ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา โลกถูกโควิด-19 ครอบงำจนเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ที่เห็นกันชัดเจนก็คือ การทำงาน ที่เปลี่ยนไปเป็นการทำงานจากระยะไกลๆ จากบ้านมากยิ่งขึ้น ทำให้การเข้าถึง อินเตอร์เน็ตกลายเป็นความจำเป็นมากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
ในช่วงเวลาเดียวกัน อินเตอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (ไอโอที) ก็ผลักดันให้อินเตอร์เน็ตหลอมรวมเข้ากับชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นไปอีก
การพัฒนาในเชิงเครือข่ายของอินเตอร์เน็ตจึงยิ่งทวีความสำคัญ ไม่เพียงสำหรับการใช้ชีวิตเท่านั้น ยังรวมไปถึงการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย
ข้อมูลว่าด้วย วิชวล เน็ตเวิร์กกิง ของซิสโก เคยคาดการณ์เอาไว้ว่า ในปี 2022 จะมีผู้คนใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทั่วโลกอีก 1,400 ล้านคน ทำให้ประชากรอินเตอร์เน็ตทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 4,800 ล้านคน
ถ้าตีคร่าวๆ ว่าในปี 2022 นี้ประชากรโลกจะมีราวๆ 8,000 ล้านคน จำนวนคนใช้อินเตอร์เน็ตก็จะตกราวๆ 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก
คิดเป็นปริมาณการไหลเวียนของข้อมูลรวมแล้วตกปีละ 4.8 เซตตาไบท์ (ZB) เพิ่มขึ้นจากเมื่อ 10 ปีก่อนคือในปี 2012 ซึ่งอยู่ที่ 437 เอ็กซาไบท์ ราวๆ 11 เท่าตัว
โครงข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายที่เพิ่งปรากฏให้เห็นอย่าง 5จี จะถูกนำมาใช้งานมากขึ้นและรอบด้านขึ้น แต่การพัฒนาในด้านโครงข่ายจะไม่หยุดอยู่แค่นั้น ในปี 2022 นี้ คาดกันว่าสิ่งที่นักพัฒนาเทคโนโลยีจะทุ่มให้ความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ เครือข่าย 6จี
จีนเป็นชาติแรกที่เริ่มต้นการวิจัยโครงข่าย 6จี เอาไว้ตั้งแต่ปี 2018 โดยที่บริษัทโทรคมนาคมของประเทศอย่างหัวเว่ยและแซดทีอี เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างจริงจังตั้งแต่ต้น
สหรัฐอเมริกาก็เริ่มวิจัย 6จี ในเวลาไล่เลี่ยกัน ผ่านการผลักดันของคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟซีซี) ที่เปิดสเปกตรัมคลื่นความถี่สูงให้ใช้กันในการทดลอง
มีการก่อตั้ง “เน็กซ์ จี อะไลแอนซ์” ขึ้นโดยมีบริษัทดังๆ อย่าง แอปเปิล, เอทีแอนด์ที และกูเกิล อิงค์. เป็นแกน
เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น แล้วก็ประเทศในยุโรปอีกบางประเทศก็เริ่มให้ความสนใจ 6จี อย่างจริงจัง
โดยคาดว่าในปี 2022 นี้เราจะได้พบเห็นประกาศเกี่ยวกับเรื่อง 6จี นี้มากยิ่งขึ้น
ในอีกแง่หนึ่ง องค์ประกอบของโครงข่ายอินเตอร์เน็ตจะเปลี่ยนแปลงไป แซทเทิลไลท์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งหลายประเทศริเริ่มกันไว้ในปี 2020 จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมกว้างขวางมากขึ้น
อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะไม่เพียงครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้นเท่านั้น ยังจะเพิ่มขีดความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีการเริ่มทดสอบกันในระดับเทราเฮิรตซ์กันแล้ว
ในส่วนของคอมพิวเตอร์ เราจะได้เห็นการใช้งาน “ไฮ เพอร์ฟอร์แมนซ์ คอมพิวติง” พุ่งขึ้นสูงมากในปีนี้ หลังจากได้พิสูจน์ให้เห็นคุณค่า ในแง่ของการวิจัยข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊ก เดต้า และการใช้งาน “คลาวด์ เบส คอมพิวติง” กันมาแล้วในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา
ที่ต้องจับตาดูก็คือ พัฒนาการของควอนตัม คอมพิวติง ที่จะต้องเข้ามาตอบสนองความต้องการดังกล่าวให้ได้ แม้ว่าจะได้เห็นพัฒนาการมากมายมหาศาลจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง กูเกิล ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์ อะเมซอน แล้วก็อาลีบาบา รวมทั้ง สตาร์ตอัพในด้านนี้อีกนับสิบบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ริเก็ตติ คอมพิวติง, ดี-เวฟ ซิสเต็ม, โคลด์ควอนตา, วันคิวบิท, หรือคิวซี แวร์ ก็ตามที
แต่คาดว่าปี 2022 จะเป็นปีแห่งการรุดหน้าของควอนตัม คอมพิวติง อย่างแท้จริง
เนื่องจากความต้องการ ช่วยผลักดันให้เกิดมูลค่าของความสำเร็จในการพัฒนานั่นเองครับ

