หน้าแรก คอลัมนิสต์ ความสุข : ปีเ...

ความสุข : ปีเก่าปีใหม่…

5.01.22 | 10:05 น.
ความสุข : ปีเก่าปีใหม่...

ความสุข : ปีเก่าปีใหม่…

ความมีชีวิตของมนุษย์คนสัตว์หรือสิ่งอื่นใดที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้นอกจากปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีพแล้ว สิ่งที่เป็นนามธรรมหนึ่งก็คือการหลีกเลี่ยงความทุกข์ที่นานัปประการที่จะนำมาถึงตน ครอบครัว สังคมประเทศชาติ และระดับโลก นั่นก็คือความสุข นิยามของความสุขได้ถูกกำหนดไว้ในบริบทต่างๆ อาทิ สุขภาพร่างกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เทคโนโลยีเครื่องใช้ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

หลักการของปรัชญาหนึ่งก็คือสุขนิยม (Hedonism) ที่นักปรัชญา นักคิดทั้งในอดีตกาลที่ผ่านมาและนักคิด ผู้รู้ในศาสตร์สาขาต่างๆ ต่างก็พยายามให้ความหมายและทางออกที่เป็นรูปธรรมที่ว่า ความสุขคืออะไร ความสุขที่แท้จริงมีหรือไม่ อะไรสิ่งใดคือความสุขที่เป็นมาตรฐานสากลที่ทุกคนจักเข้าถึงได้รวมถึงความสุขใดที่เป็นความสุขสูงสุดของมนุษยชาติ…

ในหลักการของสุขนิยมก็มีทั้งความสุขในส่วนบุคคล (Egoistic Hedonism) ที่ให้ความหมายถึงให้หลีกเลี่ยงความทุกข์และแสวงหาความสุขให้แก่ตนเองมากที่สุดโดยมิต้องคำนึงถึงผู้อื่นส่วนรวม และความสุขที่เป็นสากล (Universal Hedonism) หลักการนี้ให้ความสำคัญถึงความสุขที่จะเกิดขึ้นแก่คนหมู่มากหรือในจำนวนที่มากที่สุด โดยมองว่ามนุษย์ควรกระทำในสิ่งที่จะเป็นความสุขให้แก่มนุษย์ด้วยกัน สังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศรวมไปถึงระดับโลก คำถามหนึ่งก็คืออะไรสิ่งใดคือความสุขในบริบทดังกล่าว

สังคมโลกและสังคมไทยเราในวันนี้ต้องพบกับสภาพปัญหาต่างๆ ที่รุมล้อมตัวของเราท่านทั้งหลายทั้งสภาพของภูมิสภาพอากาศทั้งโลกร้อน น้ำท่วม มลพิษฝุ่นควัน สารเคมีที่อยู่ในอาหารที่บริโภคใช้สอย มิอาจจักรวมถึงโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ดูเสมือนว่าเชื้อไวรัสจักกลายพันธุ์ไปในสายพันธุ์ต่างๆ วันเวลาของเชื้อโรคดังกล่าวได้คร่าชีวิตของผู้คนไปมากกว่าห้าล้านคนและมีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 274 ล้านคนของประเทศต่างๆ ทั่วโลก สำหรับเมืองไทยเราเอง พบผู้ติดเชื้อในตัวเลข 2,185,497 คน และเสียชีวิตไปแล้วจำนวน 21,327 คน…(thairath.co.th)

Advertisement

การอุบัติขึ้นของโรคดังกล่าวนำมาซึ่งความทุกข์ความเดือดร้อนแก่ผู้คนจำนวนมากในทั่วโลกทั้งระบบเศรษฐกิจ การค้าขาย การติดต่อสื่อสารสัมพันธภาพที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน การปิดกิจการของบริษัทร้านค้าทำให้เกิดการตกงาน ระบบการศึกษาเริ่มตั้งแต่การศึกษาปฐมวัยไปจนกระทั่งถึงระดับอุดมศึกษาต้องปรับการเรียนการสอนโดยใช้การเรียนในระบบออนไลน์ การใช้ชีวิตประจำวันต้องมีหน้ากากอนามัยไว้ประจำตัว การเว้นระยะห่าง รวมถึงมาตรการอื่นๆ ที่ถูกกำหนดโดยภาครัฐ วิถีดังกล่าวคงจักไม่มีใคร องค์กรใดที่จะกำหนดได้ถึงวันเวลาในอนาคตจักเป็นดั่งเช่นเดิมเสมือนในอดีตได้หรือไม่…

