่างออกไปจากพระเถระที่แสดงแก่ชาวบ้านในยุคนั้น เมื่อผ่านไประยะหนึ่งพระวัดป่าก็เป็นที่ยอมรับอย่างสูงในฝ่ายปกครองสงฆ์และพระภิกษุทั่วไป

Advertisement

ในการสอนและแนะนำกรรมฐาน หลวงปู่มั่นวางแนวให้ศึกษาจากครูอาจารย์ระยะหนึ่งตามควรแล้วออกปฏิบัติวิเวกไปตามป่าเขาหรือชนบท ในช่วงที่มีพระภิกษุปรารถนาศึกษาจากท่านเป็นจำนวนมากท่านได้ให้ศิษย์เก่าออกปฏิบัติวิเวกอย่างจริงจังโดยให้อยู่กับท่านได้เพียงราว 3 รูปเท่านั้น

โดยทั่วไปศิษย์ของท่านมักเจริญอานาปานสติเป็นเบื้องต้นแล้วการเจริญกรรมฐานห้า ธาตุสี่ และอาการ 32 ซึ่งนับว่ามีกายานุปัสสนาเป็นฐานและมีอัปปนาสมาธิเป็นกำลังในการเข้าสู่อริยมรรคในจิต สติมีความสำคัญในทุกอิริยาบถและในทุกลำดับขั้น

อานาปานสติสมาธิสามารถเจริญควบคู่กับพุทธานุสติเพื่อให้เป็นอุปจารสมาธิ กายคตาสติอาศัยกรรมฐานห้าหรืออาการ 32 ให้เห็นอสุภะและธาตุสี่เพื่อให้เกิดปัญญาถึงภวังคบาทซึ่งเป็นฐานเดิมของจิต

หลวงปู่มั่นปกติเน้นการถอนอุปาทานด้วยเหตุโดยอาศัยกรรมฐานห้าและกำลังสมาธิที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ ท่านให้ความสำคัญกับการละสังขารในปฏิจจสมุปบาทซึ่งสังขารนั้นยังไม่เป็นนามรูปและยังไม่กระทบกับผัสสะ ท่านกล่าวว่าอวิชชามีที่มาจากฐีติภูตังซึ่งลึกสุดในภวังคบาท

ในเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวทางสมถวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่นมีความแตกต่างจากสมถวิปัสสนาสายวัดพลับและสายอรัญวาสีดั้งเดิม สายวัดพลับมีความครอบคลุมและเริ่มจากสมถกรรมฐาน สายดั้งเดิมฝ่ายอรัญวาสีมีความเฉพาะในระดับหนึ่งโดยเริ่มจากกสิณหรือสมถกรรมฐานแล้วจึงต่อด้วยอนุสติตามควรแก่จริต ทั้งสองแนวทางนี้เป็นปฏิบัติวิธีตามคัมภีร์วิสุทธิมรรค

ส่วนแนวทางสายหลวงปู่มั่นเน้นกรรมฐานหลักที่เชื่อมประสานจากสมถะสู่วิปัสสนาโดยอาศัยมหาสติปัฏฐานสูตรและโพธิปักขิยธรรม มีการเจริญวิปัสสนาผสมกับสมถะมากขึ้นกว่าแบบดั้งเดิมที่เจริญสมาธิภาวนาให้จิตสงบถึงฌานก่อน กำลังสมถะจึงไม่เป็นการเดินทางอ้อม ไม่มุ่งไปในการพักจิตและไม่ติดอยู่ในภวตัณหาอันละเอียด

วิปัสสนาวงศ์ในประเทศไทยสามารถรักษาแนวทางสมถวิปัสสนาไว้ได้มั่นคงมาตั้งแต่อดีตอีกทั้งยังมีการชำระให้ขั้นสมถะสามารถผสมผสานและตรงสู่ขั้นวิปัสสนา การเจริญวิปัสสนาก็มีทั้งที่อาศัยอานาปานสติเป็นหลักของการเจริญสติและที่อาศัยอานาปานสติสมาธิในฌาน สมถวิปัสสนาจึงนับว่ามีความรุ่งเรืองและก้าวหน้าในประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ส่วนวิปัสสนากรรม ฐานแบบอิริยาบถและสัมปชัญญะซึ่งเจริญในพม่าก็มีความแข็งแรงในประเทศไทยเช่นกัน

การมีวิปัสสนาวงศ์ประดิษฐานไว้อย่างอุดมสมบูรณ์สามารถช่วยให้สาธุชนได้รับประโยชน์ตามโอกาส อุปนิสัยและจิตปรารถนาของตน เส้นทางสู่อริยมรรคและอริยผลเป็นที่มั่นใจได้ว่ายังคงดำรงอยู่โดยอินทรีย์ 5 และพละ 5 อันได้แก่ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิและปัญญาทางอายตนะจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติเดินไปบนเส้นทางนี้จนถึงฝั่งแห่งธรรม

ในขั้นของการเจริญอริยมรรคซึ่งต้องอาศัยทั้งสมถะและวิปัสสนานั้นการปฏิบัติสายหลวงปูู่มั่น ภูริทัตตเถระได้ให้ประสบการณ์ไว้อย่างมากมาย ศิษย์ในปัจจุบันล้วนเข้าสู่รุ่นที่สามหรือเป็นหลานศิษย์ของหลวงปู่มั่นแล้วเป็นอย่างน้อย นับเฉพาะจากครั้งที่ท่านกลับจากถ้ำสาริกาก็เติบโตนับเป็นเวลายานนานกว่าร้อยปีทีเดียว

สุตตมยปัญญา จินตามยปัญญาและภาวนามยปัญญาเป็นปัญญาที่นำไปสู่การเข้าใกล้และเข้าถึงอริยมรรค วิปัสสนาวงศ์เป็นสายภาวนาที่มุ่งให้เกิดมรรคผลโดยลำดับ กรรมฐานทั้งหลายเปรียบเสมือนการเดินทางเข้าประตูที่แตกต่างกัน เมื่อกำลังพยายามเข้าประตูหนึ่งอาจไม่รับรู้ถึงประตูอื่นแต่เมื่อผ่านเข้าไปภายในก็จะค่อยๆ เห็นสภาวะส่วนลึกและความเชื่อมโยงกับประตูที่เหลือ

ความสงสัยจึงไม่พึงมีมากในร่องรอยและความแตกต่างแห่งวิปัสสนาวงศ์

ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์