ถ้าคู่หูดูโอ้ “เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์” จากราชบุรี และ “สิระ เจนจาคะ” จากหลักสี่ กทม.ยังเป็น ส.ส.สังกัดพลังประชารัฐ
เราคงได้เห็นลวดลาย ลีลา สร้างสีสัน ทั้งในที่ประชุมสภา ในที่ประชุมกรรมาธิการ และนอกสภาไม่เว้นแต่ละวัน
นับว่าเป็นนักการเมืองที่จองหน้าสื่อไปเกือบหมด ปล่อยให้เพื่อนพ้องน้องพี่แอบอิจฉาที่ดังไม่เท่า “เขา” และ “เธอ” คู่นี้
ทว่า “สิระ” พ้นสภาพการเป็น ส.ส.เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
หลังหายหน้าหายตาไป กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเพื่อช่วยภรรยา “มาดามหลี” สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม
แน่นอน เมื่อ “ละครการเมือง” ในตำแหน่ง ส.ส. “ปิดฉาก” ลงแบบ “น่าเศร้า” จะให้สิระเหมือนเดิมย่อมเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่ “สิระ” ต้องเผชิญก็คือการดำเนินการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกเงินเดือน ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ นับแต่เริ่มรับตำแหน่งเป็น ส.ส.
รวมทั้งการถูกดำเนินคดีเรื่องรู้ว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งก็ยังมาสมัคร ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ
ตามกฎหมายถ้ามีความผิดจริง นอกจากโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท ยังถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
ส่วน “เอ๋ ปารีณา” โดน 4 ข้อหา คดีบุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 711 ไร่ ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2564 เพราะศาลฎีการับคำร้องจาก ป.ป.ช.ในคดี “เอ๋ ปารีณา” รุกป่า เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
จากวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ส่งสำนวนคดี “ทวี ไกรคุปต์” และ “เอ๋ ปารีณา” 2 พ่อลูกรุกป่าไปให้พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี
กระทั่ง 12 มกราคมที่ผ่านมา “วีระ สมความคิด” เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่นโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กว่า “ปทส.มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งพ่อทั้งลูก (ทวี-ปารีณา ไกรคุปต์) คดีไปอยู่ในมือของพนักงานอัยการ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าอัยการจังหวัดราชบุรีจะฟ้องคดีต่อศาลต่อไปหรือไม่”
การเปิดประเด็นของ “วีระ” ท้าทายต่อความรู้สึกของคนในสังคมที่อาจตั้งคำถามไปต่างๆ นานา
มีประเด็น ข้อสงสัยอะไรติดขัดทำให้สำนวนของพนักงานสอบสวน ปทส.ไม่สมบูรณ์ที่จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่?!
ถ้าไม่ใช่ก็ควรส่งความเห็นเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้า อันจะนำไปสู่การพิจารณาคดีและพิพากษาหรือไม่?
การนิ่งเงียบของพนักงานอัยการ อาจไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กรหรือไม่?
อย่าลืมว่าทั้งพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายมีกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติคอยกำกับ
ซึ่งน่าจะรู้ดีว่าการกระทำที่ไม่เป็นไปโดยชอบจะเกิดผลกระทบอย่างไร?
เชื่อว่างานนี้ “วีระ สมความคิด” เกาะติดกัดไม่ปล่อยแน่นอน!?!
ศุกร์ มังกร