งานวิจัยหนึ่งของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อเรื่อง ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสุขของคนไทยก็คือ ความสุขของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนโยบายของรัฐที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพที่ดี ความพึงพอใจในสุขภาพจิต สร้างความรักความเข้าใจกันในระดับครอบครัว ชุมชน คุณภาพชีวิตในหน้าที่การงาน รัฐบาลหรือผู้มีอำนาจควรมีนโยบายที่ชัดเจนที่ตระหนักว่าความสุขเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ยั่งยืน โดยเสนอถึงความสุขมวลรวมของประเทศภูฏานเป็นตัวอย่าง และควรบรรจุประเด็นในบริบทของความสุขต่างๆ ไว้ในนโยบายของการเมือง…(Library.nida.ac.th)

เราท่านทั้งหลายหากใครที่มีชีวิตลมหายใจผ่านร้อนหนาวฝน มรสมชีวิตมาอย่างรอดปลอดภัยทั้งการทะเลาะวิวาท คดีความที่ผ่านกระบวนการของตำรวจ ทนายความ อัยการ ศาล รวมถึงอุบัติเหตุ อาวุธปืนระเบิด โรคภัยไข้เจ็บ วิกฤตของเศรษฐกิจ การเมือง ประเทศทั้งการปฏิวัติรัฐประหารการยึดอำนาจปกครองประเทศ ชีวิตดังกล่าวผ่านเข้าสู่ปัจฉิมวัยหากมองย้อนวันเวลากลับไป หลายชีวิตก็เห็นสิ่งหนึ่งก็คือความเปลี่ยนแปลงทั้งของสุขภาพร่างกาย จิตใจ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ลูกหลาน รวมไปถึงสังคมสิ่งแวดล้อมและระบบการเมืองทั้งไทยเราและระดับโลกวันนี้ไม่เหมือนวันวานที่ผ่านมาแล้ว…

ปีเก่าปีใหม่ก็คือวันเวลาที่ผ่านไปของชีวิตที่เราท่านพบเห็นถึงกลางวันกลางคืน ข้างขึ้นข้างแรม น้ำขึ้นน้ำลด อากาศร้อน หนาว ฝน ถูกนิยามด้วยวันเวลานาทีที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ชีวิตได้ไปตามกำหนดของการมีชีวิต การจุติเกิดขึ้นของทารกในครรภ์ของแม่ในคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะคนที่มีฐานะ อยากได้คนมาสืบทอดมรดกตระกูลทรัพย์สินย่อมนำความดีใจมาสู่ครอบครัวนั้นอย่างถ้วนหน้า หากเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับภาวะดังกล่าว เราท่านได้พบเห็นข้อมูลในสื่อต่างๆ อาทิ การทำแท้ง ทำหมัน การทำร้าย ฆ่าทารก เด็กในวัยแรกเกิด วัยศึกษาเล่าเรียน มิอาจจักรวมถึงการฆ่าตัวตายที่พ่อแม่ต้องเอาชีวิตเขาเหล่านั้นต้องยุติชีวิตที่ควรดำเนินต่อไปด้วย

เมืองไทยเราในวันเวลานี้ได้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2565-2570) ซึ่งได้ประกาศมีผลใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ทั้งการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม การเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน การรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงภายใต้บริบทของโลกใหม่ รวมถึงการน้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการบริหารประเทศ” ภายใต้การพัฒนา 13 ประการ และ 4 มิติ ผู้เขียนขออนุญาตที่จะมิกล่าวไว้ในที่นี้ หากท่านผู้อ่านสนใจในรายละเอียดก็สามารถค้นหาได้ในระบบออนไลน์…

วันเวลาในช่วงนี้เราท่านต่างอยู่ในการบริหารประเทศของผู้นำ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) จะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2565 ในหลักการหนึ่งของแผนดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ในหลักการมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในแผนฯ 12 ในหลักการสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการแข่งขันอย่างยั่งยืน การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาเมืองพื้นที่เศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา…

