ประเด็นเรื่องหมูราคาแพง ที่ราคาขยับขึ้นมาอยู่ที่ 250 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มว่าราคาอาจจะปรับเพิ่มขึ้นอีก หากปริมาณเนื้อหมูเข้าสู่การบริโภคนั้นยังมีน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภค
ซึ่งเป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น คือ เมื่อดีมานด์ หรือความต้องการบริโภคหมูเท่าเดิม และซัพพลาย หรือปริมาณเนื้อหมูกลับมีน้อยลง
ย่อมส่งผลให้ราคาหมูสูงขึ้นเป็นธรรมดา โดยกรมปศุสัตว์ได้รายงานสถานการณ์ปริมาณหมูในระบบว่า หมูเลี้ยงในระบบ อยู่ที่ 19 ล้านตัว ใช้สำหรับบริโภค 18 ล้านตัว อีก 1 ล้านตัวเป็นการส่งออก จากการคาดการณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2565 หมูเลี้ยงในระบบจะเหลือเพียง 13 ล้านตัว ซึ่งไทยใช้บริโภค 18 ล้านตัว
ทำให้หมูเพื่อการบริโภคจะหายไปถึง 5 ล้านตัว หรือ 30% ในความธรรมดา หากไม่มีปัจจัยเรื่องโรคระบาดเข้ามาแทรกซ้อน คิดแบบง่ายๆ พอมีปริมาณหมูกลับเข้าสู่ตลาดได้เหมือนเดิม
ราคาหมูย่อมขยับลงมาตามกลไกตลาด ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลนโยบาย ทั้งกรมปศุสัตว์ ที่อยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ ที่กำดับดูแลเรื่องราคาสินค้า คงเบาใจได้ หากแต่ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ประเด็นเรื่องหมูแพงกำลังจะกลายเป็นเรื่อง “ดราม่า” เรื่องการยอมรับ ถึงสาเหตุการตายของหมูทั่วประเทศว่าจะเกี่ยวข้องกับ การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร หรือ African swine fever (ASF) ที่มีการระบาดในหลายประเทศโดยรอบ
ยกเว้นประเทศไทย ตามคำยืนยันของกรมปศุสัตว์ ที่มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบโรคระบาดในสัตว์
ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงในหนังสือของภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย 14 สถาบัน ที่ส่งถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564
โดยระบุว่า ตามที่ปรากฏการตายเป็นจำนวนมากของสุกรในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทยมาระยะหนึ่ง ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ จากการตรวจวินิจฉัยโรคโดยหน่วยงานของสถาบันการศึกษาสัตวแพทยศาสตร์ในประเทศ พบเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในซากสุกรที่ส่งชันสูตรโรค
และได้รายงานการตรวจพบโรคต่อกรมปศุสัตว์ ตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 จึงขอให้กรมปศุสัตว์พิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน
เพื่อการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแก่เกษตรกรและอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในประเทศไทย
จนถึงวันนี้เวลาล่วงผ่านมาเดือนเศษ ทางกรมปศุสัตว์ยืนยันว่ายังไม่ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวของภาคีฯ พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว
ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งกรมปศุสัตว์ ยืนยันมาตลอดว่าได้มีการตรวจสอบอยู่ตลอดและยังไม่พบการแพร่ระบาดของไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในประเทศไทย
แต่เมื่อมีข้อมูลอีกด้านจากสถาบันการศึกษา ตรวจสอบพบว่ามีเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ในซากที่ส่งชันสูตรโรค ย่อมเป็นเรื่องที่หน่วยงานเกี่ยวข้องจะลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้สังคมและประชาชนได้รับทราบความจริงที่ตรงกันโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไข ให้ตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้นของปัญหา
หากนับหนึ่งแก้ที่สาเหตุได้ถูกต้อง โดยไร้ซึ่ง “อคติ” และ “นัยยะ” ซ่อนเร้นของแต่ละฝ่าย การแก้ปัญหาราคาหมูแพงจะคลี่คลายได้ข้อยุติโดยเร็ว
แต่ถ้ายังปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปเรื่อยๆ จนต้องจำนนกับหลักฐานและความจริงที่เกิดขึ้น ระวังเรื่องหมูๆ จะไม่หมูอีกต่อไป
จตุรงค์ ปทุมานนท์