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประชาชนทั่วไปที่เป็นลูกหลานก็หวังถึงการไปเยี่ยมพ่อแม่ปู่ย่าตายายญาติพี่น้อง การสังสรรค์ด้วยสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเดินทางที่พบอุบัติเหตุเจ็ดวันอันตรายหรือเทศกาลแห่งความตายของผู้คน การขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้นของลูกหลานและผู้ที่ทำงานการทั้งหลาย การคาดหวังถึงคนที่มีงานทำอยู่แล้วจะต้องไม่ตกงานอย่างฉับพลันในอนาคต การมีงานทำที่มั่นคงและยั่งยืน กรณีหนึ่งในเร็ววันมานี้มีผู้สมัครสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการของท้องถิ่นทั่วประเทศจำนวนมาก สถาบันการศึกษาคาดหวังถึงการกลับมาเรียนในภาวะปกติ ผู้คนชาวบ้านทั่วไปคาดหวังถึงลาภลอยเสี่ยงโชคทั้งลอตเตอรี่ของรัฐบาลและหวยใต้ดิน การกู้หนี้ยืมสินยังคงเกิดขึ้นรายวัน การเรียกร้องความเป็นธรรมกรณี “จะนะ” หรือแม้วาระของความสั่นคลอนแห่งรัฐบาล ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลทำให้สภาล่มซ้ำซากบ่อยครั้งจักนำไปสู่การยุบสภาในอนาคตหรือไม่…

ความสุขของคนไทยเราในวันเวลานี้เป็นเช่นไร หากเราท่านเป็นผู้สูงอายุที่ชีวิตย่างก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัย หากมองกลับไปถึงชีวิตของลูกหลาน ก็ได้แต่คาดหวังว่าชีวิตเขาจักมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่แข็งแกร่งในท่ามกลางสังคมแห่งวัตถุนิยม บริโภคนิยม อารมณ์นิยม เงินนิยม อำนาจนิยม ที่อยู่ท่ามกลางแห่งความฝันถึงประชาธิปไตยนิยมให้รอดปลอดภัย การมีหน้าที่การงานที่มั่นคงเป็นความหวังหนึ่งของชีวิต การมีสุขภาพแข็งแรงมิต้องประสบอุบัติเหตุในท้องถนนหนทาง โรคร้ายมะเร็ง หัวใจ ตับ ไต ปอด รวมถึงการป่วยด้วยโรคสมัยใหม่โควิด-19 เป็นความมิปรารถนาที่อยู่ในการคาดเดา

คนไทยเราส่วนหนึ่งคาดหวังความสุขที่จักมาสู่ตน ครอบครัว สังคม ประเทศชาติเป็นเช่นไร คาดหวังถึงบ้านเรือนข้างเคียงจักเป็นมิตรที่ดีงาม เดินทางไปไหนมาไหนทั้งเทศกาลปีใหม่และเทศกาลอื่นจักมีความปลอดภัยของชีวิต ปัญหาอาชญากรรมของบ้านเมืองน่าจะมีตัวเลขลดลงทั้งลัก วิ่ง ชิง ปล้น ฆ่า คดีความที่ส่งไปยังตำรวจ ศาล เรือนจำ ทัณฑสถานจักมีผู้ต้องขังต้องโทษลดลงจักเป็นไปได้หรือไม่ โรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทำงานดูแลผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ จักเป็นความฝันไปหรือไม่ รวมถึงภาวะแห่งการเมืองไทยเราจักมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เสมือนอารยประเทศจักเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร…

ความสุขในหลักการของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตโต) ก็คือ ความสุขที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ต้องแสวงหา เป็นความสุขที่มีอิสระเสรีภาพไม่ต้องพึ่งพากามและวัตถุ ไม่ขึ้นกับสิ่งใด ไม่อาศัยสิ่งเสพ คนส่วนใหญ่ในส่วนลึกของจิตใจยังคงมีความทุกข์ มีเหตุแห่งทุกข์แฝง กังวล หวั่นใจ หวาดระแวง ห่วง ค้างคาใจ เหงา อ้างว้าง ว้าเหว่ ไม่โล่ง ไม่โปร่ง ความสุขของมนุษย์เราสร้างได้ในตัวตนของทุกคน เพียงแต่ว่าเขาเหล่านั้นจักสร้างสุขที่สมบูรณ์ในชีวิตได้เช่นไร…